ในวันที่โลกธุรกิจก้าวเข้าสู่ยุค AI เต็มรูปแบบ “ข้อมูล” กำลังกลายเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าที่สุด แทนที่ “น้ำมัน” ในอดีต ไม่ใช่แค่ปริมาณ แต่คือ “คุณภาพ” ที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าองค์กรจะไปได้ไกลแค่ไหน
วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส หรือ เอดับบลิวเอส (AWS) ในเครือ Amazon.com กล่าวว่า ทิศทางเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน สู่ยุค AI และ AI Agents ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้มากขึ้น โดยมี “ข้อมูล” เป็นรากฐานสำคัญ
องค์กรที่มีโครงสร้างข้อมูลแข็งแกร่ง จะสามารถต่อยอด AI และสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจได้จริง ขณะที่องค์กรที่ละเลย “Data Foundation” อาจหยุดอยู่แค่การเป็นผู้ใช้ AI ไม่สามารถสร้างคุณค่าใหม่ในระยะยาว
บริษัทชั้นนำระดับโลกวันนี้ ส่วนใหญ่ไม่มีสินทรัพย์ที่เป็นทุนทางกายภาพมากนัก ในระยะยาว "ข้อมูล" จะเป็นสิ่งที่มีมูลค่าและช่วยเพิ่มมูลค่าให้องค์กรในการทำธุรกิจแห่งอนาคตได้มากกว่า
วันนี้ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในโลกไม่ใช่น้ำมันแต่คือข้อมูล และข้อมูลคุณภาพสูงคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน AI
วิวัฒนาการของเทคโนโลยีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาได้ก้าวข้ามจากยุคการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันมาสู่ยุคของ AI ที่กำลังจะเปลี่ยนโลก
สำเร็จหรือล้มเหลวอยู่ที่ 'ข้อมูล'
เอดับบลิวเอสเผยว่า ภาคธุรกิจกำลังทุ่มงบประมาณและทรัพยากรไปที่ AI Agents โดยมีสถิติที่น่าสนใจคือ ภายในปี 2027 หรือใน 2 ปีข้างหน้ามากกว่า 50% ของบริษัทที่ใช้ Generative AI จะเริ่มรันระบบ "Agentic Systems" ผ่านโครงการนำร่องหรือการทดสอบระบบ (PoC)
ขณะที่ภายในปี 2028 ประมาณ 33% ของซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรจะมี AI Agents ฝังอยู่ข้างใน ซึ่งก้าวกระโดดมาจากปี 2024 ที่มีไม่ถึง 1%
วิวัฒนาการของ AI กำลังเคลื่อนที่จากระบบที่มนุษย์ต้องดูแลใกล้ชิด ไปสู่ระบบที่ทำงานได้เองมากขึ้น โดยมีผู้ช่วย Generative AI ทำงาน
AI Agents จะทำงานแบบมุ่งเป้าหมายเฉพาะ จัดการงานที่ซับซ้อนได้มากขึ้น และสามารถประสานการทำงานระหว่างหลายระบบได้ดีขึ้น
รากฐานข้อมูลมีความสำคัญอย่างมาก และเป็นสิ่งที่อาจทำให้หลาย ๆ องค์กรล้มเหลวเมื่อมีการนำ AI มาใช้
สำหรับการนำข้อมูลคุณภาพสูงมาใช้ได้จากทุกที่วิสัยทัศน์ที่เอดับบลิวเอสให้ความสำคัญอยู่ภายใต้ 3 เสาหลัก คือ สถาปัตยกรรมข้อมูลแบบเปิด, ความเป็นเลิศด้านพื้นฐานข้อมูล และธรรมาภิบาลข้อมูลที่เชื่อถือได้สำหรับ AI
เพื่อให้ใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด องค์กรต้องเน้นหลักการ 5 ประการ ประกอบด้วย มาตรฐานเปิด ข้อมูลต้องเข้าถึงได้ง่าย ความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างระบบ การรวมข้อมูลเรียลไทม์โดยไม่ต้องเสียเวลาแปลงไฟล์ และการค้นหาข้อมูลเชิงลึกที่รองรับ AI โดยเฉพาะ
โลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนผ่านจากแค่การ "แชต" กับ AI ไปสู่การสร้าง AI Agents ที่ทำงานแทนได้เกือบทั้งหมด โดยมีพื้นฐานสำคัญคือการจัดการข้อมูลให้ดีและเข้าถึงง่าย
การใช้ AI ในระดับองค์กร (Enterprise AI) จะแตกต่างจาก Consumer AI หรือ Everyday AI ที่เน้นการถามตอบทั่วไป เพราะ Enterprise AI จะส่งผลต่อจำนวนแอปพลิเคชันและปริมาณข้อมูลที่จะเพิ่มขึ้นมหาศาล
วางรากฐาน ‘ข้อมูล’ ปูทาง ‘โต’ ในอนาคต
คนส่วนใหญ่มักพูดถึงกรณีศึกษาของ AI แต่กลับมองข้ามโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ข้างล่าง ซึ่งก็คือ “ข้อมูล” อุปสรรคสำคัญคือองค์กรส่วนใหญ่ล้มเหลวในการพัฒนา AI เพราะข้อมูลไม่ดีพอหรือมีไม่เพียงพอ
เปรียบเสมือนภูเขาน้ำแข็งเพราะส่วนที่มักมองเห็นคือ AI แต่ส่วนที่อยู่ใต้น้ำคือการเตรียมข้อมูล การทำธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) และการจัดเก็บข้อมูล
ดังนั้นการออกแบบในอนาคตจะต้องมองการออกแบบข้อมูลที่รองรับทั้งการใช้งานโดย "มนุษย์" และ "AI Agent" ควบคู่กันไป
ในอนาคตอาจเกิดการหลอมรวมกันของตำแหน่งสำคัญ เช่น ผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคลกับผู้บริหารด้านเทคโนโลยี เนื่องจากผู้ปฏิบัติงานในอนาคตอาจไม่ใช่แค่มนุษย์ แต่เป็น AI Agent ทำให้คนดูแลคนกับคนดูแลเทคโนโลยีอาจต้องเป็นคนเดียวกัน
ยุคของ Generative AI รูปแบบข้อมูลจะเปลี่ยนไปจากเดิม จากเดิมที่เป็น Structured Data จะกลายเป็นข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างมากขึ้น ส่วนของการประมวลผล เน้นการเชื่อมต่อข้อมูลดิบให้เข้ากับ AI ได้ง่ายขึ้น เพื่อสร้างเป็น "Data Product" สำหรับการสร้าง Agent ใหม่ๆ
“ข้อมูล” คือความได้เปรียบทางการแข่งขันในยุค AI หากไม่วางรากฐานให้พร้อม องค์กรอาจเป็นได้เพียง “ผู้ใช้โมเดล” ที่ไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ในระยะยาว





