วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม 2569

Login
Login

OpenClaw มาแรงในจีน บริษัทเทคจัดอีเวนต์สอนใช้งาน คนทุกวัยแห่ติดตั้งหวั่นตกขบวน

OpenClaw มาแรงในจีน บริษัทเทคจัดอีเวนต์สอนใช้งาน คนทุกวัยแห่ติดตั้งหวั่นตกขบวน

จีนเดินหน้าจริงจังในการผลักดันเอไอให้กลายเป็นเครื่องมือที่คนทั่วไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของประเทศเริ่มจัดกิจกรรมสาธารณะ เพื่อสอนและช่วยให้ประชาชนติดตั้ง OpenClaw ซึ่งเป็นเอไอแบบเอเจนต์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก

ในปักกิ่ง บริษัท ไป่ตู้ (Baidu) จัดกิจกรรมให้ทดลองใช้งาน OpenClaw ประชาชนหลายร้อยคนเข้าร่วมและต่อคิว เพื่อติดตั้งเอไอดังกล่าวลงในคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือของตนเอง บรรยากาศในงานมีทั้งคนวัยทำงาน นักเรียน ไปจนถึงผู้สูงอายุที่ต้องการเริ่มใช้งานเอไอ นอกจากนี้ ที่เมือง เซินเจิ้น บริษัท เทนเซ็นต์ (Tencent) จัดกิจกรรมให้ทั้งนักเรียนและผู้เกษียณเข้ามาเรียนรู้การใช้งานเช่นเดียวกัน

“ดูเหมือนว่าทุกคนรอบตัวผม ทั้งเพื่อนร่วมงานและเพื่อนของผม ต่างก็ใช้มันกันหมดแล้ว ผมไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” กง เซิง (Gong Sheng) ผู้ใช้งานรายใหม่กล่าวขณะรอติดตั้ง 

OpenClaw เป็นเอไอประเภทเอไอเอเจนต์ สามารถทำงานแทนผู้ใช้ได้โดยตรง แตกต่างจากแชตบอตทั่วไปที่ทำหน้าที่เพียงตอบคำถามหรือให้ข้อมูล

โดยเอไอประเภทนี้สามารถดำเนินการหลายขั้นตอนต่อเนื่องกันได้เอง เช่น ผู้ใช้สามารถสั่งให้ค้นหาเที่ยวบินที่ราคาถูกที่สุด จากนั้นให้จองตั๋ว กรอกข้อมูล และยืนยันการซื้อโดยอัตโนมัติ หรือให้จัดการอีเมล ค้นหาข้อมูลจากหลายเว็บไซต์ และสรุปผลให้พร้อมใช้งาน

นอกจากนี้ OpenClaw ยังสามารถสั่งงานโปรแกรมอื่นหรือระบบอัตโนมัติ (บอต) ให้ทำงานต่อได้ ทำให้เอไอไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยคิด แต่กลายเป็นแรงงานดิจิทัลที่สามารถปฏิบัติงานแทนมนุษย์ในหลายด้าน

OpenClaw ยังถูกพูดถึงในระดับโลก เจนเซน หวง (Jensen Huang) ซีอีโอของอินวิเดีย (Nvidia) ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซีว่า “เทคโนโลยีนี้อาจเป็น ChatGPT ตัวถัดไป” 

เครื่องมือนี้พัฒนาโดย ปีเตอร์ สไตน์เบอร์เกอร์ (Peter Steinberger) นักพัฒนาชาวออสเตรีย และเคยใช้ชื่อว่า Clawdbot และ Moltbot ก่อนจะถูกพัฒนาและเผยแพร่ในรูปแบบโอเพนซอร์ส ซึ่งเปิดโอกาสให้นักพัฒนาและบริษัทต่างๆ สามารถนำไปต่อยอดได้ ส่งผลให้ OpenClaw ถูกนำไปใช้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในจีน

กระแสการใช้งาน OpenClaw ในจีนยังถูกเรียกกันเล่นๆ ว่า “เลี้ยงล็อบสเตอร์” โดยคำเรียกนี้มีที่มาจากชื่อและภาพลักษณ์ของระบบที่เกี่ยวข้องกับ “ก้าม” ซึ่งเชื่อมโยงกับสัตว์เปลือกแข็งอย่างล็อบสเตอร์ ก่อนจะถูกนำมาเปรียบเทียบในเชิงภาษาว่า การมี OpenClaw ก็เหมือนกับการมีสิ่งมีชีวิตดิจิทัลคอยช่วยทำงานส่วนตัวอยู่ตลอดเวลา

ข้อมูลจาก Security Scorecard บริษัทด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของสหรัฐ ระบุว่า การใช้งาน OpenClaw ในจีนได้ขยายตัวจนมากกว่าสหรัฐ ขณะเดียวกันรอยเตอร์สระบุว่า OpenClaw มีผู้เข้าชมแพลตฟอร์มมากถึงประมาณ 2 ล้านครั้งต่อสัปดาห์ และมีผู้ติดตามบน GitHub มากกว่า 100,000 ราย

OpenClaw ถูกนำไปใช้ในภาคธุรกิจจริง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยและฟรีแลนซ์ ตัวอย่างเช่น ใช้เอไอช่วยดูแลร้านค้าออนไลน์ ตั้งแต่ตอบคำถามลูกค้า จัดการคำสั่งซื้อ วิเคราะห์ยอดขาย ไปจนถึงงานบัญชีและเอกสาร ซึ่งปกติอาจต้องใช้พนักงานหลายคน

หวัง เสี่ยวหยาน (Wang Xiaoyan) ผู้ใช้งานรายหนึ่ง ระบุว่า เธอใช้ OpenClaw สร้างธุรกิจในรูปแบบบริษัทคนเดียว หรือ One-Person Company (OPC)

“พนักงานต้องพัก แต่ OpenClaw ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง” เธอกล่าว

แนวโน้มนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลจีนที่ต้องการผลักดันเอไอให้เป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายให้เอไอถูกนำไปใช้ในเกือบทุกอุตสาหกรรมภายในปี 2573 

ทอม ฟาน ดิลเลน (Tom van Dillen) จากบริษัทที่ปรึกษา Greenkern อธิบายว่า OpenClaw ช่วยให้คนคนเดียวสามารถจัดการงานหลายด้านได้เอง ตั้งแต่การตลาด การเงิน ไปจนถึงงานเอกสาร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โมเดลธุรกิจแบบบริษัทคนเดียวเติบโต

ระดับนโยบาย รัฐบาลท้องถิ่นบางแห่งยังเสนอเงินสนับสนุนเพื่อกระตุ้นให้บริษัทพัฒนาแอปพลิเคชันบน OpenClaw โดยบางพื้นที่เสนอเงินอุดหนุนสูงถึงประมาณ 2 ล้านหยวน หรือประมาณ 280,000 ดอลลาร์

หวง ตงซวี่ (Huang Dongxu) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทซอฟต์แวร์ PingCAP กล่าวว่า รัฐบาลเป็นผู้กำหนดทิศทาง ทำให้บริษัทขนาดใหญ่อย่างเทนเซ็นต์และอาลีบาบา (Alibaba) มีแรงจูงใจในการพัฒนา OpenClaw ให้เหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไปมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการเติบโตอย่างรวดเร็ว หน่วยงานรัฐของจีนเริ่มแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

หน่วยงานด้านไซเบอร์ของจีนเตือนว่า OpenClaw ต้องการสิทธิ์เข้าถึงระบบในระดับสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสี่ยง เช่น การรั่วไหลของข้อมูล การถูกโจมตี หรือการลบข้อมูลโดยไม่ตั้งใจ ขณะเดียวกันหน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจบางแห่งได้สั่งให้พนักงานหลีกเลี่ยงการติดตั้ง OpenClaw บนอุปกรณ์ทำงาน และในบางกรณีรวมถึงอุปกรณ์ส่วนตัวด้วย

กง เจิ้ง (Gong Zheng) ผู้ใช้งานรายใหม่ ระบุว่า “พวกเราไม่รู้จริงๆ ว่าเราให้สิทธิ์อะไรกับเอไอไปบ้าง และมันเข้าถึงข้อมูลอะไรของเราแล้วบ้าง”

สถานการณ์ของ OpenClaw สะท้อนภาพสองด้านของการผลักดันเอไอในจีน ด้านหนึ่งคือการเร่งนำเทคโนโลยีไปใช้ในวงกว้างอย่างรวดเร็ว แต่อีกด้านหนึ่งคือความพยายามของรัฐในการควบคุมความเสี่ยงด้านข้อมูลและความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นตามมา

อ้างอิง: CNBC Reuters Bloomberg และ Tech Radar