วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

ดีป้าชี้ดัชนีดิจิทัล Q1/69 ดิ่งสู่โซน "ไม่เชื่อมั่น" รับแรงกดดันรอบด้าน จับตาฟื้นใน 3 เดือน

ดีป้าชี้ดัชนีดิจิทัล Q1/69 ดิ่งสู่โซน "ไม่เชื่อมั่น" รับแรงกดดันรอบด้าน จับตาฟื้นใน 3 เดือน

ดีป้าเผยดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัลไตรมาส 1/69 ลดลงเหลือ 44.5 จากผลกระทบเศรษฐกิจโลก-ในประเทศรุมเร้า ผู้ประกอบการเร่งรัฐอัดมาตรการหนุนเงินทุน-ทักษะ-นวัตกรรม หวังพลิกฟื้นระยะสั้น

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมดิจิทัล (Digital Industry Sentiment Index) ไตรมาส 1 ปี 2569 พบว่าดัชนีอยู่ที่ระดับ 44.5 ลดลงจาก 48.6 ในไตรมาสก่อนหน้า และยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งสะท้อนภาวะ “ไม่เชื่อมั่น” ของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัลไทย ท่ามกลางแรงกดดันจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ

ปัจจัยสำคัญที่ฉุดความเชื่อมั่นมาจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกาในช่วง 19–21% ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการแข่งขันในตลาดโลก ขณะที่กำลังซื้อในประเทศยังฟื้นตัวได้จำกัดหลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อีกทั้งการเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐที่ล่าช้า ส่งผลให้เม็ดเงินไม่ไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจตามเป้า

ผลสำรวจครอบคลุม 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่

  • ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ
  • ซอฟต์แวร์
  • บริการดิจิทัล
  • ดิจิทัลคอนเทนต์
  • โทรคมนาคม

โดยทุกกลุ่มมีดัชนีต่ำกว่าระดับ 50 ทั้งหมด สะท้อนภาพรวมธุรกิจที่ยังเผชิญความท้าทาย โดยฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะอยู่ที่ 41.7 ดิจิทัลคอนเทนต์ 41.9 บริการดิจิทัล 43.7 โทรคมนาคม 48.0 และซอฟต์แวร์ 49.7 ซึ่งใกล้ระดับทรงตัวมากที่สุด

ทั้งนี้ การปรับลดของดัชนีมีที่มาจากองค์ประกอบสำคัญหลายด้าน ทั้งผลประกอบการ ปริมาณการผลิต การค้า การบริการและคำสั่งซื้อ ความร่วมมือกับพันธมิตร การจ้างงาน และต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ด้านการลงทุนเพื่อประกอบการกลับมีทิศทางดีขึ้น สะท้อนความคาดหวังของผู้ประกอบการต่อโอกาสการเติบโตในอนาคต

ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า ระบุว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมยังได้รับแรงกดดันจากการฟื้นตัวเศรษฐกิจในประเทศที่ไม่เต็มที่ รวมถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันโลกผันผวนตามสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันจากสินค้านำเข้าต้นทุนต่ำ รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงตลาดในระยะสั้น ทั้งการลงทุนในศูนย์ข้อมูล (Data Center) แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลดลง บรรยากาศการเลือกตั้ง และฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งช่วยกระตุ้นกิจกรรมในภาคบริการดิจิทัล

ผู้ประกอบการจึงเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการเพิ่มช่องทางเข้าถึงแหล่งเงินทุน การพัฒนาทักษะบุคลากรดิจิทัล การสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมร่วมภาครัฐ-เอกชน รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและแพลตฟอร์มอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและลดต้นทุน

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจยังสะท้อนมุมมองเชิงบวกในระยะถัดไป โดยผู้ประกอบการคาดว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีความเชื่อมั่นจะปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 56.3 จากปริมาณคำสั่งซื้อที่มีแนวโน้มฟื้นตัว การเร่งเบิกจ่ายงบภาครัฐ และการเปิดตัวสินค้าและบริการดิจิทัลใหม่ โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ AI

แม้เศรษฐกิจโดยรวมยังมีข้อจำกัด แต่ความคาดหวังต่อมาตรการภาครัฐหลังการเลือกตั้ง ถูกมองว่าเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยประคองและพลิกฟื้นอุตสาหกรรมดิจิทัลไทยให้กลับเข้าสู่ทิศทางเชิงบวกในระยะต่อไป