วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม 2569

Login
Login

'แกร็บ' กางโรดแมปปี 2569 เดินเกมรักษาผู้นำ 'เรียกรถ–ฟู้ดดิลิเวอรี' ไทย

'แกร็บ' กางโรดแมปปี 2569 เดินเกมรักษาผู้นำ 'เรียกรถ–ฟู้ดดิลิเวอรี' ไทย

“แกร็บ” กางแผนธุรกิจปี 2569 เดินหน้าสร้างการเติบโตผ่าน 3 แกนหลัก “โต–ยั่งยืน–หนุนนโยบายชาติ” เร่งนวัตกรรม ขยายตลาดใหม่ ควบคู่รักษาสมดุลอีโคซิสเตม ย้ำผู้นำแพลตฟอร์มเรียกรถ–ฟู้ดดิลิเวอรีในไทย ท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจและต้นทุนพลังงานผันผวน

จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจปี 2569 มุ่งเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจและการเติบโตอย่างมีเป้าหมาย ภายใต้แนวคิด “Winning with Purpose Together”

โดยมุ่งเน้นไปที่ 3 มิติหลักคือ การสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง (Winning Business Growth) การส่งเสริมความยั่งยืนและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคม (Winning Sustainable Impact)

รวมถึงการสนับสนุนนโยบายระดับชาติ (Winning with National Priorities) เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าในภาวะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทาย

'แกร็บ' กางโรดแมปปี 2569 เดินเกมรักษาผู้นำ 'เรียกรถ–ฟู้ดดิลิเวอรี' ไทย

สานต่อกลยุทธ์ ‘Barbell Strategy’ 

ด้านธุรกิจ สานต่อกลยุทธ์ Barbell Strategy 2.0 นำเสนอบริการหลากหลายในราคาเข้าถึงได้ เจาะตลาดแมสครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ใช้ ควบคู่บริการระดับพรีเมียม จับลูกค้ามีกำลังซื้อสูงและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

พร้อมเร่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ ควบคู่การขยายเซกเมนต์ทั้งผู้ใช้ทั่วไปและลูกค้าองค์กร สนับสนุนแผนกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐผ่านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอาหาร ใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลสร้างงานและอาชีพ รองรับแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพ

นอกจากนี้ แกร็บมีแผนทดลองเปิดตัวสินเชื่อเงินสด Grab Quick Cash ซึ่งถือเป็นการให้สินเชื่อกับกลุ่มบุคคลทั่วไปเป็นครั้งแรก โดยมุ่งเจาะกลุ่มผู้ที่ต้องการนำเงินทุนไปใช้ในการประกอบอาชีพ ด้วยวงเงินสูงสุด 20,000 บาทและผ่อนจ่ายได้สูงสุด 6 เดือน

การพิจารณาจะอ้างอิงจากเครดิตสกอร์ พฤติกรรมการใช้บริการและการใช้จ่าย และต้องเป็นผู้ใช้บริการแกร็บมาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน เพื่อประเมินความเสี่ยงและนำเสนอสินเชื่อให้เฉพาะผู้ที่เหมาะสมเท่านั้น ไม่ได้ให้ทุกคน 

เฝ้าระวัง ท้าทายวิกฤติ ‘พลังงาน’

สำหรับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าจะต่อเนื่องยาวนานเพียงใด แกร็บเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดไม่ต่างจากช่วงโควิด-19

หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวหรือมีนโยบาย Work from Home มากขึ้น ซึ่งแกร็บคงต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่นอาจไปเน้นโปรโมตบริการดิลิเวอรีเพื่อกระตุ้นการบริโภคในที่พักอาศัยมากขึ้น

ส่วนของต้นทุนค่าพลังงาน หลังจากเฟสแรกระหว่าง 18 มี.ค.–1 เม.ย. 69 ที่ให้งบอินเซนทีฟระยะสั้น 10 ล้านบาทเพื่อช่วยคนขับและไรเดอร์แบ่งเบาภาระค่าน้ำมัน คงต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้ง แต่ยืนยันว่าหากมีการปรับขึ้นราคาจะพิจารณาอย่างเหมาะสมและอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกรมการขนส่งทางบก

ด้านความคืบหน้าการจดทะเบียนรถยนต์สาธารณะ (รย.17 และ รย.18) ที่มีเส้นตายต้องนำคนขับเข้าสู่ระบบภายในวันที่ 31 มีนาคมนี้ ยอมรับว่ามีอุปสรรคที่ทำให้ไม่สามารถไปต่อได้ โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินซึ่งรถของคนขับส่วนใหญ่ติดไฟแนนซ์ การจะนำเล่มทะเบียนไปจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะต้องใช้เงินสดประมาณ 40,000-80,000 บาท

อย่างไรก็ดี แกร็บกำลังเร่งหารือกับกรมการขนส่งทางบกและเอ็ตด้าเพื่อพิจารณาถึงผลกระทบและหาทางออกร่วมกัน อีกทางหนึ่ง หารือพันธมิตรรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น สามารถประหยัดค่าพลังงานได้ 60–70% เมื่อเทียบกับรถน้ำมันปัจจุบันมีรถอีวีในระบบหลักหมื่นกว่าคันและยังพยายามผลักดันให้เพิ่มมากขึ้น 

'แกร็บ' กางโรดแมปปี 2569 เดินเกมรักษาผู้นำ 'เรียกรถ–ฟู้ดดิลิเวอรี' ไทย

ปี 2568 ‘โต’ สวนกระแสเศรษฐกิจ

รายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2568 (e-Conomy SEA 2025) โดยกูเกิล, เทมาเส็ก และเบนแอนด์คอมพานีระบุว่า เศรษฐกิจดิจิทัลไทยในปี 2568 มีมูลค่าสูงถึง 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.78 ล้านล้านบาท กลุ่มธุรกิจแอปพลิเคชันเรียกรถและฟู้ดดิลิเวอรีมีอัตราการเติบโตสูงกว่า 15%

ขณะที่รายงานด้านแพลตฟอร์มฟู้ดดิลิเวอรีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2568 โดยบริษัท Momentum Works ระบุว่าตลาดฟู้ดดิลิเวอรีประเทศไทยมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองในภูมิภาค โดยมีมูลค่ารวมอยู่ที่ 5.1 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.62 แสนล้านบาท และมีอัตราการเติบโตในปีที่ผ่านมาสูงกว่า 22%

เอ็มดีแกร็บเผยว่า ปี 2568 ธุรกิจของแกร็บในประเทศไทยเติบโตไปในทิศทางเดียวกับแนวโน้มเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ถือเป็นอีกปีที่สามารถดำเนินธุรกิจและสร้างการเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้

แม้ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อภายในประเทศที่ชะลอตัวลง ตลอดจนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ไม่ได้เติบโตตามคาด อันเป็นผลมาจากสงครามทางการค้าทั่วโลก รวมถึงประเด็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ 

'แกร็บ' กางโรดแมปปี 2569 เดินเกมรักษาผู้นำ 'เรียกรถ–ฟู้ดดิลิเวอรี' ไทย

ยึดแชมป์ ‘เรียกรถ–ฟู้ดดิลิเวอรี’ ในไทย

สถิติจากแกร็บระบุว่า ความถี่ในการใช้งานโดยภาพรวมเพิ่มขึ้น 19%, การใช้จ่ายต่อผู้ใช้เพิ่มขึ้น 8% มีผู้ใช้งานเป็นประจำทุกวันเติบโตถึง 37%

ขณะที่จำนวนพาร์ตเนอร์คนขับเติบโตกว่า 52% ร้านค้าที่มีการทำธุรกรรมรายเดือนเติบโตกว่า 13.5% ส่วนบริการการปล่อยสินเชื่อเติบโตถึง 40% ลูกค้าธุรกิจเติบโต 45%

แกร็บยังคงสามารถรักษาความเป็นผู้นำตลาดทั้งบริการเรียกรถและฟู้ดดิลิเวอรีในประเทศไทย อ้างอิงจากข้อมูลของ Momentum Works ครองอันดับ 1 ในตลาดฟู้ดดิลิเวอรี ด้วยส่วนแบ่ง 47% ตามมาด้วยไลน์แมน 41% ช้อปปี้ฟู้ด 10% และฟู้ดแพนด้า 2%

แคมเปญของแกร็บช่วยผู้ใช้ประหยัดรวมกว่า 6,900 ล้านบาท บริการส่งแบบประหยัดเติบโต 77% แบรนด์ร้านอร่อยภายใต้ GrabThumbsUp มีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 20,000 ร้าน การใช้งานของกลุ่มชาวต่างชาติที่อาศัยในไทยเติบโตกว่า 60%

ส่วนไฮไลต์จากโครงการ "คนละครึ่ง พลัส" มีร้านค้าเข้าร่วมกว่า 39,000 ร้าน ยอดขายช่วงแคมเปญโต 3 เท่า และ 50% ของร้านค้ายังคงมียอดขายเติบโตต่อเนื่องหลังจบโครงการ

ส่วนของธุรกิจการเดินทาง ประสบความสำเร็จอย่างมากกับการขยายบริการเรียกรถในราคาประหยัด (SAVER) ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ด้วยอัตราการใช้บริการที่เติบโตสูงกว่า 250% ทั้งยังรักษาฐานลูกค้าในตลาดพรีเมียมทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและลูกค้าเชิงธุรกิจด้วยอัตราการเติบโต 90%

นักท่องเที่ยว 5 อันดับแรกที่ใช้บริการคือ สิงคโปร์, จีน, มาเลเซีย, สหรัฐ และอังกฤษ ทั้งยังมีการขยายตัวไปยังเมืองรองโดยจังหวัดท็อป 5 คือ เชียงราย อุดรธานี อุบลราชสีมา พิษณุโลก และตาก