สดช.เปิดตัว “คลินิกกองทุน” ช่วยทุกภาคส่วนเข้าถึงทุนพัฒนาดิจิทัล พร้อมเดินสาย 4 จังหวัด ขยายโอกาสสู่ภูมิภาค ขณะเดียวกันเร่งโครงการ IT Man ปักหมุดทุกอำเภอ เสริมกำลังคนดิจิทัล ลดเหลื่อมล้ำ ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก
สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลของประเทศ เปิดกิจกรรม DE Fund Clinic หรือ “คลินิกกองทุน” ประจำปี 2569 เพื่อสนับสนุนและเตรียมความพร้อมให้หน่วยงานจากทุกภาคส่วนสามารถยื่นขอรับทุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตั้งเป้าขยายโอกาสการเข้าถึงทุนสู่ภูมิภาคทั่วประเทศ
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการสดช. กล่าวว่า เทคโนโลยีดิจิทัลมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในทุกมิติ โดยกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนโครงการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณะ ไม่แสวงหากำไร ไม่กระทบต่อการแข่งขัน และสามารถสร้างผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญของกองทุน คือการเป็น “กองทุนของทุกคน” ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย มีความโปร่งใส และสามารถเปลี่ยนแนวคิดหรือโครงการให้กลายเป็นผลงานที่เกิดขึ้นจริง กิจกรรมคลินิกกองทุนจึงเปรียบเสมือนพื้นที่ให้คำปรึกษาและเตรียมความพร้อมแก่ผู้สนใจ ตั้งแต่การพัฒนาแนวคิดโครงการ การวางแผน ไปจนถึงการจัดทำข้อเสนอขอรับทุน เพื่อเพิ่มโอกาสให้โครงการสามารถผ่านการพิจารณาและนำไปสู่การดำเนินงานจริง
ด้าน ดร.วรรณศิริ พัวศิริ ผู้อำนวยการกองบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีผู้สนใจยื่นข้อเสนอโครงการจำนวนมาก แต่หลายโครงการยังขาดรายละเอียดและความชัดเจนในเชิงแผนงานและผลลัพธ์ กิจกรรมคลินิกกองทุนจึงจัดขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพข้อเสนอโครงการ โดยมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การพัฒนาแนวคิดจนถึงการจัดทำข้อเสนอ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับการสนับสนุนและต่อยอดสู่การดำเนินงานจริง
สำหรับกิจกรรมกองทุนในปี 2569 จะไม่ได้จัดเฉพาะในกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่จะเดินสายจัดกิจกรรมในภูมิภาคอีก 4 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ เชียงราย สุราษฎร์ธานี และอุดรธานี เพื่อเปิดโอกาสให้หน่วยงานในพื้นที่สามารถเข้าถึงกองทุนได้มากขึ้น และสนับสนุนให้เกิดโครงการพัฒนาดิจิทัลที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมในระดับพื้นที่
นอกจากการสนับสนุนด้านทุนแล้ว กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมยังเดินหน้า โครงการพัฒนากำลังคนดิจิทัลระดับอำเภอ หรือ “IT Man” เพื่อยกระดับทักษะดิจิทัลของประชาชนในระดับฐานราก โดยมีเป้าหมายสร้างเครือข่ายบุคลากรดิจิทัลในทุกอำเภอทั่วประเทศ เพื่อเป็นตัวกลางถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีให้กับชุมชน
ขณะเดียวกัน โครงการดังกล่าวยังช่วยสร้างภูมิคุ้มกันด้านไซเบอร์ให้กับประชาชน โดยให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย การเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง และการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในยุคดิจิทัล
นายเวทางค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายของโครงการ IT Man ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างบุคลากรด้านดิจิทัลในระดับพื้นที่เท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสู่การพัฒนา “จังหวัดดิจิทัล” ในอนาคต ควบคู่ไปกับการยกระดับทุนมนุษย์ของประเทศให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ทั้งนี้ สำนักงานฯ ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อสร้างเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอให้ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านดิจิทัลแก่ประชาชน ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างรายได้ การทำธุรกิจออนไลน์ การใช้ข้อมูลเพื่อการเกษตร ไปจนถึงการป้องกันภัยไซเบอร์





