วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

'AWS' ชี้เกม AI สำเร็จหรือล้มเหลววัดกันที่ 'รากฐานข้อมูล'

'AWS' ชี้เกม AI สำเร็จหรือล้มเหลววัดกันที่ 'รากฐานข้อมูล'

ในวันที่โลกธุรกิจก้าวเข้าสู่ยุค AI เต็มรูปแบบ “ข้อมูล” กำลังกลายเป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าที่สุด แทนที่ “น้ำมัน” ในอดีต ไม่ใช่แค่ปริมาณ แต่คือ “คุณภาพ” ที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าองค์กรจะไปได้ไกลแค่ไหน

วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส หรือ เอดับบลิวเอส (AWS) ในเครือ Amazon.com กล่าวว่า ทิศทางเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน สู่ยุค AI และ AI Agents ที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้มากขึ้น โดยมี “ข้อมูล” เป็นรากฐานสำคัญ

องค์กรที่มีโครงสร้างข้อมูลแข็งแกร่ง จะสามารถต่อยอด AI และสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจได้จริง ขณะที่องค์กรที่ละเลย “Data Foundation” อาจหยุดอยู่แค่การเป็นผู้ใช้ AI ไม่สามารถสร้างคุณค่าใหม่ในระยะยาว

บริษัทชั้นนำระดับโลกวันนี้ ส่วนใหญ่ไม่มีสินทรัพย์ที่เป็นทุนทางกายภาพมากนัก ในระยะยาว "ข้อมูล" จะเป็นสิ่งที่มีมูลค่าและช่วยเพิ่มมูลค่าให้องค์กรในการทำธุรกิจแห่งอนาคตได้มากกว่า

วันนี้ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดในโลกไม่ใช่น้ำมันแต่คือข้อมูล และข้อมูลคุณภาพสูงคือหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน AI

วิวัฒนาการของเทคโนโลยีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาได้ก้าวข้ามจากยุคการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันมาสู่ยุคของ AI ที่กำลังจะเปลี่ยนโลก

'AWS' ชี้เกม AI สำเร็จหรือล้มเหลววัดกันที่ 'รากฐานข้อมูล'

สำเร็จหรือล้มเหลวอยู่ที่ 'ข้อมูล'

เอดับบลิวเอสเผยว่า ภาคธุรกิจกำลังทุ่มงบประมาณและทรัพยากรไปที่ AI Agents โดยมีสถิติที่น่าสนใจคือ ภายในปี 2027 หรือใน 2 ปีข้างหน้ามากกว่า 50% ของบริษัทที่ใช้ Generative AI จะเริ่มรันระบบ "Agentic Systems" ผ่านโครงการนำร่องหรือการทดสอบระบบ (PoC)

ขณะที่ภายในปี 2028 ประมาณ 33% ของซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรจะมี AI Agents ฝังอยู่ข้างใน ซึ่งก้าวกระโดดมาจากปี 2024 ที่มีไม่ถึง 1%

วิวัฒนาการของ AI กำลังเคลื่อนที่จากระบบที่มนุษย์ต้องดูแลใกล้ชิด ไปสู่ระบบที่ทำงานได้เองมากขึ้น โดยมีผู้ช่วย Generative AI ทำงาน

AI Agents จะทำงานแบบมุ่งเป้าหมายเฉพาะ จัดการงานที่ซับซ้อนได้มากขึ้น และสามารถประสานการทำงานระหว่างหลายระบบได้ดีขึ้น

รากฐานข้อมูลมีความสำคัญอย่างมาก และเป็นสิ่งที่อาจทำให้หลาย ๆ องค์กรล้มเหลวเมื่อมีการนำ AI มาใช้

สำหรับการนำข้อมูลคุณภาพสูงมาใช้ได้จากทุกที่วิสัยทัศน์ที่เอดับบลิวเอสให้ความสำคัญอยู่ภายใต้ 3 เสาหลัก คือ สถาปัตยกรรมข้อมูลแบบเปิด, ความเป็นเลิศด้านพื้นฐานข้อมูล และธรรมาภิบาลข้อมูลที่เชื่อถือได้สำหรับ AI

เพื่อให้ใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด องค์กรต้องเน้นหลักการ 5 ประการ ประกอบด้วย มาตรฐานเปิด ข้อมูลต้องเข้าถึงได้ง่าย ความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างระบบ การรวมข้อมูลเรียลไทม์โดยไม่ต้องเสียเวลาแปลงไฟล์ และการค้นหาข้อมูลเชิงลึกที่รองรับ AI โดยเฉพาะ

โลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนผ่านจากแค่การ "แชต" กับ AI ไปสู่การสร้าง AI Agents ที่ทำงานแทนได้เกือบทั้งหมด โดยมีพื้นฐานสำคัญคือการจัดการข้อมูลให้ดีและเข้าถึงง่าย

การใช้ AI ในระดับองค์กร (Enterprise AI) จะแตกต่างจาก Consumer AI หรือ Everyday AI ที่เน้นการถามตอบทั่วไป เพราะ Enterprise AI จะส่งผลต่อจำนวนแอปพลิเคชันและปริมาณข้อมูลที่จะเพิ่มขึ้นมหาศาล

'AWS' ชี้เกม AI สำเร็จหรือล้มเหลววัดกันที่ 'รากฐานข้อมูล'

วางรากฐาน ‘ข้อมูล’ ปูทาง ‘โต’ ในอนาคต

คนส่วนใหญ่มักพูดถึงกรณีศึกษาของ AI แต่กลับมองข้ามโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ข้างล่าง ซึ่งก็คือ “ข้อมูล” อุปสรรคสำคัญคือองค์กรส่วนใหญ่ล้มเหลวในการพัฒนา AI เพราะข้อมูลไม่ดีพอหรือมีไม่เพียงพอ

เปรียบเสมือนภูเขาน้ำแข็งเพราะส่วนที่มักมองเห็นคือ AI แต่ส่วนที่อยู่ใต้น้ำคือการเตรียมข้อมูล การทำธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) และการจัดเก็บข้อมูล

ดังนั้นการออกแบบในอนาคตจะต้องมองการออกแบบข้อมูลที่รองรับทั้งการใช้งานโดย "มนุษย์" และ "AI Agent" ควบคู่กันไป

ในอนาคตอาจเกิดการหลอมรวมกันของตำแหน่งสำคัญ เช่น ผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคลกับผู้บริหารด้านเทคโนโลยี เนื่องจากผู้ปฏิบัติงานในอนาคตอาจไม่ใช่แค่มนุษย์ แต่เป็น AI Agent ทำให้คนดูแลคนกับคนดูแลเทคโนโลยีอาจต้องเป็นคนเดียวกัน

ยุคของ Generative AI รูปแบบข้อมูลจะเปลี่ยนไปจากเดิม จากเดิมที่เป็น Structured Data จะกลายเป็นข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างมากขึ้น ส่วนของการประมวลผล เน้นการเชื่อมต่อข้อมูลดิบให้เข้ากับ AI ได้ง่ายขึ้น เพื่อสร้างเป็น "Data Product" สำหรับการสร้าง Agent ใหม่ๆ

“ข้อมูล” คือความได้เปรียบทางการแข่งขันในยุค AI หากไม่วางรากฐานให้พร้อม องค์กรอาจเป็นได้เพียง “ผู้ใช้โมเดล” ที่ไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ในระยะยาว