แอนโทรปิก (Anthropic) เปิดตัวความสามารถใหม่ของ Claude ในชื่อ “Computer Use” ที่ทำให้เอไอสามารถเข้าควบคุมคอมพิวเตอร์ Mac ได้โดยตรง ไม่ใช่แค่ช่วยคิดหรือช่วยเขียนเหมือนที่ผ่านมา แต่สามารถลงมือทำแทนผู้ใช้ได้จริง
ความสามารถใหม่นี้ทำให้เอไอสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์แทนผู้ใช้ได้เกือบทุกอย่าง ตั้งแต่การเลื่อนเมาส์ พิมพ์ข้อความ เปิดไฟล์ อ่านข้อมูล ไปจนถึงจัดการงานต่างๆ บนหน้าจอเหมือนคนใช้งานจริง ปัจจุบันเปิดให้ทดลองใช้เฉพาะผู้สมัครสมาชิกแบบเสียเงิน โดยแนวคิดของฟีเจอร์นี้ถูกเปิดเผยมาตั้งแต่ปี 2567 และเพิ่งเริ่มนำมาใช้งานจริงในปัจจุบัน
Computer Use ทำงานอย่างไร?
การทำงานของ Computer Use ถูกออกแบบให้เป็นลำดับขั้น เพื่อไม่ให้เอไอเข้ามาควบคุมเครื่องทันทีตั้งแต่แรก โดยเมื่อเปิดใช้งานเอไอจะเข้าควบคุมหน้าจอ Mac ทั้งหมด ซึ่งสามารถ:
- เลื่อนเคอร์เซอร์และพิมพ์ข้อความ
- ย้าย เปิด อ่าน และลบไฟล์
- ทำสิ่งใดก็ได้บนหน้าจอ
หากผู้ใช้สั่งงาน Claude ระบบจะพยายามใช้เครื่องมือเชื่อมต่อกับแอปต่างๆ ก่อน เช่น การร่างอีเมลผ่าน Gmail หรือการดึงข้อมูลจากระบบที่รองรับ
แต่หากทำงานไม่ครบ เช่น ไม่สามารถกดส่งอีเมลได้ เอไอจะขออนุญาตเข้าควบคุมเบราว์เซอร์อย่าง Google Chrome เพื่อทำขั้นตอนต่อ เช่น เปิดเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง สร้างแท็บ และกดปุ่มส่งให้เอง และหากยังไม่สามารถทำงานได้ครบอีก จึงจะเข้าสู่โหมด Computer Use ซึ่งเป็นขั้นสุดท้ายที่เอไอจะเข้าควบคุมหน้าจอทั้งหมด
เมื่อถึงขั้นนี้ Claude จะทำงานเหมือนผู้ใช้จริง โดยมองเห็นหน้าจอผ่านการจับภาพ (screenshot) และตัดสินใจทีละขั้นว่าจะคลิกตรงไหน พิมพ์อะไร หรือเปิดไฟล์ใด ระบบจะซ่อนหน้าต่างอื่นทั้งหมดเพื่อลดโอกาสที่เอไอจะไปยุ่งกับข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความสามารถระดับนี้ก็ทำให้เกิดคำถามสำคัญเรื่องความปลอดภัย
Computer Use เป็นฟีเจอร์ที่พัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องมือเดิม 2 ตัวของ Claude คือ Claude Cowork และ Dispatch โดย Claude Cowork ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยให้ผู้ใช้สั่งงานบน Mac ได้สะดวกขึ้น ผ่านการเชื่อมต่อกับฟีเจอร์พื้นฐานของระบบ macOS เช่น การเปิดแอปหรือจัดการไฟล์
ส่วน Dispatch เป็นฟีเจอร์ที่เพิ่มความสามารถให้ผู้ใช้สามารถสั่งงาน Claude จากระยะไกลได้ ผ่าน iPhone หรือ iPad เหมือนควบคุมคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งตราบใดที่ Mac ยังเปิดและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอยู่
ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม การให้เอไอเข้าควบคุมคอมพิวเตอร์เต็มรูปแบบมีความเสี่ยงที่เรียกว่า Prompt Injection นั่นคือโค้ดอันตรายที่ซ่อนอยู่ในไฟล์หรือเว็บไซต์อาจ “แฮ็ก” การทำงานของเอไอและเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้
แอนโทรปิกระบุว่า สร้างระบบป้องกันขึ้นมาแล้ว แต่ด้วยความที่เอไอมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและมีแนวโน้มที่จะ “หลอน” จึงยังไม่มีการรับประกันได้อย่างสมบูรณ์
บริษัทยังชี้แจงว่า Claude จะขออนุญาตก่อนเข้าถึงแอปใหม่หรือก่อนลบไฟล์ทุกครั้ง แต่ด้วยข้อจำกัดของเอไอที่ยังอาจตีความบริบทผิด หรือให้ผลลัพธ์คลาดเคลื่อน ความเสี่ยงนี้จึงยังไม่สามารถตัดออกได้ทั้งหมด
ข้อจำกัดในทางปฏิบัติ
ในแง่การใช้งานจริง ผู้ทดสอบจำนวนหนึ่งพบว่าฟีเจอร์นี้ยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะเรื่องความเร็ว เนื่องจากเอไอต้องวิเคราะห์ภาพหน้าจอทีละขั้น ทำให้การทำงานบางอย่างที่มนุษย์ทำได้ในไม่กี่วินาที กลับใช้เวลาหลายสิบวินาที
เช่น การสร้างนัดหมายในปฏิทิน หรือการย้ายไฟล์ระหว่างโฟลเดอร์ นอกจากนี้ยังพบข้อผิดพลาดเล็กๆ เช่น การเลือกปฏิทินผิด หรือหาไฟล์ไม่เจอ
อีกข้อจำกัดคือ เมื่อเอไอเข้าสู่โหมดควบคุมหน้าจอ ผู้ใช้จะไม่สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ได้เลยในช่วงเวลานั้น เพราะระบบถูกยึดไว้ทั้งหมด ทำให้ประสบการณ์ใช้งานแตกต่างจากฟีเจอร์แบบเดิมที่เอไอทำงานอยู่เบื้องหลัง
อย่างไรก็ตาม มีบางกรณีที่ฟีเจอร์นี้แสดงศักยภาพได้ชัดเจน โดยเฉพาะงานที่ทำผ่านเบราว์เซอร์ เช่น การให้ Claude เข้าเว็บไซต์ รวบรวมข้อมูล สรุปข่าว และบันทึกเป็นไฟล์ ซึ่งสามารถทำงานต่อเนื่องได้โดยผู้ใช้ไม่ต้องลงมือเองทั้งหมด
ฟังก์ชัน Auto Mode
นอกจาก Computer Use แล้ว แอนโทรปิกยังเปิดตัว “Auto Mode” สำหรับ Claude Code ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยเขียนโปรแกรม โดยโหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อลดปัญหาที่ผู้ใช้ต้องคอยกดอนุญาตทุกคำสั่ง ทำให้การทำงานสะดุด แต่ขณะเดียวกันก็ไม่เปิดให้เอไอทำงานอย่างอิสระทั้งหมด
ระบบจะมีตัวตรวจสอบคอยประเมินความเสี่ยงของแต่ละคำสั่ง เช่น การลบไฟล์จำนวนมาก การเข้าถึงข้อมูลสำคัญ หรือการรันโค้ดที่อาจเป็นอันตราย หากคำสั่งถูกมองว่าปลอดภัยก็จะดำเนินการต่อได้ทันที แต่หากมีความเสี่ยง ระบบจะหยุดและให้เอไอหาวิธีอื่น หรือแจ้งให้ผู้ใช้ตัดสินใจ
แอนโทรปิกระบุว่า Auto Mode เป็นทางเลือกตรงกลางระหว่างความปลอดภัยกับความสะดวก แม้จะช่วยลดความเสี่ยงได้บางส่วน แต่ก็ยังไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด จึงยังแนะนำให้ใช้งานในสภาพแวดล้อมที่แยกจากระบบหลัก เช่น โฟลเดอร์เฉพาะ หรือเครื่องทดสอบ
ผู้ใช้หันมาใช้ Claude มากขึ้น
ข้อมูลจากแพลตฟอร์มวัดผลเอไอ ชื่อ Larridin ระบุว่า Claude กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงต้นปี 2569 ที่มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และมีแนวโน้มว่าผู้ใช้บางส่วนย้ายมาจาก ChatGPT ปัจจัยหนึ่งมาจากความสามารถของระบบในบางงาน รวมถึงมุมมองด้านความเชื่อมั่นต่อผู้ให้บริการ
แนวโน้มนี้สะท้อนว่า ผู้ใช้งานไม่ได้ยึดติดกับเอไอเพียงตัวเดียวอีกต่อไป แต่เลือกใช้หลายเครื่องมือควบคู่กัน ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน
เช่น บางงานอาจเหมาะกับ Claude ขณะที่บางงานอาจใช้เครื่องมืออื่นได้ดีกว่า ทำให้ทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการเริ่มเปลี่ยนไป โดยเน้นความสามารถในการทำงานร่วมกับเอไอหลายระบบ การออกแบบขั้นตอนการทำงานร่วมกับเอไอ และการปรับตัวให้ทันกับเครื่องมือที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
สำหรับองค์กร แนวโน้มนี้ทำให้ต้องหันมาวางนโยบายการใช้เอไออย่างจริงจังมากขึ้น ทั้งในด้านความปลอดภัย การกำกับดูแล และการเลือกใช้เครื่องมือให้เหมาะสมกับแต่ละทีม รวมถึงการเตรียมแผนสำรองในกรณีที่ระบบใดระบบหนึ่งไม่สามารถใช้งานได้





