สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยแนวโน้ม มูลค่าตลาดสื่อสารและทิศทางอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทย ปี 2569 โดยประเมินว่าอุตสาหกรรมยังมีปัจจัยบวกจากการเติบโตของบริการดิจิทัล การใช้ ปัญญาประดิษฐ์ AI และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ส่งผลให้มูลค่าตลาดสื่อสารไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และคาดว่าจะมีมูลค่ารวมกว่า 8 แสนล้านบาท
โดยรายงานการศึกษาดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการกำหนดทิศทางการสนับสนุน ส่งเสริม และกำกับดูแลอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศไทย โดยรวบรวมข้อมูลจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ภาพรวมตลาดสื่อสารไทยประกอบด้วย 3 ตลาดหลัก ได้แก่
1.ตลาดบริการสื่อสาร
2.ตลาดอุปกรณ์สื่อสาร
3..ตลาดอุปกรณ์โครงข่ายโทรคมนาคม
โดยคาดว่ามูลค่าตลาดจะเติบโตจาก 711,900 ล้านบาท ในปี 2567 เป็น 805,200 ล้านบาท ในปี 2569 หรือเติบโตเฉลี่ย 4.19% ต่อปี
ในด้านการใช้งานอินเทอร์เน็ต จำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทยมีแนวโน้มเพิ่มจาก 60.94 ล้านคน ในปี 2567 เป็น 62.11 ล้านคน ในปี 2569 เติบโตเฉลี่ย 0.64% ต่อปี แม้จำนวนผู้ใช้เพิ่มไม่สูงมาก แต่ปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
โดยอินเทอร์เน็ตประจำที่เติบโตเฉลี่ย 7.29% ต่อปี และอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่ในประเทศเติบโตเฉลี่ย 11.06% ต่อปี สะท้อนความต้องการใช้โครงข่ายและบริการดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ พฤติกรรมผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนไทย พบว่าใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือเป็นช่องทางหลัก ขณะที่ Wi-Fi สาธารณะเป็นบริการเสริม โดยคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตมือถือเฉลี่ยประมาณวันละ 6 ชั่วโมง และใช้อินเทอร์เน็ตบ้านเฉลี่ยวันละ 5 ชั่วโมง ค่าใช้จ่ายอินเทอร์เน็ตมือถือเฉลี่ยประมาณ 580 บาทต่อเดือน และอินเทอร์เน็ตประจำที่เฉลี่ยประมาณ 720 บาทต่อเดือน โดยการใช้งานส่วนใหญ่ผ่านสมาร์ทโฟน และใช้ Social Media เป็นหลัก
แนวโน้มการใช้งาน 5G ที่เพิ่มขึ้น โดยประเทศไทยมีผู้ใช้งาน 5G จำนวน 25.8 ล้านราย เป็นปัจจัยสนับสนุนให้รำยได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้บริการปรับสูงขึ้น จากกลยุทธ์การนำเสนอแพ็กเกจ บริการคุณภาพในระดับราคาที่สูงขึ้น
อีกหนึ่งตลาดที่มีการเติบโตสูง คือ ธุรกิจศูนย์ข้อมูล หรือ ดาต้า เซ็นเตอร์ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำคัญของประเทศ เนื่องจากเชื่อมโยงกับบริการดิจิทัล อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่
โดยคาดว่าในช่วงปี 2568-2574 อุตสาหกรรม ดาต้า เซ็นเตอร์ จะเติบโตเฉลี่ย 27.71% ต่อปี และมูลค่าตลาดจะเพิ่มจากประมาณ 4.7 แสนล้านบาท เป็น 2.02 ล้านล้านบาท
ปัจจัยหลักที่ทำให้ธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์เติบโต ประกอบด้วย
1. การลงทุน Hyperscale Data Center จากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น AWS, Google และ TikTok ที่มีแผนลงทุน Data Center ในไทยประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 645,000 ล้านบาท ภายในปี 2573
2. การเติบโตของการใช้งาน AI โดยปัจจุบันองค์กรในไทยมีการใช้ AI ประมาณ 20% และมากกว่า 70% มีแผนนำ AI มาใช้ในอนาคต ส่งผลให้ความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้น
3. นโยบายภาครัฐผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของอาเซียน ผ่านมาตรการส่งเสริมการลงทุนของ BOI และนโยบาย Thailand 4.0 โดยในปี 2568 BOI อนุมัติโครงการลงทุน ดาต้า เซ็นเตอร์ จำนวน 11 โครงการ มูลค่ารวม 209,000 ล้านบาท
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าอุตสาหกรรมดาต้า เซ็นเตอร์ จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในอนาคต โดยบทบาทของสำนักงาน กสทช. จะเป็นการกำกับดูแลด้านการเข้าสู่ตลาดของผู้ให้บริการ ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 1
ในปีนี้ กสทช. จะศึกษาแนวทางการอนุญาต กำกับดูแล และส่งเสริมบริการดาต้า เซ็นเตอร์ ดังเพื่อสนับสนุนการแข่งขัน การลงทุน และการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลของประเทศต่อไป
สำหรับนโยบายและแผนการดำเนินงานสำคัญด้านโครงสร้างพื้นฐานและบริการโทรคมนาคมในปี 2569 นายไตรรัตน์ กล่าวว่า นอกจากศึกษาแนวทางการอนุญาตกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์แล้ว ยังมีและการใช้พลังงานสะอาดเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero
สนับสนุนการจัดระเบียบสายสื่อสารและการนำสายสื่อสารลงใต้ดิน ศึกษาแนวทำงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการสร้างท่อร้อยสาย และกำกับอัตราค่าเช่าท่อร้อยอย่างเหมาะสม โดยเน้นการมีส่วนร่วมของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุง Spectrum Roadmap และจัดทำหลักเกณฑ์กำรจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 2100 MHz และ 3500 MHz รวมถึงย่านอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มประสิทธิภาพเร็วของเทคโนโลยี 5G ไปสู่ 5.5G
ดังนั้น สำนักงาน กสทช. จึงอยู่ระหว่างการเตรียมกำรประมูลคลื่นความถี่ที่กำลังจะสิ้นสุดการอนุญาตในปี 2570 คือ ย่าน 2100 MHz ขนาด 2 x 45 MHz และคลื่นความถี่ที่เหลือจากการประมูลครั้งที่ผ่านมา คือ ย่าน 850 1500 และ 1800 MHz รวมทั้งอยู่ ระหว่างการพิจารณาจำนวนแบนวิดท์ที่เหมาะสมในย่าน 3500 MHz โดยมีแผนจะจัดสรรภายในไตรมาสที่ 4 ปี 2569 ถึง ไตรมาสที่ 1 ปี 2570 ทั้งนี้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนนำเสนอต่อที่ประชุม กสทช.
ท้ายที่สุด ยังได้กำหนดกรอบการกำกับดูแลและแนวปฏิบัติการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (Al) ในการให้บริการโทรคมนาคม ผ่านการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะต่อร่างประกาศ กสทช. เรื่อง การกำหนดและกำกับดูแลโครงสร้างราคาค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศ





