วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569

Login
Login

Nvidia นำหุ่นยนต์โอลาฟขึ้นเวที GTC ก่อนเปิดตัวจริงที่ Disneyland ปารีส

Nvidia นำหุ่นยนต์โอลาฟขึ้นเวที GTC ก่อนเปิดตัวจริงที่ Disneyland ปารีส

ในภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Frozen แอนนาเคยยืนเคาะประตูถามพี่สาวว่า “Do you want to build a snowman?” ด้วยความหวังเล็กๆ ว่าเอลซ่าจะออกมาเล่นด้วย แต่สำหรับอินวิเดีย (Nvidia) ในปี 2569 พวกเขาสร้างโอลาฟหุ่นยนต์ขึ้นมาและให้มันเดินขึ้นเวทีต่อหน้าผู้ชมหลายพันคน

ทุกปี อินวิเดียบริษัทผู้ผลิตชิปกราฟิกและเอไอรายใหญ่ที่สุดของโลก จะจัดงานประชุมประจำปีชื่อว่า GPU Technology Conference (GTC) เป็นเวทีที่นักพัฒนา นักวิจัย และผู้นำธุรกิจจากทั่วโลกมารวมตัวกัน เพื่อฟังทิศทางล่าสุดของวงการเอไอและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

งาน GTC ประจำปี 2569 จัดขึ้นที่เมืองซานโฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย และไฮไลต์หลักคือสุนทรพจน์ของ เจนเซน หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของอินวิเดีย ซึ่งในปีนี้ยาวนานกว่าสองชั่วโมงครึ่ง ครอบคลุมตั้งแต่การคาดการณ์ยอดขายระดับล้านล้านดอลลาร์ เทคโนโลยีกราฟิกใหม่ กลยุทธ์เอไอสำหรับองค์กร ไปจนถึงช่วงที่เชิญ “โอลาฟ” ตุ๊กตาหิมะจากเรื่อง Frozen ของดิสนีย์ขึ้นเวที แต่ไม่ใช่ในรูปแบบตัวละครที่มีคนสวมใส่ หากเป็นหุ่นยนต์ที่เดินได้ พูดได้ และโต้ตอบได้จริง

การปรากฏตัวของโอลาฟเป็นความร่วมมือของ อินวิเดีย และวอลต์ ดิสนีย์ อิแมจิเนียริง (Walt Disney Imagineering) พัฒนาหุ่นยนต์สำหรับตัวละครนี้มาระยะหนึ่งแล้ว และงาน GTC คือครั้งแรกที่โอลาฟได้ออกมาโชว์ตัวต่อสาธารณชน ก่อนเปิดตัวจริงในโซน World of Frozen ณ สวนสนุก Disneyland กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส วันที่ 29 มีนาคม 2569 

โอลาฟบนเวที ประทับใจจนกระทั่งไมค์ถูกตัด

ระหว่างการนำเสนอ หวงเชิญโอลาฟขึ้นมาบนเวทีต่อหน้าผู้ชมจำนวนมาก หุ่นยนต์ตัวนี้เดินได้เอง พูดคุยโต้ตอบได้ และดูเหมือนจะสื่อสารกับผู้ชมได้อย่างเป็นธรรมชาติในช่วงแรก

อย่างไรก็ตาม ช่วงท้ายของการสาธิต โอลาฟเริ่มพูดจาวกวนและพูดไม่หยุด ทีมงานจึงตัดสินใจปิดไมโครโฟน และค่อยๆ เคลื่อนหุ่นยนต์ออกจากเวทีผ่านทางเดินเล็กๆ ผู้ชมที่มองดูอยู่สามารถเห็นได้ชัดเจนว่าปากของโอลาฟยังขยับอยู่ตลอด แต่ไม่มีเสียงออกมาแม้แต่คำเดียว

เหตุการณ์นี้ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในเวลาต่อมา ทั้งในแง่ขำขัน และในแง่ของการตั้งคำถามเกี่ยวกับความพร้อมของเทคโนโลยีหุ่นยนต์สำหรับการใช้งานจริง

Nvidia นำหุ่นยนต์โอลาฟขึ้นเวที GTC ก่อนเปิดตัวจริงที่ Disneyland ปารีส

เบื้องหลังการสร้างโอลาฟ

ไคล์ ลาฟลิน (Kyle Laughlin) รองประธานอาวุโสฝ่ายวิจัย พัฒนา และวิศวกรรมของดิสนีย์ให้สัมภาษณ์อธิบายรายละเอียดเบื้องหลังว่า โอลาฟเป็นตัวละครที่ยากมากในแง่วิศวกรรม เพราะรูปร่างของตัวละครในหนังถูกออกแบบมาให้ “ไม่สมเหตุสมผลในโลกจริง” ทั้งร่างกายที่ประกอบด้วยก้อนหิมะสามก้อนซ้อนกัน และเท้าที่เป็นก้อนหิมะกลม การทำให้หุ่นยนต์ที่มีรูปทรงแบบนี้เดินได้จริงจึงเป็นความท้าทายด้านฟิสิกส์อย่างมาก

ที่ซับซ้อนยิ่งกว่านั้น โอลาฟจะต้องเปิดตัวในงาน World of Frozen ที่ Disneyland ปารีส ซึ่งฉากที่กำหนดไว้คือ การแสดงบนเรือในทะเลสาบ หมายความว่าหุ่นยนต์ต้องสามารถทรงตัวและเดินบนพื้นผิวที่โคลงเคลงได้ตลอดเวลา

ทีมวิศวกรแก้ปัญหานี้ด้วยการใช้ Deep Reinforcement Learning ซึ่งเป็นวิธีการฝึกเอไอให้เรียนรู้จากการลองผิดลองถูกซ้ำๆ คล้ายกับวิธีที่มนุษย์เรียนรู้การทรงตัว แต่ทำได้เร็วกว่ามาก โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการฝึกให้โอลาฟเรียนรู้ขาทะเล จนสามารถทรงตัวบนเรือที่กำลังโยกได้

เครื่องมือที่ใช้ในการฝึกนี้คือ Kamino ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์จำลองฟิสิกส์ที่พัฒนาขึ้นโดย Disney Research โดยร่วมมือกับอินวิเดีย และ Google DeepMind Kamino ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรับมือกับระบบกลไกที่ซับซ้อน ไม่ใช่แค่หุ่นยนต์ที่มีโครงสร้างข้อต่อแบบทั่วไป

จุดเด่นของมันคือ สามารถรันการจำลองสภาพแวดล้อมได้พร้อมกันหลายพันสถานการณ์บนจีพียูเพียงตัวเดียว ทำให้กระบวนการเรียนรู้เร็วขึ้นมหาศาล

ลาฟลินกล่าวว่า Kamino จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาตัวละครหุ่นยนต์ตัวอื่นๆ ในอนาคต โดยดิสนีย์ตั้งใจที่จะนำตัวละครที่มีความเคลื่อนไหวและการแสดงออกทางอารมณ์มากขึ้นมาสู่สวนสนุกและเรือสำราญทั่วโลก

หวงประกาศว่าทุกบริษัทต้องมีกลยุทธ์ OpenClaw

นอกจากโอลาฟ หวงยังใช้เวที GTC ประกาศว่าทุกองค์กรในโลกควรมี “กลยุทธ์ OpenClaw” เอไอแบบโอเพนซอร์สที่ได้รับความนิยม แต่ผู้ก่อตั้งได้ย้ายออกไปร่วมงานกับ OpenAI แล้ว ทำให้โปรเจ็กต์นี้อยู่ในจุดเปลี่ยน ไม่แน่ชัดว่าจะเติบโตต่อได้ดีแค่ไหนโดยไม่มีผู้สร้างดูแลโดยตรง

ทีมงานพอดแคสต์ Equity ของสำนักข่าว TechCrunch ซึ่งประกอบด้วย แอนโทนี (Anthony Ha), เคิร์สเทน โครแซ็ก (Kirsten Korosec) และ ฌอน โอเคน (Sean O'Kane) ได้วิเคราะห์สารที่อินวิเดียส่งออกมาในแง่มุมต่างๆ

แอนโทนีมองว่า ประโยคของหวงเป็นการพูดเพื่อดึงความสนใจในช่วงเวลาที่ OpenClaw กำลังเผชิญความไม่แน่นอน และจะน่าสนใจมากหากย้อนกลับมาดูในอีกหนึ่งปีว่าคำพูดนี้จะดูเป็นการมองการณ์ไกล หรือผู้คนจะลืมไปแล้วว่า OpenClaw คืออะไร

เคิร์สเทนเสนอมุมมองที่เป็นรูปธรรมกว่า โดยอธิบายว่าสิ่งที่หวงพูดจริงๆ คือ อินวิเดียเองต้องมีโซลูชันรองรับองค์กรที่สนใจเอไอ เพราะถ้า OpenClaw ประสบความสำเร็จ มันจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้อินวิเดียเข้าไปมีบทบาทในบริษัทจำนวนมาก 

การไม่ทำอะไรเลยจึงเสี่ยงกว่าการทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ อินวิเดียจึงได้เปิดตัว NemoClaw ซึ่งเป็นโปรเจกต์โอเพนซอร์สที่พัฒนาร่วมกับผู้สร้าง OpenClaw คนเดิม เพื่อรักษาตำแหน่งของตัวเองในระบบนิเวศนี้ไว้

หากเด็กเตะโอลาฟล้ม จะเกิดอะไรขึ้น?

แม้การสาธิตโอลาฟจะน่าประทับใจในแง่วิศวกรรม แต่ฌอนตั้งข้อสังเกตว่างานประเภทนี้มักเน้นนำเสนอความสำเร็จด้านเทคนิค โดยแทบไม่พูดถึงความซับซ้อนในโลกจริงที่จะตามมา 

เขายกตัวอย่างด้วยคำถามง่ายๆ ว่า “แล้วถ้าเด็กเตะโอลาฟล้มล่ะ?” และเด็กคนอื่นที่เห็นเหตุการณ์นั้นจะรู้สึกอย่างไร ทริปทั้งวันของครอบครัวที่รอคอยมานานอาจพังทลายในชั่วพริบตา และความเสียหายต่อแบรนด์ดิสนีย์อาจตามมาอย่างคาดไม่ถึง

ฌอนอ้างถึงช่องยูทูปชื่อ Defunctland ซึ่งเคยทำสารคดีความยาวถึงสี่ชั่วโมงเกี่ยวกับประวัติการพยายามนำหุ่นยนต์มาใช้ในสวนสนุกของดิสนีย์

สารคดีนั้นพบรูปแบบซ้ำๆ ที่น่าสนใจ คือ การสาธิตในงานแถลงข่าวมักดูน่าทึ่ง แต่กว่าจะนำออกไปใช้จริงกับผู้เข้าชมได้ ต้องผ่านการปรับปรุงอีกหลายปี เพราะสภาพแวดล้อมในสวนสนุกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งสภาพอากาศ การสัมผัสของผู้เข้าชมอย่างต่อเนื่อง และมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด

ฌอนยังขยายประเด็นนี้ให้กว้างกว่าแค่เรื่องโอลาฟ โดยชี้ว่าปัญหาเดียวกันนี้กำลังถูกตั้งคำถามกับหุ่นยนต์ในรูปแบบอื่น ทั้งหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์ที่กำลังถูกพัฒนากันอย่างคึกคักในปัจจุบัน

สังคมพร้อมรับมือกับมันแค่ไหน เมื่อมันทำงานผิดพลาดในพื้นที่สาธารณะ ใครรับผิดชอบ ผู้คนจะรู้สึกอย่างไรเมื่อหุ่นยนต์ที่ดูเหมือนมีชีวิตจิตใจทำงานล้มเหลวต่อหน้าต่อตา และเราต้องการระบบกฎหมายและจริยธรรมแบบใดรองรับสิ่งเหล่านี้

สิ่งที่เขาเรียกว่า “พื้นที่สีเทาที่ยุ่งยาก” ที่ยังไม่ค่อยถูกพูดถึงในงานเทคโนโลยีเท่าที่ควร

มุมมองที่แตกต่าง: หุ่นยนต์อาจสร้างงานใหม่

เคิร์สเทนเสนอมุมมองที่น่าสนใจเพื่อถ่วงดุลการวิจารณ์ว่า โอลาฟอาจไม่ได้แย่งงานคนทั้งหมด ตรงกันข้าม มันอาจสร้างงานในรูปแบบใหม่ขึ้นมา เพราะหุ่นยนต์อย่างโอลาฟจำเป็นต้องมีคนดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา ซึ่งในบริบทของสวนสนุกอาจเป็นพนักงานที่แต่งกายเป็นตัวละครอื่นในเรื่อง

เช่น เอลซ่า เพื่อคอยดูแลการทำงานของโอลาฟโดยไม่ทำลายบรรยากาศ นั่นหมายความว่าการทดลองทางวิศวกรรมนี้อาจกลายเป็นแหล่งจ้างงานใหม่โดยไม่ได้ตั้งใจ

ท้ายที่สุดแล้ว งาน GTC ของอินวิเดียสะท้อนให้เห็นทั้งศักยภาพและขีดจำกัดของเทคโนโลยีในยุคนี้ได้อย่างชัดเจน ในแง่หนึ่ง หุ่นยนต์โอลาฟคือหลักฐานที่จับต้องได้ว่าเอไอและวิศวกรรมหุ่นยนต์ก้าวหน้าไปอย่างน่าทึ่ง 

ในอีกแง่หนึ่ง เหตุการณ์ไมค์ดับกลางงานและการตั้งคำถามที่ตามมาเตือนให้เห็นว่า ความท้าทายที่แท้จริงของเทคโนโลยีเหล่านี้มักไม่ได้อยู่ที่วิศวกรรม แต่อยู่ที่ความซับซ้อนของมนุษย์และสังคมที่หุ่นยนต์เหล่านั้นต้องเข้าไปอยู่ร่วมด้วย

อ้างอิง: TechCrunch Disney Experiences CNET  และ Mashable