กระทรวงดีอีเผยผลงานครึ่งปีงบประมาณ 2569 ปิดกั้นเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียผิดกฎหมายกว่า 6 แสนรายการ โดยพนันออนไลน์มากที่สุดกว่า 4.8 แสน URL พร้อมใช้ AI ตรวจจับอาชญากรรมออนไลน์ต่อเนื่อง
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยผลการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ในช่วงครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2569 โดยสามารถปิดกั้นเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียผิดกฎหมายได้จำนวนมาก โดยเฉพาะเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่ยังคงเป็นปัญหาหลักในโลกดิจิทัลไทย
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษก กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฝ่ายข้าราชการประจำ เปิดเผยว่า การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายด้านความมั่นคงและการแก้ไขปัญหาภัยทางสังคมของ นายไชยชนก ชิดชอบ ที่ให้ยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ รวมถึงการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URL ที่มีเนื้อหาผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2569 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 31 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลา 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ กระทรวงดีอีได้ดำเนินการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URL ผิดกฎหมายตามคำสั่งศาล และการประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์มต่างๆ รวมทั้งสิ้น 601,594 รายการ
โดยในจำนวนนี้ เป็นการปิดกั้นตามคำสั่งศาล 571,605 รายการ และเป็นการประสานงานกับแพลตฟอร์มเพื่อให้ปิดกั้นเนื้อหาประเภทหลอกลวงและพนันออนไลน์อีก 29,989 รายการ โดยเฉพาะในเดือนมีนาคม 2569 เพียงเดือนเดียว สามารถปิดกั้น URL ผิดกฎหมายได้สูงถึง 144,854 รายการ แบ่งเป็นการปิดกั้นตามคำสั่งศาล 134,132 รายการ และปิดกั้นผ่านการประสานงานแพลตฟอร์ม 10,722 รายการ
เมื่อจำแนกตามประเภทเนื้อหาที่ถูกปิดกั้นในช่วง 6 เดือน พบว่า เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ถูกปิดกั้นมากที่สุด จำนวน 480,081 รายการ รองลงมาคือ เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 49,638 รายการ โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำนวน 15,309 รายการ เว็บไซต์ซื้อขายกัญชา จำนวน 10,099 รายการ เว็บไซต์ค้าประเวณี จำนวน 2,148 รายการ เว็บไซต์เกี่ยวกับอาวุธปืน จำนวน 4,386 รายการ และเนื้อหาอื่นๆ เช่น ข้อมูลบิดเบือน การหลอกลวง หมิ่นสถาบัน hate speech และเนื้อหาอนาจาร รวม 9,944 รายการ
โฆษกกระทรวงดีอีกล่าวว่า กระทรวงได้ติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังการก่ออาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจุบันมิจฉาชีพใช้ช่องทางออนไลน์เป็นเครื่องมือสำคัญในการกระทำความผิด โดยเฉพาะเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่เป็นแหล่งของการหลอกลวงและอาชญากรรมทางการเงิน
ขณะเดียวกัน กระทรวงยังได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในโครงการตรวจจับและวิเคราะห์การกระทำความผิดบนเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและปิดกั้นเว็บไซต์ผิดกฎหมายได้รวดเร็วมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอีได้เตือนประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังในการเผยแพร่หรือแชร์เนื้อหาบนสื่อดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการพนัน บุหรี่ไฟฟ้า โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการหลอกลวงออนไลน์รูปแบบต่างๆ เนื่องจากอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายและส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม





