เปิดเกมคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเข้มข้น “สคส.” เร่งตรวจเชิงรุก-ลุยคดีจริงจัง ดันสัดส่วนข้อมูลรั่วไหลลดต่อเนื่อง เหลือ 0.02%
สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เร่งเดินหน้าบทบาทที่พึ่งของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม เปิดผลการดำเนินงานตรวจสอบเชิงรุกและเฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้ศูนย์ PDPC Eagle Eye ในช่วง 6 เดือน (ต.ค. 2568 – มี.ค. 2569) พบตรวจสอบแล้วกว่า 590,001 หน่วย พร้อมแก้ไขปัญหาข้อมูลรั่วไหลได้ครบ 100%
พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการ สคส. เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบความเสี่ยงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล 205 เรื่อง และสามารถแก้ไขได้ทั้งหมด สะท้อนประสิทธิภาพการทำงานเชิงรุกที่เข้าถึงต้นตอของปัญหา
เมื่อจำแนกตามหน่วยงาน พบว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเสี่ยงสูงสุด 159 เรื่อง รองลงมาเป็นหน่วยงานภาครัฐ 31 เรื่อง และภาคการศึกษา 15 เรื่อง
ขณะเดียวกัน การเฝ้าระวังภัยออนไลน์ยังตรวจพบการประกาศขายข้อมูลส่วนบุคคล 14 กรณี แบ่งเป็นบนแพลตฟอร์ม Facebook 8 กรณี และบน Dark Web อีก 6 กรณี สะท้อนความเสี่ยงใหม่ที่ขยายตัวในโลกดิจิทัล
ในด้านการบังคับใช้กฎหมาย สคส. เดินหน้าขยายผลเชิงลึกสู่การดำเนินคดีสำคัญรวม 6 คดี อาทิ การร่วมกับ CIB จับกุมขบวนการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล การทลายเครือข่ายหลอกส่งพัสดุเก็บเงินปลายทางใน จ.ภูเก็ต การตรวจสอบการใช้กล้อง CCTV ร่วมกับซิมที่ไม่ได้ลงทะเบียน รวมถึงการกวาดล้างเครือข่ายขายซิมในสถานศึกษา และการตรวจสอบแพลตฟอร์มซื้อขายข้อมูลบน Discord
ทั้งนี้ แนวโน้มการรั่วไหลของข้อมูลรายเดือนลดลงต่อเนื่อง โดยในเดือนมีนาคม 2569 เหลือเพียง 0.02% สะท้อนผลลัพธ์ของมาตรการเชิงรุกและการบังคับใช้กฎหมาย PDPA ที่เริ่มเห็นผลชัดเจน
พ.ต.อ.สุรพงศ์ กล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดของ สคส. คือการทำให้ “ข้อมูลรั่วไหลเป็นศูนย์” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในยุคดิจิทัล พร้อมย้ำว่าทุกกรณีที่มีความเสี่ยงต้องได้รับการตรวจสอบ และทุกการละเมิดต้องถูกจัดการอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ สคส. ยังติดตามภัยคุกคามอย่างใกล้ชิด ทั้งการเคลื่อนไหวใน Dark Web การโจมตีไซเบอร์จากต่างประเทศ และการหลอกลวงผ่านโฆษณาออนไลน์ (Fake Ads) ซึ่งพบแล้วกว่า 103 กรณี
การตรวจสอบเชิงรุกถือเป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ก่อนจะลุกลามเป็นความเสียหาย ขณะเดียวกัน สคส. ยังเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและให้คำปรึกษา เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ประชาชน
ทั้งนี้ สคส. ยืนยันเดินหน้าพัฒนาระบบตรวจสอบ การรับเรื่องร้องเรียน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติตาม PDPA อย่างเคร่งครัด เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่สังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยและยั่งยืน





