วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

กสทช.ตีกลับแผน USO หลังวงเงินพุ่ง 4 หมื่นล้าน สั่งทบทวนใหม่-ทำประชาพิจารณ์อีกครั้ง

กสทช.ตีกลับแผน USO หลังวงเงินพุ่ง 4 หมื่นล้าน สั่งทบทวนใหม่-ทำประชาพิจารณ์อีกครั้ง

ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติไม่เห็นชอบแผนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (USO) ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2566) (ที่แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 2) และให้สำนักงาน กสทช. นำกลับไปปรับปรุงแก้ไข พร้อมจัดรับฟังความคิดเห็นใหม่ ก่อนนำเสนอให้บอร์ดพิจารณาอีกครั้ง

แหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช. เปิดเผยว่า ในการประชุม กสทช. ครั้งที่ 10/2569 เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ที่ประชุมมีมติไม่เห็นชอบแผน USO ตามที่สำนักงานเสนอ เนื่องจากสำนักงาน กสทช. ไม่ได้ดำเนินการตามมติ กสทช. ครั้งที่ 7/2569 เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ให้สำนักงานนำข้อสังเกตและข้อสั่งการของคณะกรรมการไปปรับปรุงแก้ไขแผน และนำไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาชนทั่วไปก่อนนำเสนอใหม่

โดยประเด็นที่คณะกรรมการเคยมีข้อสังเกตให้ปรับปรุง ได้แก่

1. ให้มีการประเมินผลการดำเนินงานและการวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ที่ผ่านมาเพื่อประกอบการพิจารณา

2. ให้กำหนดตัวชี้วัดในแต่ละยุทธศาสตร์ให้ชัดเจน

3. ให้พิจารณาแนวทางในการกำหนดโมเดล Play

4. ให้ปรับปรุงนิยาม “บริการโทรคมนาคมพื้นฐาน”

5. ให้จัดทำกำหนดการดำเนินการของแผนเสนอ กสทช.

อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กสทช. ไม่ได้นำข้อสังเกตดังกล่าวไปปรับปรุงแผน แต่กลับนำแผนฉบับเดิมที่ยังไม่ได้แก้ไขไปเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ระหว่างวันที่ 20–27 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเป็นการรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น ส่งผลให้ที่ประชุม กสทช. ไม่สามารถให้ความเห็นชอบแผน USO ในครั้งนี้ได้

ดังนั้น ที่ประชุมจึงมีมติให้สำนักงาน กสทช. กลับไปปรับปรุงแผนให้ครบถ้วนตามข้อสังเกตของคณะกรรมการ และให้นำเสนอใหม่ในการประชุมครั้งต่อไป จากนั้นต้องจัดประชาพิจารณ์อีกครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องและประชาชนทั่วไปเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึง

สำหรับสาระสำคัญของแผน USO ฉบับที่ 4 (ที่แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 2) นั้น เป็นการขยายกรอบระยะเวลาของแผนเดิมจาก 3 ปี ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ออกไปเป็นระยะเวลา 5 ปี ครอบคลุมช่วงปี พ.ศ.2566–2570 พร้อมทั้งปรับประมาณการค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามแผน จากเดิมประมาณ 24,000 ล้านบาท เพิ่มเป็นประมาณ 40,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของแผนยังคงเดิม ได้แก่ พัฒนา ขยาย และกระจายบริการโทรคมนาคมพื้นฐานให้ครอบคลุมพื้นที่และทุกกลุ่มเป้าหมาย ส่งเสริม สนับสนุน และต่อยอดการนำบริการโทรคมนาคมพื้นฐานไปเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สร้างโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ให้เข้าถึงบริการด้านการศึกษา สาธารณสุข บริการภาครัฐ ความมั่นคง และประโยชน์สาธารณะพัฒนาศักยภาพประชาชนให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากบริการโทรคมนาคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนยุทธศาสตร์การดำเนินงานยังคง 6 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่

1. บริการโทรคมนาคมพื้นฐานเพื่อสนับสนุนบริการการศึกษา

2. บริการโทรคมนาคมพื้นฐานเพื่อสนับสนุนบริการสาธารณสุข

3. บริการโทรคมนาคมพื้นฐานเพื่อคนพิการและผู้ด้อยโอกาส

4. บริการโทรคมนาคมพื้นฐานเพื่อประโยชน์สาธารณะ

5. บริการโทรคมนาคมพื้นฐานเพื่อความมั่นคง

6. การสนับสนุนการกำกับ บริหาร และติดตามประเมินผล เพื่อขับเคลื่อนภารกิจ USO

ขณะเดียวกัน แผนดังกล่าวยังคงจัดเก็บเงินจากผู้ประกอบการเพื่อนำไปสนับสนุนการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานในอัตรา 2.5% ของรายได้สุทธิ เช่นเดิม

ทั้งนี้ ความเห็นของกรรมการ กสทช. เสียงส่วนใหญ่ รวมถึงผู้เข้าร่วมการรับฟังความคิดเห็น เห็นว่าสำนักงาน กสทช. ควรประเมินผลสัมฤทธิ์ของแผน USO ในช่วงที่ผ่านมาให้ชัดเจนก่อนที่จะมีการแก้ไขและขยายระยะเวลาแผน รวมถึงความล่าช้าในการดำเนินงานที่ผ่านมาเกิดจากกระบวนการของสำนักงาน กสทช. เอง

นอกจากนี้ การขยายกรอบวงเงินงบประมาณจาก 24,000 ล้านบาท เป็น 40,000 ล้านบาท ยังถูกตั้งคำถามว่า ขาดแผนงานและโครงการที่ชัดเจน ทำให้ยากต่อการพิจารณา รวมถึงแนวคิดการเลือกทำ (Play) แทนการเลือกจ่าย (Pay) เพื่อให้เกิดการให้บริการโทรคมนาคมพื้นฐานอย่างยั่งยืนโดยผู้ประกอบการ ยังไม่มีหลักเกณฑ์หรือแนวทางพิจารณาที่ชัดเจนเช่นกัน

ประเด็นดังกล่าวจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของ กสทช. ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบแผน USO และยังสะท้อนว่าการดำเนินการตามแผน USO ในช่วงที่ผ่านมา ยังไม่มีผลงานหรือทิศทางที่ชัดเจนมากนัก