วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม 2569

Login
Login

เปิดประกาศฯคุมเข้มแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ บังคับใช้ทันที สกัดผูกขาด-เอาเปรียบคู่ค้า

เปิดประกาศฯคุมเข้มแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ บังคับใช้ทันที สกัดผูกขาด-เอาเปรียบคู่ค้า

กขค. คลอดไกด์ไลน์แนวทางกำกับธุรกิจแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่างเป็นทางการแล้ว คุมพฤติกรรมด้านราคาและไม่ใช่ราคา ทั้งการตั้งค่าธรรมเนียม เลือกปฏิบัติ กีดกันการมองเห็นสินค้า และเอื้อประโยชน์ให้บริการตนเอง มีผลบังคับใช้ทันที

คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ออกแนวทางกำกับดูแลธุรกิจแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพื่อกำหนดกรอบพฤติกรรมทางการค้าที่เป็นธรรมและป้องกันการผูกขาดหรือจำกัดการแข่งขันในตลาดแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

ผศ. ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ ได้ออกประกาศเรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมและการกระทำอันเป็นการผูกขาด ลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขัน ในธุรกิจแพลตฟอร์มหลายด้าน (Multi-sided Platform) สำหรับธุรกิจบริการดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ หรือ “ไกด์ไลน์อีคอมเมิร์ซ

แนวทางดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความชัดเจนในการพิจารณาพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม รวมถึงการกระทำที่อาจเข้าข่ายผูกขาด ลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขัน ตลอดจนการตกลงร่วมกันหรือทำนิติกรรมอื่นใด ภายใต้พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 โดยครอบคลุมความสัมพันธ์ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซกับธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ขายสินค้า ผู้ให้บริการขนส่ง ผู้ให้บริการโฆษณาดิจิทัล และผู้ให้บริการชำระเงิน

ทั้งนี้ สาระสำคัญของไกด์ไลน์อีคอมเมิร์ซแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นหลัก ได้แก่

  • พฤติกรรมด้านราคา
  • พฤติกรรมทางการค้าอื่นที่ไม่เกี่ยวกับราคา

ในส่วนของพฤติกรรมด้านราคา ได้กำหนดลักษณะการกระทำที่อาจเข้าข่ายต้องห้ามอย่างชัดเจน เช่น การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือผลประโยชน์ในอัตราเดียวกับคู่แข่งขัน (Parallel Pricing) แม้ไม่มีหลักฐานการตกลงร่วมกันอย่างชัดเจน แต่สามารถพิจารณาจากข้อเท็จจริงว่าผู้ประกอบธุรกิจมีการรับรู้และกำหนดราคาไปในทิศทางเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังรวมถึงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือกำหนดราคาที่แตกต่างกันระหว่างผู้ประกอบธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการเดียวกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (Price Discrimination) ซึ่งจะพิจารณาจากขนาดธุรกิจ ปริมาณ หรือมูลค่าการจำหน่าย รวมถึงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายที่เป็นภาระเกินสมควรแก่คู่ค้า หรือไม่มีการแจ้งล่วงหน้าในระยะเวลาที่เหมาะสม

ส่วนพฤติกรรมทางการค้าอื่นที่ไม่ใช่ด้านราคา (Non-Price Behavior) เช่น การกีดกันการมองเห็นสินค้าหรือบริการของผู้ขาย โดยใช้ระบบอัลกอริทึมจำกัดการมองเห็น หรือการให้สิทธิพิเศษแก่บริการของตนเอง (Self-preferencing) หรือผู้ขายบางรายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เช่น การวางสินค้าในตำแหน่งเด่นบนหน้าแรกโดยไม่ระบุว่าเป็นพื้นที่โฆษณา

รวมถึงพฤติกรรมการบังคับให้ผู้ขายต้องใช้บริการขนส่งของแพลตฟอร์ม หรือผู้ให้บริการที่แพลตฟอร์มกำหนดเท่านั้น ไม่สามารถเลือกใช้บริการรายอื่นได้ตามความต้องการของผู้ขาย ตลอดจนการนำข้อมูลที่ได้จากคู่ค้าไปใช้เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน หรือเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของตนเหนือคู่ค้า

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาความผิดจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงและองค์ประกอบของแต่ละกรณีอย่างรอบด้าน รวมถึงลักษณะความสัมพันธ์ทางสัญญา และข้อจำกัดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หากพบว่าเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม หรือส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้า ซึ่งมีทั้งโทษทางอาญาและโทษปรับทางปกครอง

สำนักงาน กขค. ระบุด้วยว่า จะเดินหน้าสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับไกด์ไลน์อีคอมเมิร์ซให้กับผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศต่อไป