วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน 2569

Login
Login

‘ควอนตัมเอไอ’ ปฏิวัติธุรกิจ ‘บิ๊กเทค’ ชี้ Game Changer ระลอกใหม่ - รีเซตเกมแข่งขันโลก

‘ควอนตัมเอไอ’ ปฏิวัติธุรกิจ ‘บิ๊กเทค’ ชี้ Game Changer ระลอกใหม่ - รีเซตเกมแข่งขันโลก

กรุงเทพธุรกิจ จัดงานสัมมนา  AI Revolution SHIFT 2026 : Shaking The global Economy เขย่าโลกพลิกเกมธุรกิจ บิ๊กเทคระดับโลกอย่าง เอดับบลิวเอส ไอบีเอ็ม เซลส์ฟอร์ซ รวมถึงแคนวา และหัวเว่ยมองปรากฏการณ์ของเทคโนโลยีเอไอจากนี้จะเป็นฐานรากสำคัญของการพลิกเกมธุรกิจ กลไกสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

นายโอลิวิเย่ร์ ไคลน์ หัวหน้านักเทคโนโลยีประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (AWS) กล่าวในหัวข้อ A Deep Dive into the AI World โดยพูดด้วยจุดยืนที่ชัดเจนว่า เอไอไม่ใช่สิ่งที่ทำให้องค์กรหนึ่งได้เปรียบองค์กรอื่นอีกต่อไป เพราะทุกองค์กรต่างพากันนำเอไอมาใช้ ดังนั้น องค์กรใดที่ยังไม่ขยับตัว ถือว่า “ตกขบวนไปแล้ว” คำถามที่แท้จริงในตอนนี้จึงไม่ใช่ว่าจะใช้เอไอหรือไม่ แต่คือ จะนำมาใช้ให้ได้เร็ว และมีประสิทธิภาพแค่ไหน

‘ควอนตัมเอไอ’ ปฏิวัติธุรกิจ ‘บิ๊กเทค’ ชี้ Game Changer ระลอกใหม่ - รีเซตเกมแข่งขันโลก

 5 เทรนด์เอไอที่กำลังบุกโลกองค์กรในปี 2026

ไคลน์ ชี้ว่ามี 5 แนวโน้มสำคัญที่กำลังขยายตัวเข้าสู่องค์กรอย่างรวดเร็ว 1.โมเดลที่คิดก่อนลงมือ เอไอรุ่นใหม่มีความสามารถในการใช้เหตุผลก่อนตัดสินใจกระทำสิ่งใด ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความแม่นยำ และน่าเชื่อถือมากขึ้น 2. โมเดลที่เข้าใจหลายรูปแบบในคราวเดียว เอไอสมัยใหม่สามารถเข้าใจรูปภาพ วิดีโอ เสียงพูด และเอกสารได้พร้อมกัน การรวมความสามารถเหล่านี้เข้าด้วยกันทำให้เอไอ “เข้าใจโลก” ได้ใกล้เคียงมนุษย์มากขึ้น

3. เอไอที่ลงมือทำ ไม่ใช่แค่ตอบคำถาม นี่คือ ก้าวกระโดดที่สำคัญที่สุด ไคลน์เน้นว่าอนาคตขององค์กรไม่ใช่ระบบแชตที่ตอบโต้ แต่คือ ตัวแทนเอไอที่เชื่อมต่อกับระบบงานจริงขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นฐานข้อมูล ระบบบัญชี หรือระบบจัดการสินค้า แล้วลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้อย่างแท้จริง

4. ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สเติบโตแรง โมเดลเอไอแบบโอเพนซอร์ส ซึ่งหมายถึงโมเดลที่เปิดให้ทุกคนนำไปใช้ และพัฒนาต่อได้ฟรี กำลังขยายตัว และกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นสำหรับองค์กรที่ต้องการความยืดหยุ่นหรือต้องการควบคุมข้อมูลของตัวเอง และ 5. โครงสร้างพื้นฐานต้องประหยัดพลังงานมากขึ้น

ทั้งนี้ เขาสาธิตให้เห็นว่าเอไอสามารถ “ใช้คอมพิวเตอร์ได้เหมือนมนุษย์” โดยมองเห็นหน้าจอ และควบคุมเมาส์ได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ฝ่ายไอทีสร้างการเชื่อมต่อระบบใหม่ก่อน เช่นเดียวกับที่ เอไอสามารถเปิดเบราว์เซอร์ พิมพ์ค้นหาสินค้า เลือกสินค้า และดำเนินการสั่งซื้อบนเว็บไซต์อเมซอนได้ครบทั้งกระบวนการ โดยที่มนุษย์ไม่ต้องแตะต้องใดๆ เลย

“เอไอไม่ได้อยู่แค่ในหน้าจออีกต่อไปแล้ว วันนี้เรามีหุ่นยนต์ที่รู้สึกได้ว่าของชิ้นที่จับอยู่นั้นแข็งหรือนุ่ม หนักหรือเบา เพื่อหยิบมันได้อย่างถูกต้อง นั่นแปลว่าเอไอกำลังเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมนุษย์ในโลกจริง ไม่ใช่แค่โลกดิจิทัลอีกต่อไป”

‘ควอนตัมเอไอ’ ปฏิวัติธุรกิจ ‘บิ๊กเทค’ ชี้ Game Changer ระลอกใหม่ - รีเซตเกมแข่งขันโลก

ข้อมูล คือ ฐานรากสำคัญในยุคเอไอ

นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย เอดับบลิวเอส กล่าวหัวข้อ Data Foundation in Agentic AI Era ว่า ทิศทางเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน สู่ยุค เอไอ และ AI Agents ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้มากขึ้นมี “ข้อมูล” เป็นรากฐานสำคัญ องค์กรที่มีโครงสร้างข้อมูลแข็งแกร่ง จะสามารถต่อยอดเอไอ และสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจได้จริง

“วันนี้ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในโลกไม่ใช่น้ำมันแต่คือ ข้อมูล และข้อมูลคุณภาพสูงคือ หัวใจสำคัญขับเคลื่อน เอไอ”

ทั้งนี้ มีสถิติที่น่าสนใจ คือ ภายในปี 2027 หรือใน 2 ปีข้างหน้ามากกว่า 50% ของบริษัทที่ใช้ Generative AI จะเริ่มรันระบบ “Agentic Systems” ผ่านโครงการนำร่องหรือการทดสอบระบบ (PoC)

ขณะที่ภายในปี 2028 ประมาณ 33% ของซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรจะมี AI Agents ฝังอยู่ข้างใน วิวัฒนาการของเอไอกำลังเคลื่อนที่จากระบบที่มนุษย์ต้องดูแลใกล้ชิด ไปสู่ระบบที่ทำงานได้เองมากขึ้น มีผู้ช่วย Generative AI ทำงาน AI Agents จะทำงานแบบมุ่งเป้าหมายเฉพาะ จัดการงานที่ซับซ้อนได้มากขึ้นประสานการทำงานระหว่างหลายระบบได้ดีขึ้น

ทั้งนี้ เขามองว่าโลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนผ่านจากแค่การ “แชต” กับเอไอไปสู่การสร้าง AI Agents ที่ทำงานแทนได้เกือบทั้งหมด โดยมีพื้นฐานสำคัญคือ การจัดการข้อมูลให้ดี และเข้าถึงง่าย

‘ควอนตัมเอไอ’ ปฏิวัติธุรกิจ ‘บิ๊กเทค’ ชี้ Game Changer ระลอกใหม่ - รีเซตเกมแข่งขันโลก

ควอนตัมเอไอรีเซตเกมแข่งขัน

นายอโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการใหญ่และผู้บริหารส่วนงานเทคโนโลยี บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวใน หัวข้อ The World after AGI / Quantum AI  Perspectives from Big Tech ว่า โลกกำลังเปลี่ยนจากยุค Industrial Economy ไปสู่ Cognitive Economy ในยุค Artificial General Intelligence (AGI) ซึ่งปัญญาประดิษฐ์มีความสามารถคล้ายคลึงกับมนุษย์อย่างมากเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับมนุษยชาติ

“ยุค AGI ปัญหาไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยีหรือแมชชีน แต่คือ มนุษย์ว่าจะใช้ความอัจฉริยะที่มีอยู่มากมายมหาศาลนี้อย่างไร”

ผู้บริหารไอบีเอ็มยังได้กล่าวถึงแนวคิด “อธิปไตย AI”ที่แต่ละองค์กรจำเป็นต้องสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อควบคุมข้อมูล โมเดล AI และธรรมาภิบาลของตนเอง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยจากปัจจัยภายนอก และภัยคุกคามต่างๆ

ไฮไลต์สำคัญที่กำลังจะเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงคือ เทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวติง คาดการณ์ว่าปี 2572จะเข้าสู่ยุคที่สามารถให้บริการในเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ

“ไทม์ไลน์ของควอนตัมคอมพิวติงขณะนี้ มีทิศทางไม่ต่างกับเทคโนโลยี AI เมื่อ 3 ปีที่แล้ว คือ กำลังก่อตัวเป็นพายุลูกใหญ่ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลง และสร้างผลกระทบมหาศาลประเทศไทยต้องเร่งสร้างการตื่นตัว พัฒนาบุคลากร พร้อมกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ของประเทศ”

‘ควอนตัมเอไอ’ ปฏิวัติธุรกิจ ‘บิ๊กเทค’ ชี้ Game Changer ระลอกใหม่ - รีเซตเกมแข่งขันโลก

‘ธรรมาภิบาลข้อมูล’ ฐานรากยุค AI

นายอภิสิทธิ์ คุปรัตน์ ผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เซลส์ฟอร์ซ (Salesforce) กล่าวว่า วันนี้ AI ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่โปรแกรมช่วยงาน แต่อยู่ในฐานะโค้ชส่วนตัว ที่ยกระดับความสามารถพนักงานในหลายมิติ

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่องค์กรต้องให้ความสำคัญสูงสุดคือ ความปลอดภัยของข้อมูล โดยต้องกำหนดนโยบายความปลอดภัยของข้อมูล

“ต้องหาจุดสมดุลระหว่างมนุษย์ และเอเจนต์ อย่ากลัวที่จะยอมรับสิ่งใหม่ให้ทำความคุ้นเคย และหาจุดสมดุลให้ได้ โดยมีธรรมาภิบาลข้อมูลเป็นก้าวแรกที่ต้องวางรากฐาน”

ในมุมของธุรกิจ เอไอจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อสามารถดึงพลังมากใช้ได้ตอบโจทย์ธุรกิจ เข้ามาปิดจุดอ่อน เสริมจุดแข็ง เสริมสร้างความเร็ว และอุดช่องว่างด้านบุคลากร ที่สำคัญในโลกที่ เอไอมีพลังมหาศาล องค์กรต้องย้อนกลับมาให้ความสำคัญกับเรื่อง Security, Trust และ Control เพื่อควบคุมให้ เอไอดำเนินไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทมากที่สุด

‘ควอนตัมเอไอ’ ปฏิวัติธุรกิจ ‘บิ๊กเทค’ ชี้ Game Changer ระลอกใหม่ - รีเซตเกมแข่งขันโลก

ธุรกิจ ‘เล็กลง’ แข่งกันที่ ‘ความเร็ว’

นายภัคพล ตั้งตงฉิน ผู้จัดการประจำประเทศไทย Canva กล่าวว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคการย่อส่วนธุรกิจ ซึ่งเอไอ เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยลดขนาดขององค์กรลงแต่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้น นำไปสู่แนวคิด One-person Founder ที่ผู้ก่อตั้งเพียงคนเดียวสามารถบริหารจัดการธุรกิจได้ครอบคลุมทุกด้านอย่างมีประสิทธิภาพด้วยทีมงาน AI Specialist

นอกจากนี้ ความได้เปรียบทางการแข่งขันจะเปลี่ยนจาก Economy of Scale หรือการวัดกันที่ความใหญ่ขององค์กร ไปสู่ยุคของ Economy of Speed ซึ่งเน้นความเร็วในการเรียนรู้ และนำข้อมูลจากตลาดมาพัฒนาต่อยอด ใครที่สามารถปรับตัวและประมวลผลข้อมูลได้เร็วกว่าจะเป็นผู้ชนะในเกมธุรกิจยุคใหม่

‘ควอนตัมเอไอ’ ปฏิวัติธุรกิจ ‘บิ๊กเทค’ ชี้ Game Changer ระลอกใหม่ - รีเซตเกมแข่งขันโลก

หัวเว่ยชู AI สร้าง ศก.ยั่งยืน

ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในหัวข้อ AI : New Engine Drive Thai Economy ว่า หัวเว่ยมองเทคโนโลยีดิจิทัลไม่ใช่เพียงกระแสหรือแฟชั่นชั่วคราว แต่เป็นเครื่องมือสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

โดยแต่ละปีบริษัทลงทุนด้านวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีในระดับเกือบ 1 แสนล้านบาท และด้วยการเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ทำงานครอบคลุมหลายมิติของดิจิทัล ทำให้บริษัทกำหนดวิสัยทัศน์ชัดเจนว่าจะนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาสร้าง “Sustainable Impact” ให้เศรษฐกิจของแต่ละประเทศ โดยเฉพาะไทย ภายใต้แนวคิด “In Thailand, For Thailand”  เทคโนโลยีทุกอย่างที่นำเข้ามาจะต้องตอบโจทย์การใช้งานจริงของภาครัฐ และเอกชน และต้องช่วยขับเคลื่อนประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม มากกว่าจะเป็นเพียงเทคโนโลยีที่ดูทันสมัยแต่ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจจริง

สิ่งที่หัวเว่ยให้ความสำคัญที่สุดคือ การนำเทคโนโลยีเหล่านั้นมาสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อประเทศให้ได้จริง เพราะเป้าหมายของดิจิทัล และ AI ไม่ได้จบที่การโชว์เทคโนโลยี แต่ต้องลงลึกไปถึงเศรษฐกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภาครัฐ และคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างแท้จริง

‘ควอนตัมเอไอ’ ปฏิวัติธุรกิจ ‘บิ๊กเทค’ ชี้ Game Changer ระลอกใหม่ - รีเซตเกมแข่งขันโลก

กูรูเอไอเตือนธุรกิจไทยต้องรับมือ Agentic AI

ขณะที่ ดร.แอนเดรียส ไวเกนด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล และเอไอระดับโลก ยกปรากฏการณ์ที่ผู้บริหารระดับสูงของแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Coca-Cola และ Walmart ต้องตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่ง ซึ่งเป็นผลพวงมาจากความก้าวหน้าของเอไอที่เข้ามาทดแทนบทบาทสำคัญ

"Agentic AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ที่ตัดสินใจ และดำเนินการได้เองกำลังเข้ามาอย่างรวดเร็ว และสร้างผลกระทบอย่างมหาศาลสิ่งสำคัญที่สุดคือ องค์กรต้องกำหนด Objective Function ของตนให้ชัดเจนว่าต้องการให้ AI เพิ่มประสิทธิภาพในจุดใดต้องมีความชัดเจน และไม่พยายามที่จะใช้ เอไอเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในทุกๆ ด้านพร้อมกัน”

ความท้าทายที่แท้จริงของการนำ AI ไปใช้จึงไม่ได้อยู่ที่ความล้ำสมัยของตัวเทคโนโลยี แต่อยู่ที่การตัดสินใจว่าจะเริ่มต้นที่จุดใด ควบคู่ไปกับการเชื่อมต่อระบบ และผู้คนเข้าด้วยกันโดยมีความน่าเชื่อถือเป็นแกนกลางสำคัญ

ท้ายที่สุด สิ่งที่ผู้นำองค์กรต้องเร่งปลูกฝังให้กับทีมงานคือ การปรับกรอบความคิด (Mindset) ที่มุ่งเน้นการเปิดรับนวัตกรรม กล้าทดลองสิ่งใหม่ๆ และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม และยกระดับทักษะแรงงานไทยให้สอดคล้องกับยุคแห่งอนาคต

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์