วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม 2569

Login
Login

จับตาตลาด "ดาต้าเซ็นเตอร์" 2 ล้านล้าน รัฐจ่อคุมเข้มอัปเกรดไลเซ่นสกัดทุนเทา

จับตาตลาด "ดาต้าเซ็นเตอร์" 2 ล้านล้าน รัฐจ่อคุมเข้มอัปเกรดไลเซ่นสกัดทุนเทา

การเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ "ดาต้าเซ็นเตอร์" ในประเทศไทย กำลังถูกตั้งคำถามมากขึ้นว่า นอกจากจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลแล้ว ยังอาจกลายเป็น “ช่องโหว่” ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์–มิจฉาชีพ และทุนสีเทา ใช้เป็นฐานปฏิบัติการหรือไม่

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. ระบุว่า อุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ไทยกำลังขยายตัวอย่างก้าวกระโดด โดยช่วงปี 2568-2574 คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 27.71% ต่อปี มูลค่าตลาดพุ่งจาก 4.7 แสนล้านบาท เป็นกว่า 2.02 ล้านล้านบาท การเติบโตระดับนี้ทำให้ภาครัฐจำเป็นต้อง “ตั้งกติกาใหม่” เพื่อป้องกันความเสี่ยงในระยะยาว

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกจับตา คือความกังวลจากภาคการเงินและหน่วยงานด้านความมั่นคงว่า ดาต้าเซ็นเตอร์อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือของกลุ่มทุนสีเทา ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยเช่าโครงสร้างพื้นฐานให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้เป็นจุดเชื่อมต่อสัญญาณสื่อสาร หรือแม้กระทั่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการฟอกเงินผ่านธุรกิจดิจิทัล

แม้ยังไม่มีข้อยืนยันชัดเจนว่าดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยถูกใช้เป็น “ฐานอาชญากรรม” โดยตรง แต่ลักษณะของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการรับส่งข้อมูลจำนวนมหาศาล การเชื่อมต่อข้ามประเทศ และการให้บริการลูกค้าหลากหลายประเภท ทำให้ภาครัฐไม่สามารถละเลยความเสี่ยงดังกล่าวได้

การยกระดับใบอนุญาตเป็นแบบที่ 3 ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม จะทำให้ กสทช.สามารถกำกับดูแลเข้มงวดขึ้น ทั้งด้านมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐาน การตรวจสอบผู้ประกอบการ และที่สำคัญคือการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ “ลูกค้า” ของดาต้าเซ็นเตอร์ ว่าเป็นใคร มีความน่าเชื่อถือเพียงใด และมีความเสี่ยงเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายหรือไม่

นอกจากนี้ มาตรการใหม่ยังครอบคลุมการ “จัดโซนนิ่ง” ดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญ โดยหลายประเทศเริ่มจำกัดการลงทุน เช่น United States ที่ชะลอโครงการใหม่บางส่วน และ Singapore ที่เข้มงวดการอนุญาตมากขึ้น ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ระบุว่า ล่าสุดมีการอนุมัติโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 9.6 หมื่นล้านบาท โดยมีผู้เล่นรายใหญ่เข้ามาลงทุนจำนวนมาก อาทิ True Internet Data Center กลุ่มร่วมทุน Gulf–Singtel–AIS รวมถึงผู้ประกอบการจากสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และยุโรป

ขณะที่ในปี 2568 มีคำขอส่งเสริมการลงทุนถึง 36 โครงการ มูลค่ารวม 728,000 ล้านบาท สะท้อนว่าประเทศไทยกำลังกลายเป็น “ฮับดาต้าเซ็นเตอร์” ของภูมิภาคอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้เอง กลายเป็นดาบสองคม เพราะหากไม่มีการกำกับดูแลที่เพียงพอ อาจเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทั้งในมิติของอาชญากรรมไซเบอร์ การหลอกลวงข้ามชาติ และการเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมาย

กสทช. ยืนยันว่าการออกเกณฑ์ใหม่ “ไม่ใช่การสกัดการลงทุน” แต่เป็นการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ กับความมั่นคงของประเทศในระยะยาว โดยก่อนออกประกาศจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ดาต้าเซ็นเตอร์คือแหล่งฟอกเงินหรือไม่” แต่คือ “ประเทศไทยพร้อมแค่ไหนในการกำกับดูแล” เมื่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลกำลังกลายเป็นหัวใจของเศรษฐกิจ และในขณะเดียวกันก็อาจเป็นช่องทางใหม่ของอาชญากรรมยุคดิจิทัล หากไร้กลไกควบคุมที่เข้มแข็งเพียงพอ