วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน 2569

Login
Login

บอร์ดกสทช.เคลียร์ปม “OTT” ลงตัว ย้ำอำนาจกำกับเต็มมือ เล็งชงเข้าร่างฯแผนแม่บท

บอร์ดกสทช.เคลียร์ปม “OTT” ลงตัว  ย้ำอำนาจกำกับเต็มมือ เล็งชงเข้าร่างฯแผนแม่บท

บอร์ดกสทช.ถกเดือดกว่า 5 ชั่วโมง ก่อนลงเอยรับรองอำนาจกำกับ OTT บรรจุในแผนแม่บทสื่อฉบับใหม่ ชูแนวทาง “คุมแพลตฟอร์ม-ไม่คุมคอนเทนต์” ปิดช่องว่างแข่งขัน ขณะโรดแมปทีวีดิจิทัลเลื่อนพิจารณาหลังสงกรานต์

OTT หรือ Over-the-top คือการให้บริการเนื้อหาเช่น ภาพยนต์ รายการโทรทัศน์ ผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต และ OTT TV (Over-the-top TV) หมายถึง การให้บริการเนื้อหาจากสื่อรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ วีดิโอ ผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น YouTube Netflix, Wetv,Viu Disney+ Hotstar, Prime Video, HBO Go หรือจะเป็น QIYI  กลายเป็นประเด็นร้อนที่จุดชนวนการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้ยืดเยื้อนานกว่า 5 ชั่วโมง ก่อนจะได้ข้อสรุปร่วมกันว่า กสทช.มีอำนาจกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างชัดเจน และต้องบรรจุไว้ใน (ร่าง) แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2569–2573)

การประชุมเมื่อวันที่ 8 เม.ย. 2569 ซึ่งเดิมมีวาระพิจารณาแผนแม่บทฯในภาพรวม กลับถูกโฟกัสไปที่ประเด็นเดียว คือ “อำนาจกำกับ OTT” หรือบริการสื่อดิจิทัลที่ให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น วิดีโอและรายการโทรทัศน์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ YouTube ว่าควรอยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจของกสทช.หรือไม่

บรรยากาศในห้องประชุมเป็นไปอย่างตึงเครียด โดยเฉพาะช่วงที่ประธานกสทช. “สรณ บุญใบชัยพฤกษ์” ตั้งคำถามเกี่ยวกับนิยามของ OTT ซ้ำหลายครั้ง จนทำให้กรรมการบางส่วนแสดงความไม่พอใจ เนื่องจากเกรงว่าการถกเถียงเชิงนิยามจะทำให้แผนแม่บทฯที่รอคอยมานานไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ 

จนท้ายที่สุด “ศุภัช ศุภชลาศัย” เสนอให้ที่ประชุมลงความเห็นร่วมกัน โดยชี้ว่าการถกเถียงนิยามไม่ช่วยให้เกิดความคืบหน้า และไม่ควรตัดอำนาจของกสทช.ออกจากการกำกับดูแล ส่งผลให้บอร์ดมีมติร่วมกันว่า กสทช.มีอำนาจกำกับ OTT ได้ แต่ต้องทำงานประสานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ซึ่งมีกฎหมายรองรับการกำกับแพลตฟอร์มดิจิทัลอยู่แล้ว

ด้าน “พิรงรอง รามสูต” กรรมการกสทช. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า แม้ก่อนหน้านี้จะมีความเห็นต่างในเรื่องอำนาจหน้าที่ แต่สุดท้ายที่ประชุมสามารถหาข้อยุติได้ โดยยึดตามกรอบกฎหมายและมติบอร์ดในอดีตตั้งแต่ปี 2560 และ 2566 ที่ระบุว่า OTT ถือเป็นกิจการโทรทัศน์ประเภทหนึ่ง

ทั้งนี้ แนวทางกำกับดูแลจะไม่เน้นการควบคุมผู้ผลิตเนื้อหาหรืออินฟลูเอนเซอร์โดยตรง แต่จะมุ่งไปที่ “ความรับผิดชอบของแพลตฟอร์ม” เพื่อสร้างมาตรฐานและความเป็นธรรมในการแข่งขัน โดยเฉพาะเมื่อผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องแบกรับต้นทุนและกฎระเบียบสูงกว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ยังไม่ถูกกำกับอย่างเข้มงวด

เกณฑ์สำคัญที่จะใช้พิจารณา ได้แก่ แพลตฟอร์มที่ให้บริการในประเทศไทย มีเนื้อหาภาษาไทย และมีลักษณะการเผยแพร่ในรูปแบบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์

ด้าน “พล.อ.ท. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ” กรรมการกสทช. ระบุว่า การกำกับ OTT เป็นการอุดช่องว่างทางกฎหมาย โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลข่าวสารออนไลน์แพร่กระจายรวดเร็ว ซึ่งอาจกระทบต่อเด็กและเยาวชน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกับหลายหน่วยงานเพื่อยกระดับการกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพ

นอกจากประเด็น OTT แล้ว แผนแม่บทฯฉบับใหม่นี้ยังวางแนวทางผลักดัน “แพลตฟอร์มดิจิทัลแห่งชาติ” เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงเนื้อหาวิทยุและโทรทัศน์ผ่านอินเทอร์เน็ตได้สะดวกขึ้น พร้อมทั้งรักษาอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทยท่ามกลางการแข่งขันกับแพลตฟอร์มระดับโลก

ขณะที่ประเด็นสำคัญอีกด้าน คือ “โรดแมปทีวีดิจิทัล” และการสิ้นสุดใบอนุญาตในปี 2572 นั้น ยังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาในการประชุมครั้งนี้ โดยกสทช.เตรียมนำเข้าสู่ที่ประชุมต่อเนื่องหลังเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 21-22 เม.ย. 2569

สำหรับการต่ออายุใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้ประกอบการจับตาอย่างใกล้ชิด ยังต้องรอการพิจารณาในระดับกฎหมาย เนื่องจากอยู่นอกเหนือขอบเขตของแผนแม่บทฯฉบับนี้

การเคลียร์ปม OTT ในครั้งนี้ จึงถือเป็น “จุดตั้งต้น” ของการยกระดับโครงสร้างกำกับดูแลสื่อไทยในยุคดิจิทัล ที่เส้นแบ่งระหว่างทีวีและแพลตฟอร์มออนไลน์เลือนรางลง และเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางอุตสาหกรรมสื่อในระยะยาว ขณะที่อนาคตของทีวีดิจิทัลกำลังรอคำตอบในวาระถัดไป