วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

'ซีเกท' เชื่อมั่นลงทุนไทย ปักหมุดฐานผลิตโลก รับคลื่น AI–ข้อมูล

'ซีเกท' เชื่อมั่นลงทุนไทย ปักหมุดฐานผลิตโลก รับคลื่น AI–ข้อมูล

ท่ามกลางกระแส AI ที่เร่งให้ความต้องการข้อมูลพุ่งทั่วโลก “ซีเกท” ย้ำความเชื่อมั่นไทย พร้อมเดินหน้าลงทุน ปักหมุดเป็นฐานการผลิตระดับโลก 

'ซีเกท' เชื่อมั่นลงทุนไทย ปักหมุดฐานผลิตโลก รับคลื่น AI–ข้อมูล

เค.เอฟ. ชอง รองประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการระดับโลก ซีเกท เทคโนโลยี ผู้พัฒนาเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลระดับโลก กล่าวว่า ยังคงมีความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย และพร้อมขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ปัจจุบัน ไทยมีบทบาทสำคัญในเครือข่ายการผลิตระดับโลกของซีเกท โดยมีการดำเนินงานแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนขั้นสูงไปจนถึงการประกอบฮาร์ดไดรฟ์ทั้งระบบ

เหตุผลที่ซีเกทเลือกไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์มานานกว่า 40 ปี ประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลักคือ 1. ทำเลที่ตั้งเป็นจุดยุทธศาสตร์ของภูมิภาค 2. การสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากภาครัฐและสถาบันต่าง ๆ และ 3. ความพร้อมของกลุ่มบุคลากรที่มีความสามารถ

ยืนยันว่าจะไม่ย้ายฐานการผลิตแม้ค่าแรงปรับตัว เพราะการตัดสินใจของซีเกทอยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยีและระบบนิเวศ ไม่ใช่เพียงเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ

ดังนั้นแม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของบุคลากรและศักยภาพด้านปฏิบัติการ ทำให้ไทยยังคงเป็นตัวเลือกหลัก

ซีเกทไม่เปิดเผยสัดส่วนการผลิตในไทย แต่ยืนยันว่าเป็นฐานสำคัญที่มีมูลค่าสูงในซัพพลายเชนทั่วโลก หลังจากนี้พร้อมเดินหน้าลงทุนเพื่อยกระดับขีดความสามารถการผลิต โดยมุ่งเพิ่มทั้งคุณภาพ กำลังการผลิต และเทคโนโลยี

ที่ผ่านมามีการนำเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้ในการผลิตที่ไทยอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการลงทุนในกระบวนการผลิต เทคโนโลยี และหัวอ่าน รวมถึงการพัฒนาบุคลากร

'ซีเกท' เชื่อมั่นลงทุนไทย ปักหมุดฐานผลิตโลก รับคลื่น AI–ข้อมูล

ดาต้าบูม เขย่าโครงสร้างสตอเรจโลก

ผู้บริหารซีเกทมีมุมมองต่อภูมิทัศน์ธุรกิจสตอเรจว่า มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รับอานิสงส์การเติบโตของ AI รวมไปถึงคลาวด์ วิดีโอ ระบบออโตเมชัน การเชื่อมต่อกันของอุปกรณ์ และบริการต่าง ๆ บนดิจิทัล

วันนี้การเติบโตของข้อมูลไม่ได้เป็นไปตามวัฏจักรแต่เป็น “เชิงโครงสร้าง”คาดว่าสิ้นทศวรรษนี้โลกจะมีข้อมูลเพิ่มขึ้นหลายร้อยเซตตะไบต์

ไอดีซี ระบุว่า นวัตกรรมทางเทคโนโลยีกำลังสร้าง ข้อมูลในปริมาณที่มากอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จากปี 2548 ที่มีปริมาณน้อยกว่า 1 เซตตะไบต์ เมื่อถึงปี 2563 เพิ่มขึ้นเป็น 72 เซตตะไบต์ และมีการคาดการณ์ว่าปี 2572 จะเพิ่มขึ้นไปแตะ 527 เซตตะไบต์

AI ได้ทำให้ข้อมูลกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล

แม้เทคโนโลยีการเก็บข้อมูลจะก้าวหน้าไปมาก แต่ปัจจุบัน 87% ของพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ยังคงทำงานบนฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์เป็นหลัก และคาดว่าในช่วง 3-5 ปีข้างหน้าความต้องการความจุของฮาร์ดไดรฟ์ประเภทเนียร์ไลน์จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 20%

'ซีเกท' เชื่อมั่นลงทุนไทย ปักหมุดฐานผลิตโลก รับคลื่น AI–ข้อมูล

ดันโรดแมป 100TB รับดีมานด์ข้อมูล

ชองเผยว่า กลยุทธ์ของซีเกทเน้นการเพิ่มความจุข้อมูลต่อหนึ่งดิสก์เพื่อให้ใช้พื้นที่และใช้พลังงานน้อยลง ขณะเดียวกันลดต้นทุนโครงสร้างพื้นฐาน

อย่าง Mozaic™ 4+ เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการจัดเก็บข้อมูลที่ใช้เทคโนโลยี Heat-Assisted Magnetic Recording (HAMR) เพียงรายเดียวของอุตสาหกรรมที่ได้รับการติดตั้งใช้งานในระดับการผลิตจริง มอบทั้งขีดความสามารถในการขยายระบบ ประสิทธิภาพการทำงาน และความคุ้มค่า

พร้อมเดินหน้าต่อสู่โรดแมปการพัฒนาเพื่อเพิ่มความจุต่อแผ่นดิสก์จากระดับมากกว่า 4TB ในปัจจุบัน ไปสู่เป้าหมาย 10TB ต่อแผ่นในอนาคต ซึ่งจะช่วยให้สามารถพัฒนาฮาร์ดไดรฟ์ที่มีความจุรวมสูงสุดถึง 100TB ได้

จุดต่างของซีเกทไม่ใช่เรื่องของความจุ แต่เป็นการคาดการณ์อนาคตที่สามารถรองรับการจัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโฉมสถาปัตยกรรม ตอบโจทย์ทั้งด้านความจุ พลังงาน รองรับโครงสร้างพื้นฐานไอทียุคใหม่รวมถึง AI

ท่ามกลางสถานการณ์โลกปัจจุบันที่มีความไม่แน่นอน ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์มีพลวัตตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาษี (Tariffs) หรือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ซีเกทมีการเตรียมแผนบรรเทาผลกระทบ และมาตรการป้องกันไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ยืนยันว่าสถานะปัจจุบันยังคงมีเสถียรภาพ ความท้าทายจากภายนอกยังไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ การดำเนินงานยังเป็นไปตามปกติ สามารถส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้ตามพันธสัญญา และบริษัทยังอยู่ในสภาวะที่มั่นคง

 

'ซีเกท' เชื่อมั่นลงทุนไทย ปักหมุดฐานผลิตโลก รับคลื่น AI–ข้อมูล

ไทยฮับ ‘ผลิต-วิจัย’ ครบวงจร

นรเชษฐ์ แซ่ตั้ง ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย และรองประธานอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า ฐานการผลิตในประเทศไทยเป็นระบบที่สมบูรณ์ (Vertical Integration) ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ

ขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรม 4.0 โดยนำ AI และแมชีนเลิร์นนิงมาใช้ในกระบวนการผลิตหัวอ่านที่มีความละเอียดสูงระดับนาโนเมตรเพื่อประสิทธิภาพและคุณภาพสูงสุด

ขณะเดียวกัน มีความยั่งยืนเป็นแกนหลัก ให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและสถาบันต่าง ๆ ในประเทศ เพื่อส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม และพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ อันเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตในระยะยาว

นอกเหนือจากการเป็นฐานการผลิตแล้ว ซีเกท ประเทศไทยยังเป็นศูนย์กลางสำคัญด้านการวิจัยและพัฒนา โดยทั้งโรงงานเทพารักษ์และโรงงานโคราชมีบทบาทในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การปรับปรุงกระบวนการผลิต และการศึกษาเทคโนโลยีเกิดใหม่อย่างต่อเนื่อง

จุดเด่นของซีเกทในไทย คือการผสานความเชี่ยวชาญทางเทคนิค เทคโนโลยีระบบอัตโนมัติขั้นสูง การให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการมีส่วนร่วมกับชุมชน โดยบริษัทฯ เป็นหนึ่งในผู้ส่งออกอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และมีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญไม่ว่าจะเป็นวิศวกร นักวิจัย และช่างเทคนิคจำนวนมาก

ต่อข้อซักถามเรื่องที่สหรัฐฯ พยายามดึงบริษัทเทคโนโลยีกลับไปผลิตในประเทศนั้น มองว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก เพราะการสร้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูงต้องใช้ระยะเวลาในการสั่งสมประสบการณ์และความรู้ ซึ่งประเทศไทยมีความแข็งแกร่งในจุดนี้และมีข้อได้เปรียบหลายด้าน ทำให้ไทยยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลกสำหรับโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล

ท่ามกลางความผันผวนของปัจจัยภายนอก ซีเกทมีการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและมีแผนสำรองฉุกเฉิน ทั้งในด้านการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง และการจัดการซัพพลายต่าง ๆ

พร้อมระบุว่า ธุรกิจฮาร์ดดิสก์ไม่ใช่ขาลง แม้ตลาดผู้บริโภคชะลอ แต่ดีมานด์ข้อมูลจากคลาวด์ ดาต้าเซนเตอร์ และ AI ยังเติบโตอย่างมหาศาล