บอร์ดกสทช.กำหนดเพดานเหมาจ่ายโปรฯมือถือ "ธงฟ้า" ที่ 210 บาท เร่งเดินหน้าคุมค่าบริการ
โทร 70 นาที เน็ตเร็ว 6 GB เกินใช้ต่อได้ไม่ต่ำกว่า 512 Kbps พร้อมเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ ขณะเดียวกันอนุมัติทุน กทปส. อีก 15 โครงการ เน้น 5G-AI-สาธารณสุข-ภัยพิบัติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้ประชุมครั้งที่ 9/2569 ต่อเนื่องระหว่างวันที่ 17-18 มีนาคม 2569 ณ สำนักงาน กสทช. โดยมีวาระที่ผ่านการพิจารณาทั้งสิ้น 37 วาระ จากทั้งหมด 81 วาระ
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ และรักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า วาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้ ครอบคลุมทั้งร่างประกาศเกี่ยวกับโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์มือถือ การพิจารณาโครงการที่ขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. ประเภทที่ 1 ประจำปี 2568 ตลอดจนวาระด้านการอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ โทรคมนาคม และการยกเลิกใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์บางส่วน
สำหรับวาระที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ วาระ 4.39 ร่างประกาศ กสทช. เรื่อง การกำหนดและกำกับดูแลโครงสร้างอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศ ซึ่งสำนักงาน กสทช. เสนอให้มีการปรับโครงสร้างค่าบริการโทรศัพท์มือถือ โดยยึดหลักประโยชน์สาธารณะและการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นสำคัญ
โดยสาระสำคัญของร่างประกาศ คือ การกำหนดค่าบริการเหมาจ่ายรายเดือนไม่เกิน 210 บาทต่อเดือน ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมกำหนดสิทธิขั้นต่ำด้านบริการเสียง 70 นาทีต่อเดือน และอินเทอร์เน็ตเคลื่อนที่แบบใช้งานต่อเนื่อง โดยผู้ใช้จะได้รับความเร็วสูงสุดภายใต้ปริมาณข้อมูล 6 GB และเมื่อใช้เกินจากปริมาณดังกล่าวแล้ว ยังต้องใช้งานต่อได้ที่ความเร็วไม่ต่ำกว่า 512 Kbps
จุดที่น่าสนใจคือ ความเร็วหลังใช้ครบโควตาถูกปรับเพิ่มจากมติเดิมของที่ประชุม กสทช. ครั้งที่ 20/2568 ซึ่งเคยกำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 256 Kbps มาเป็นไม่ต่ำกว่า 512 Kbps สะท้อนว่าผู้กำกับดูแลต้องการให้แพ็กเกจในกลุ่มราคาประหยัดยังตอบโจทย์การใช้งานดิจิทัลขั้นพื้นฐานได้จริง ไม่ใช่เพียงมีแพ็กเกจราคาถูกในเชิงตัวเลข แต่ใช้งานจริงได้จำกัด
ในมุมเศรษฐกิจมาตรการนี้เป็นเหมือนแพคเก็จธงฟ้าช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้บริการรายได้น้อยผู้สูงอายุนักเรียนนักศึกษาและประชาชนที่ต้องการเข้าถึงบริการสื่อสารในราคาที่แน่นอนมากขึ้น
เขา เสริมว่า โดยเฉพาะในยุคที่โทรศัพท์มือถือไม่ใช่แค่เครื่องมือสื่อสาร แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของการทำงาน การเรียน การค้าขาย และการเข้าถึงบริการภาครัฐ หากประกาศนี้มีผลใช้บังคับจริง ก็จะเป็นอีกกลไกที่ช่วยประคองกำลังซื้อในระดับครัวเรือน
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมครั้งนี้ยังเป็นเพียงการ “เห็นชอบร่างประกาศ” เท่านั้น โดย กสทช. ได้มอบหมายให้สำนักงานนำร่างประกาศดังกล่าวไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตามมาตรา 28 ของพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ต่อไป
พร้อมกันนี้ยังเห็นชอบวิธีการเชิญชวนเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น วิธีการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ กรอบระยะเวลาดำเนินการ และเอกสารประกอบการรับฟังความคิดเห็นไว้เรียบร้อยแล้ว
อีกวาระสำคัญของการประชุม คือ การพิจารณาโครงการที่ขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุน กทปส. ประเภทที่ 1 ประจำปี 2568 ตามมาตรา 52 (2) ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ 15 โครงการ ครอบคลุมประเด็นตั้งแต่การจัดการภัยพิบัติ สาธารณสุข เทคโนโลยีผู้สูงอายุ การเกษตรอัจฉริยะ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จนถึงการรู้เท่าทันภัยดิจิทัล
โครงการที่ได้รับอนุมัติสะท้อนทิศทางการใช้เงินกองทุนที่ผูกโยงกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง 5G, AI, Machine Learning, digital twin และระบบสื่อสารเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ โครงการบูรณาการเครือข่าย 5G เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพยากรณ์เตือนภัยล่วงหน้าและการจัดการอุทกภัยในจังหวัดสุโขทัย ของสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย วงเงิน 5,098,817.50 บาท ระยะเวลาดำเนินงาน 720 วัน
อีกโครงการที่น่าจับตา คือ การผสาน AI กับรังสีวิทยาสมอง เพื่อพัฒนาระบบอัตโนมัติสำหรับสร้างรายงานภาพ MRI สมองเพื่อการวินิจฉัยทางไกล ของสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย วงเงิน 8,131,400.80 บาท ระยะเวลา 750 วัน ขณะที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ได้รับอนุมัติโครงการพัฒนาระบบช่วยการได้ยินไร้สายและอุปกรณ์สวมใส่ด้วยเทคโนโลยี Auracast เพื่อช่วยผู้สูงอายุและผู้พิการ วงเงิน 4,594,100 บาท ระยะเวลา 730 วัน
มหาวิทยาลัยมหิดลได้รับอนุมัติโครงการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับสุขภาพอัจฉริยะของประเทศไทย วงเงิน 30,800,592 บาท ใช้เวลาดำเนินงาน 365 วัน ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการวงเงินสูงสุดของรอบนี้ ส่วนสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชียยังได้รับอนุมัติโครงการคาดการณ์รอบการปลูกข้าวและกลยุทธ์แทรกแซงก่อนการเผาในที่โล่ง วงเงิน 4,553,695.30 บาท ระยะเวลา 365 วัน สะท้อนการเชื่อมเทคโนโลยีเข้ากับโจทย์สิ่งแวดล้อมและภาคเกษตร
ฝั่งอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง สวทช. ยังได้รับอนุมัติโครงการพัฒนาอุปกรณ์ RF ชนิดพาสซีฟสำหรับเครือข่าย 5G and Beyond ในห่วงโซ่อุตสาหกรรม PCB และ Advanced Semiconductor ภายในประเทศ วงเงิน 5,538,780 บาท ระยะเวลา 548 วัน รวมถึงโครงการจัดตั้งห้องปฏิบัติการทดสอบเรดาร์ วงเงิน 9,070,740 บาท ระยะเวลา 730 วัน
ด้านการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยศิลปากรได้รับอนุมัติโครงการฝูงบินโดรนพร้อมระบบระบุตำแหน่งและตรวจสอบโครงสร้างไฟป่า เพื่อการวางแผนควบคุมไฟป่า วงเงิน 7,106,785.92 บาท ระยะเวลา 730 วัน ขณะที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้รับการสนับสนุนทั้งโครงการ “รู้ทัน รู้รอด” เพื่อบูรณาการ AI และการรู้เท่าทันดิจิทัลป้องกันภัยหลอกลวงบนสื่อสมัยใหม่ วงเงิน 6,959,280 บาท ระยะเวลา 365 วัน และโครงการแพลตฟอร์มแนะนำการปลูกข้าวอัจฉริยะบนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการพัฒนาพันธุ์ข้าวแห่งอนาคต วงเงิน 17,606,047.50 บาท ระยะเวลา 540 วัน
นอกจากนี้ ยังมีโครงการด้านการฟื้นฟูสุขภาพและผู้พิการ เช่น โครงการพัฒนาต้นแบบการควบคุมและจัดการกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการแขนขาอ่อนแรง ด้วยระบบควบคุมและเฝ้าระวังทางไกล ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วงเงิน 4,832,548 บาท ระยะเวลา 540 วัน และโครงการพัฒนาระบบ digital twin กับอุปกรณ์กายภาพบำบัดเพื่อติดตามการฟื้นฟูกล้ามเนื้อแขนและขาในผู้สูงอายุและผู้ป่วย ผ่านเครือข่ายสื่อสาร ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วงเงิน 6,744,005.50 บาท ระยะเวลา 730 วัน
ส่วนสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังได้รับอนุมัติ 2 โครงการ ได้แก่ โครงการประยุกต์ใช้ AI และ Machine Learning เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคมในพื้นที่ชายขอบ วงเงิน 23,480,053.25 บาท ระยะเวลา 365 วัน และโครงการวิจัยและพัฒนาการใช้ 5G and Beyond เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสินค้าคงเหลือในคลังสินค้าขนาดใหญ่ วงเงิน 8,007,280.80 บาท ระยะเวลา 550 วัน
อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือ โครงการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสาธารณสุขและการป้องกันภัยในพื้นที่แนวชายแดนและท้องที่ทุรกันดาร ของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร วงเงิน 19,681,200 บาท ระยะเวลา 365 วัน





