วันอาทิตย์ ที่ 29 มีนาคม 2569

Login
Login

ถูกจริงหรือจกตา! เทียบโปรฯธงฟ้า กสทช. กับแพ็กเกจที่มีขายในตลาด ใครคุ้มกว่ากัน

ถูกจริงหรือจกตา! เทียบโปรฯธงฟ้า กสทช. กับแพ็กเกจที่มีขายในตลาด ใครคุ้มกว่ากัน

หลังจาก สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดร่างประกาศเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เพื่อกำหนดโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือ โดยเสนอแพ็กเกจพื้นฐานราคาถูก (โปรฯธงฟ้า) ไม่เกิน 210 บาทต่อเดือน 

ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะ นโยบายดังกล่าวถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในฐานะมาตรการช่วยลดภาระค่าครองชีพด้านการสื่อสารของประชาชน

อย่างไรก็ตาม สภาผู้บริโภค เห็นว่า แพ็กเกจที่ กสทช. เสนอ อาจไม่ใช่ทางเลือกใหม่อย่างแท้จริง เนื่องจากเงื่อนไขและระดับราคามีลักษณะใกล้เคียงกับโปรโมชันที่ผู้ให้บริการมือถือมีอยู่แล้ว รวมถึงมีราคาสูงกว่าบางแพ็กเกจที่มีอยู่ในท้องตลาด จึงอาจไม่ได้ช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้บริโภคลงอย่างแท้จริง

สภาผู้บริโภคจึงย้ำข้อเสนอ “แพ็กเกจมือถือพื้นฐาน” ที่มุ่งตอบโจทย์ค่าครองชีพของประชาชนมากกว่า โดยเสนอให้กำหนดราคาไม่เกิน 100 บาทต่อเดือน พร้อมสิทธิประโยชน์ที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ได้แก่ อินเทอร์เน็ตอย่างน้อย 70 GB ที่ความเร็วไม่ต่ำกว่า 5 Mbps ซึ่งสามารถรองรับการดูวิดีโอ การทำงาน และการเรียนออนไลน์ได้อย่างราบรื่น และแม้ใช้ครบตามปริมาณแล้ว ยังสามารถใช้งานต่อเนื่องที่ความเร็ว 512 Kbps รวมถึงมีนาทีโทรอย่างน้อย 100 นาทีต่อเดือน

ถูกจริงหรือจกตา! เทียบโปรฯธงฟ้า กสทช. กับแพ็กเกจที่มีขายในตลาด ใครคุ้มกว่ากัน

เมื่อเปรียบเทียบกับร่างของ กสทช. ที่กำหนดราคาไม่เกิน 210 บาทต่อเดือน แต่ให้ปริมาณอินเทอร์เน็ตสูงสุดเพียง 6 GB และโทร 70 นาที ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่แค่มีแพ็กเกจราคาถูกหรือไม่ แต่คือแพ็กเกจนั้นเพียงพอและเป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือไม่ ซึ่งเป็นคำถามสำคัญที่สังคมต้องร่วมกันพิจารณาในช่วงการเปิดรับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ ก่อนที่ร่างประกาศดังกล่าวจะถูกประกาศใช้จริงต่อไป

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาผู้บริโภค กล่าวว่า จากการที่ กสทช. ออกแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตราคา 210 บาทนั้น ไม่ใช่ราคาใหม่ เนื่องจากเมื่อสำรวจแพ็กเกจและโปรโมชันในปัจจุบัน ค่ายมือถือมีราคาดังกล่าวอยู่แล้ว อีกทั้งเมื่อรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ราคาจะเพิ่มขึ้น ถือว่ายังเป็นราคาแพงสำหรับภาคครัวเรือนในภาวะที่ค่าครองชีพพุ่งสูง

ปัจจุบันประชาชนกำลังเผชิญค่าครองชีพสูง จากหลายปัจจัย โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนขนส่งและราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น กระทบต่อเนื่องทำให้สินค้าทยอยปรับราคาตาม

สภาฯผู้บริโภคจึงเสนอแพ็กเกจเน็ตมือถือ 100 บาทต่อเดือน เพื่อลดค่าครองชีพ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อย พร้อมเสนอให้รัฐบาลใหม่ผลักดันให้ กสทช. ดำเนินการปรับแพ็กเกจมือถือให้ลดลงอีก

นอกจากนี้ ความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตของภาคครัวเรือนมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้มีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น และจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการหางานหรือขายสินค้าออนไลน์ ดังนั้นอินเทอร์เน็ตจึงกลายเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานเช่นเดียวกับน้ำและไฟฟ้า ที่รัฐต้องคุ้มครองให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างสะดวก รวมทั้งรัฐบาลได้ขอความร่วมมือให้ข้าราชการ พนักงานบริษัท และประชาชนทำงานที่บ้าน ซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตทำงาน และรวมทั้งนักเรียน นักศึกษา ต้องใช้เพื่อเรียนออนไลน์

ขณะเดียวกัน ภายหลังการควบรวมของค่ายมือถือที่มีผู้ให้บริการเหลือ 2 ค่าย พบว่าต้นทุนของผู้ประกอบการลดลงอย่างชัดเจน เนื่องจากสามารถบริหารจัดการและดูแลโครงข่ายร่วมกันได้ ดังนั้นต้นทุนที่ลดลงควรถูกนำมาปรับลดราคาให้แก่ผู้บริโภคในช่วงภาวะเศรษฐกิจผันผวน

ทั้งนี้ เมื่ออินเทอร์เน็ตคือสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เหมือนน้ำและไฟที่รัฐต้องคุ้มครอง และขอความร่วมมือจากเอกชนให้ดูแลประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ กลุ่มเปราะบาง และผู้มีรายได้น้อย ที่มีแต่รายจ่ายเพิ่มสูงขึ้นในภาวะโลกปั่นป่วน เกิดสงคราม เสมือนภาวะภัยพิบัติ ที่ประชาชนต้องรัดเข็มขัด แต่การสื่อสารยังเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน ทำให้สามารถใช้สื่อสาร ค้นหางาน และหารายได้ในช่วงนี้

นางสาวสุภิญญา กล่าวต่อว่า กสทช. อยู่ระหว่างจัดทำร่างประกาศกำหนดและกำกับดูแลโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือ รายเดือนละไม่เกิน 210 บาท และเปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน จึงควรเปิดโอกาสให้กลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อยมีส่วนร่วมเสนอราคาแพ็กเกจพื้นฐาน เพื่อสะท้อนเสียงของประชาชนได้อย่างทั่วถึง