การปรับตัวธุรกิจให้เข้ากับยุคเอไอไม่ใช่แค่เรื่องบุคลากรระดับปฏิบัติการ แต่ต้องหมายถึงวิสัยทัศน์ของผู้นำองค์กรด้วย ล่าสุดในงาน AI Revolution SHIFT 2026 | Shaking the Global Economy เขย่าโลก พลิกเกมธุรกิจ ณ ห้องพญาไท ชั้น 6 โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท นิรมล ดิเรกมหามงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลิฟ-24 จำกัด (LIV-24) ได้ร่วมเผยอินไซต์และกลยุทธ์การทรานส์ฟอร์มธุรกิจ พร้อมชี้ชัดว่าทักษะสำคัญที่สุดของผู้บริหารระดับสูง (C-level) ในยุคนี้ ไม่ใช่การสื่อสารเพื่อสร้างแรงบันดาลใจอีกต่อไป แต่คือทักษะความแม่นยำในการ "สั่งงาน AI ให้เป็น"
นิรมล เปิดเผยว่า องค์กรไม่จำเป็นต้องลงทุนมหาศาลเพื่อพัฒนา AI ของตัวเองขึ้นมาใหม่ทั้งหมดจากศูนย์ เนื่องจากการพัฒนาเองอาจไม่คุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจและยากที่จะไล่ตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่รวดเร็วได้ทัน กลยุทธ์ที่ตอบโจทย์กว่าคือการเลือกนำโซลูชัน AI ที่มีประสิทธิภาพในตลาดมาปรับใช้ (Adopt and Adapt) ให้เข้ากับความต้องการเฉพาะของธุรกิจ โดยเริ่มต้นจากการค้นหาจุดบกพร่อง (Pain Points) แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อหาทางแก้ไข ตัวอย่างความสำเร็จที่ชัดเจนคือ LIV-24 ซึ่งนำ AI และ IoT มาใช้รักษาความปลอดภัยเชิงรุกแบบเรียลไทม์ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ ระบบสามารถตรวจจับภัยคุกคามและระงับเหตุได้ภายในเวลาไม่เกิน 5 นาที ช่วยป้องกันเหตุร้ายแรงได้สำเร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจัดการระบบปรับอากาศเพื่อลดค่าไฟในอาคารพาณิชย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน ทักษะของผู้นำก็ต้องปรับตาม นิรมล เน้นย้ำว่าผู้บริหารระดับสูงต้องเปลี่ยนวิธีการสื่อสารจากการสร้างแรงบันดาลใจในภาพกว้าง มาเป็นการสื่อสารที่แม่นยำและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น โดยเฉพาะการสั่งงาน AI ที่ต้องการคำสั่งที่ชัดเจน เธอกล่าวว่า “เอไอไม่ต้องการ inspiration เอไอต้องการการสื่อสารที่ชัดเจน” ผู้บริหารยุคนี้จึงต้องทำงานแข่งกับความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และต้องมีทักษะในการวิเคราะห์เพื่อคัดกรองเลือกใช้ AI ให้เหมาะสมกับธุรกิจของตน
"จุดแข็งของ C-level คือเราสั่งเก่งค่ะ เพราะฉะนั้นสั่งให้ถูก สั่งให้ละเอียด สั่งให้ครอบคลุมแล้วจะสามารถได้ผลงานที่ดีออกมาแน่นอน ตอนนี้ก็จะมีคนให้ทะเลาะต่างออกไป ไม่ใช่มนุษย์แหละเป็นเอไอ แต่อย่างน้อยเค้าก็ไม่ลาออกนะคะ" นิรมล กล่าวเสริม
นอกจากนี้ วัฒนธรรมองค์กรยังถือเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่สุดในการนำ AI มาใช้ โดยเฉพาะในองค์กรที่มีกฎระเบียบซับซ้อน ซึ่งทางออกที่เหมาะสมคือการสร้างพื้นที่จำลอง หรือ "แซนด์บ็อกซ์" (Sandbox) เพื่อเปิดโอกาสให้ทดลองใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน ในสภาวะที่โลกเผชิญความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานผันผวน การใช้ข้อมูลเพื่อบริหารจัดการยิ่งทวีความสำคัญ เช่น การนำระบบจีพีเอสร่วมกับ AI อย่าง Google Maps มาใช้บริหารจัดการยานพาหนะและวางแผนเส้นทางโลจิสติกส์ ซึ่งช่วยลดต้นทุนได้อย่างมหาศาล
ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผู้บริหาร นิรมล ได้แนะนำ 4 เครื่องมือ AI พื้นฐานที่ควรเริ่มนำมาใช้งาน ได้แก่ Gemini สำหรับเป็นผู้ช่วยส่วนตัว, Notebook LM สำหรับสรุปและสังเคราะห์ข้อมูล, Claude Cowork สำหรับจัดการระบบอัตโนมัติ และ Gamma สำหรับช่วยสร้างงานนำเสนอ ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้จะช่วยลดภาระงานและเพิ่มความเร็วในการขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวทันโลกธุรกิจยุคใหม่





