วันพุธ ที่ 18 มีนาคม 2569

Login
Login

ผลสำรวจชี้ “ค่าครองชีพสูง” ครองแชมป์ความกังวล กดดันรัฐบาลใหม่เร่งแก้ปากท้อง

ผลสำรวจชี้ “ค่าครองชีพสูง” ครองแชมป์ความกังวล กดดันรัฐบาลใหม่เร่งแก้ปากท้อง

สำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลชุดใหม่ พ.ศ. 2569 โดยพบว่า “ค่าครองชีพสูง” ยังคงเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลมากที่สุดในหมู่ประชาชน สะท้อนแรงกดดันด้านเศรษฐกิจที่ยังคงฝังลึกในระดับครัวเรือน และเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งคลี่คลายอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลชุดใหม่ พ.ศ. 2569 โดยดำเนินการระหว่างวันที่ 22–28 มกราคม 2569 เพื่อสะท้อนมุมมองของประชาชนต่อทิศทางการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่ โดยผลสำรวจชี้ให้เห็นภาพรวมความกังวลและความคาดหวังในหลายมิติ

ในด้านปัญหาเศรษฐกิจ “ค่าครองชีพสูง” ครองอันดับหนึ่ง โดยมีประชาชน 69.9% ระบุว่าเป็นความกังวลหลัก รองลงมา ได้แก่ รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย 63.8% ปัญหาหนี้สิน 43.1% ความไม่เพียงพอของสวัสดิการภาครัฐ 25.4% และราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ 25.2% ภาพดังกล่าวสะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจฐานรากที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

เมื่อพิจารณาความต้องการเร่งด่วนต่อรัฐบาลชุดใหม่ พบว่า ประชาชนกว่าครึ่ง หรือ 50.5% ต้องการให้เร่งแก้ปัญหาปากท้องและค่าครองชีพเป็นลำดับแรก ขณะที่ข้อเรียกร้องอื่น ๆ ได้แก่ การสร้างงานและเพิ่มรายได้ 10.8% การแก้ไขปัญหาหนี้สิน 9.1%การยกระดับสวัสดิการและคุณภาพชีวิต 5.8% และการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน 5.1%

ผลสำรวจชี้ “ค่าครองชีพสูง” ครองแชมป์ความกังวล กดดันรัฐบาลใหม่เร่งแก้ปากท้อง

ในมิติของการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ประชาชน 44.2% เห็นว่าควรลดภาระค่าครองชีพควบคู่กับการป้องกันการก่อหนี้ใหม่ ขณะที่แนวทางอื่นที่ได้รับการสนับสนุนใกล้เคียงกัน ได้แก่ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งในและนอกระบบ 44.0% การเพิ่มรายได้ควบคู่การแก้หนี้ 42.2% การจัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำสำหรับผู้มีรายได้น้อย 30.8% และการปรับโครงสร้างหนี้ตามศักยภาพการชำระหนี้ 32.2%

ขณะเดียวกัน ประชาชนยังสะท้อนความคาดหวังต่อรูปแบบการบริหารประเทศ โดย 80.9% ต้องการให้รัฐบาลบริหารงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ รองลงมา ได้แก่ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน 59.7% การตัดสินใจที่รวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ 46.7% การไม่เล่นเกมการเมืองและยึดประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก 31.0% รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ 29.8%

ด้านคุณสมบัติของรัฐมนตรี ประชาชนให้ความสำคัญสูงสุดกับความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้ 67.7% รองลงมา ได้แก่ การไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย 46.7% การไม่มีประวัติอาชญากรรม 42.2% การมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ตรงในสายงาน 39.0% และความสามารถในการแก้ปัญหาได้อย่างทันท่วงที 31.6% โดยประชาชนถึง 90.4% เห็นว่าคุณสมบัติของรัฐมนตรีมีความสำคัญต่อการบริหารประเทศในระดับมากถึงมากที่สุด

ผลสำรวจชี้ “ค่าครองชีพสูง” ครองแชมป์ความกังวล กดดันรัฐบาลใหม่เร่งแก้ปากท้อง

 

ดร.เอกพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลสำรวจดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “Quick Survey” ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งมีเป้าหมายในการติดตามความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง

โดยจะมีการเผยแพร่ผลสำรวจเป็นรายเดือนผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติและช่องทางออนไลน์ภายใต้ชื่อ NSOOFTHAILAND เพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนการกำหนดนโยบายภาครัฐ

ทั้งนี้ การสำรวจครั้งนี้เก็บรวบรวมข้อมูลจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ จำนวน 6,000 ตัวอย่าง ด้วยวิธีการสุ่มแบบ Stratified Two-Stage Sampling เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นตัวแทนของประชาชนทุกภูมิภาค โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น 95.0% สะท้อนความน่าเชื่อถือของผลสำรวจในเชิงสถิติอย่างมีนัยสำคัญ