วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2569

Login
Login

ไปรษณีย์ไทยเร่ง “ทรานส์ฟอร์ม EV” หนีพิษน้ำมันแพง ปั้นโลจิสติกส์พลังงานสะอาดเต็มระบบ

ไปรษณีย์ไทยเร่ง “ทรานส์ฟอร์ม EV” หนีพิษน้ำมันแพง ปั้นโลจิสติกส์พลังงานสะอาดเต็มระบบ

ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ไปรษณีย์ไทยเร่งเครื่องปรับองค์กรครั้งใหญ่ มุ่งสู่การเป็น “EV-Driven Logistics” อย่างเต็มรูปแบบ โดยใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเป็นแกนหลักในการยกระดับระบบขนส่ง ควบคู่กับการใช้พลังงานทางเลือกและการบริหารจัดการพลังงานเชิงระบบ เพื่อสร้างเสถียรภาพให้โครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศในระยะยาว

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ไปรษณีย์ไทยยังคงติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด หลังความขัดแย้งระหว่างประเทศในตะวันออกกลางและสหรัฐอเมริกาทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวน แม้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงบ้าง แต่ยังมีความไม่แน่นอนที่ต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง

ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการขนส่ง โดยเฉพาะค่าเชื้อเพลิงซึ่งเป็นต้นทุนหลักของระบบโลจิสติกส์ ไปรษณีย์ไทยจึงต้องเร่งบริหารต้นทุนในทุกด้าน เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการให้บริการ

อย่างไรก็ตาม ไปรษณีย์ไทยยืนยันว่าจะยังคงอัตราค่าบริการสำหรับบริการไปรษณีย์พื้นฐาน ทั้งไปรษณีย์ภัณฑ์ ของตีพิมพ์ ลงทะเบียน และพัสดุไปรษณีย์ไว้ในระดับเดิม โดยไม่มีการปรับขึ้นราคา

ขณะที่บริการเชิงพาณิชย์ ได้แก่ EMS ในประเทศ และ eCo Post มีความจำเป็นต้องปรับค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง หรือ Fuel Surcharge เพิ่มขึ้น 3 บาทต่อชิ้น มีผลตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและยังสามารถรักษามาตรฐานการให้บริการได้

ไปรษณีย์ไทยเร่ง “ทรานส์ฟอร์ม EV” หนีพิษน้ำมันแพง ปั้นโลจิสติกส์พลังงานสะอาดเต็มระบบ

จุดเปลี่ยนสำคัญของไปรษณีย์ไทยครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนรถใช้น้ำมันเป็นรถไฟฟ้า แต่เป็นการ “รีดีไซน์ระบบโลจิสติกส์ใหม่ทั้งระบบ” ตั้งแต่การวางโครงข่ายขนส่ง การจัดเส้นทางเดินรถ ไปจนถึงการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ลดต้นทุน และรองรับปริมาณพัสดุที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากภาคธุรกิจ SME และอีคอมเมิร์ซ

หัวใจสำคัญของแผนดังกล่าว คือการเพิ่มสัดส่วนยานยนต์ไฟฟ้าในทุกมิติของการขนส่ง ทั้งรถขนส่งหลักและรถจักรยานยนต์นำจ่าย โดยเฉพาะในเขตเมืองซึ่งมีลักษณะการวิ่งระยะสั้นและหยุดบ่อย เหมาะสมกับสมรรถนะของรถ EV ซึ่งสามารถช่วยลดต้นทุนพลังงานได้เฉลี่ย 30-40% เมื่อเทียบกับรถใช้น้ำมัน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อีก 20-30%

เขา เสริมว่า ไปรษณีย์ไทยยังเดินหน้าวางระบบรองรับการใช้ยานยนต์ EV อย่างครบวงจร ทั้งการบริหารจัดการพลังงาน การติดตั้งสถานีชาร์จ และการเชื่อมโยงกับพลังงานหมุนเวียนผ่านโครงการ Solar Rooftop ในศูนย์ไปรษณีย์ทั่วประเทศ เพื่อสร้างระบบนิเวศพลังงานสะอาดที่ช่วยลดความเสี่ยงจากต้นทุนพลังงานในระยะยาว

ไปรษณีย์ไทยเร่ง “ทรานส์ฟอร์ม EV” หนีพิษน้ำมันแพง ปั้นโลจิสติกส์พลังงานสะอาดเต็มระบบ

นอกจากการลงทุนในรถ EV แล้ว ไปรษณีย์ไทยยังใช้มาตรการบริหารความเสี่ยงด้านพลังงานควบคู่กัน ทั้งการใช้ Fleet Card การจับมือกับพันธมิตรสถานีบริการน้ำมันเพื่อสำรองเชื้อเพลิง และการตั้ง War Room เพื่อติดตามสถานการณ์พลังงานแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถปรับแผนการขนส่งได้ทันทีหากเกิดวิกฤติ

อีกยุทธศาสตร์สำคัญ คือการกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน ด้วยการผสมผสานรูปแบบการขนส่ง ทั้งการใช้เครือข่ายพันธมิตรรถ EV และการเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางราง เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ระบบโลจิสติกส์ของประเทศ

สำหรับแผนระยะ 5 ปี ไปรษณีย์ไทยเตรียมทยอยเพิ่มจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 จะมีรถ EV รวม 683 คัน ก่อนเพิ่มอีก 65 คันในปี 2569 และปี 2570 จากนั้นเพิ่มเป็น 68 คันในปี 2571 และ 90 คันในปี 2572

ขณะที่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจะขยายตัวแบบก้าวกระโดด จาก 200 คันในปี 2568 และ 2569 เพิ่มเป็น 2,000 คันในปี 2570 และแตะระดับ 3,000 คันในช่วงปี 2571-2572 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของไปรษณีย์ไทยสู่การเป็นองค์กรโลจิสติกส์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดอย่างชัดเจน

ไปรษณีย์ไทยเร่ง “ทรานส์ฟอร์ม EV” หนีพิษน้ำมันแพง ปั้นโลจิสติกส์พลังงานสะอาดเต็มระบบ

ในมิติสิ่งแวดล้อม ไปรษณีย์ไทยยังตั้งเป้าหมายสู่ Net Zero ภายในปี 2593 ผ่านมาตรการสำคัญ ทั้งการปรับเส้นทางขนส่งเพื่อใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การขยายโครงการ Solar PV Rooftop และการผลักดันเศรษฐกิจหมุนเวียน ด้วยการนำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ซ้ำหรือแปรรูปใหม่ เพื่อลดปริมาณของเสียในระบบ

แม้เส้นทางสู่ EV จะยังมีความท้าทาย ทั้งข้อจำกัดด้านสถานีชาร์จ ระยะเวลาในการชาร์จที่ใช้เวลานานถึง 8 ชั่วโมงต่อรอบ รวมถึงอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ที่อาจส่งผลต่อระยะทางวิ่งและต้นทุนบำรุงรักษาในอนาคต แต่ไปรษณีย์ไทยมองว่าการลงทุนครั้งนี้เป็นการวางรากฐานสำคัญให้ระบบโลจิสติกส์ไทยมีความมั่นคง ยืดหยุ่น และพร้อมรับมือกับความผันผวนด้านพลังงานในระยะยาว 

ไปรษณีย์ไทยเร่ง “ทรานส์ฟอร์ม EV” หนีพิษน้ำมันแพง ปั้นโลจิสติกส์พลังงานสะอาดเต็มระบบ