วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม 2569

Login
Login

ถอดยุทธศาสตร์ 'AIS' เมื่อสงครามราคาจบ เกมใหม่คือโครงสร้างพื้นฐาน

ถอดยุทธศาสตร์ 'AIS' เมื่อสงครามราคาจบ เกมใหม่คือโครงสร้างพื้นฐาน

อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากผู้ให้บริการเครือข่ายสื่อสารสู่การเป็น “โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล” ของเศรษฐกิจยุคใหม่

“ปรัธนา ลีลพนัง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) ฉายภาพของอุตสาหกรรมที่เคยเผชิญการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในอดีต กำลังเปลี่ยนไปสู่การแข่งขันเชิงคุณภาพ การลงทุนระยะยาว และการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลใหม่ที่เชื่อมโยงทั้งเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และบริการในชีวิตประจำวัน

วันนี้โทรคมนาคมไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหัวใจของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

จากยุคสงครามราคา สู่ตลาดที่มีเหตุผล

ซีอีโอ AIS ย้อนภาพอุตสาหกรรมช่วงปี 2018-2020 ว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดช่วงหนึ่งของธุรกิจในโทรคมนาคมไทย

โดยตอนนั้นการแข่งขันด้านราคาหนักมาก หลายบริษัทลดราคาเพื่อแย่งลูกค้า ทำให้บางรายขาดทุนสูง ขณะเดียวกันก็ต้องเจอกับผลกระทบจากโควิด-19 ที่ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม หลังผ่านช่วงต่ำสุดมาได้ ภาพของอุตสาหกรรมเริ่มเปลี่ยนไป ในปีที่ผ่านมา รายได้รวมของอุตสาหกรรมเติบโตประมาณ 6% ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีการเติบโตของ GDP เพียง 0.4% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าธุรกิจโทรคมนาคมยังมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ

พร้อมกันนั้น ปริมาณการใช้ดาต้าของผู้บริโภคยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณ 5% ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรม

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ตลาดเริ่มกลับเข้าสู่การแข่งขันที่มีเหตุผลมากขึ้น ไม่ใช่การแข่งขันแบบเผาเงินเหมือนในอดีต เพราะทุกฝ่ายรู้ว่าถ้าจะเติบโตได้ ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว

เขายอมรับว่า การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมรวมถึงการควบรวมกิจการ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยทำให้ตลาดมีเสถียรภาพมากขึ้น

“ถ้าไม่เกิดการปรับโครงสร้าง บางบริษัทอาจถึงขั้นเจ๊งได้”

ช่องว่างการเติบโตของ 5G และบรอดแบนด์

แม้คนไทยแทบทุกคนจะมีโทรศัพท์มือถือใช้งานแล้ว แต่ซีอีโอ AIS เชื่อว่ายังมีโอกาสเติบโตอีกมาก ปัจจุบันโครงข่าย 5G ครอบคลุมประชากรประมาณ 95% ของประเทศ แต่ระดับการใช้งานจริงยังอยู่เพียง 37% เท่านั้น

ขณะที่อินเทอร์เน็ตบ้านหรือ Fixed Broadband มีระดับการเข้าถึงประมาณ 50% โดยมีผู้ใช้งานจริงราว 11 ล้านครัวเรือน จากจำนวนครัวเรือนทั้งหมดประมาณ 22–26 ล้านครัวเรือน

เมื่อเทียบกับหลายประเทศที่มีการเข้าถึงระดับ 80–100% จะเห็นว่าตลาดไทยยังมีช่องว่างให้เติบโตอีกมาก

ขณะเดียวกัน พฤติกรรมการใช้งานอินเทอร์เน็ตก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่เน้นการดาวน์โหลด เช่น การดูวิดีโอหรือเสพคอนเทนต์ ปัจจุบันผู้คนเริ่ม อัปโหลดข้อมูลมากขึ้น ทั้งการไลฟ์สด การสร้างคอนเทนต์ และการทำธุรกิจออนไลน์ผลลัพธ์คือการใช้ดาต้าในเครือข่ายมือถือเติบโตต่อเนื่องประมาณ 10–15%

เขา เล่าว่า การเข้ามาของ AI ทำให้ผู้คนไม่ได้แค่เสพข้อมูล แต่ต้องส่งข้อมูลขึ้นคลาวด์เพื่อประมวลผลมากขึ้น นี่คือเทรนด์ใหม่ของโลกดิจิทัล

 

โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ยุทธศาสตร์ใหม่ของ AIS

ในมุมมองของซีอีโอ AIS การเติบโตของ AI และเศรษฐกิจดิจิทัลกำลังผลักดันให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมต้องยกระดับตัวเอง จากผู้ให้บริการเครือข่าย สู่การเป็น “Intelligent Infrastructure” หรือโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะของประเทศ

ยุทธศาสตร์ดังกล่าวประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานหลัก 5 ด้าน

  • 1. โครงข่ายไร้สาย (Wireless Infrastructure) เช่น 5G และ 5G Advance
  • 2. โครงข่ายสาย (Wired Infrastructure) หรือไฟเบอร์บรอดแบนด์
  • 3. การเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (International Connectivity) ผ่านสายเคเบิลใต้น้ำ
  • 4. ศูนย์ข้อมูล (Data Center)
  • 5. แพลตฟอร์มดิจิทัล (Platform Infrastructure)

โดยเพื่อรองรับยุทธศาสตร์ดังกล่าว บริษัทได้ตั้งงบลงทุนในปีนี้ประมาณ 30,000 – 35,000 ล้านบาท ซึ่งให้ความสำคัญตามลำดับคือ อันดับหนึ่ง Mobile Network อันดับสอง Broadband และอันดับสาม International Connectivity

ถ้าประเทศอยากเป็นศูนย์กลางดิจิทัลของภูมิภาค โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ต้องแข็งแรงพอ

ปักหมุด Data Center ระดับภูมิภาค

อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญคือการลงทุนศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ผ่านความร่วมมือ GSA Data Center พันธมิตรประกอบด้วย Gulf Energy Development AIS และ Singtel โดยแต่ละฝ่ายนำจุดแข็งมารวมกัน Gulf สนับสนุนด้านพลังงาน ขณะที่ Singtel เชื่อมต่อเครือข่ายระดับโลก และAIS ดูแลโครงข่ายและฐานลูกค้าในประเทศ

โครงการมีเป้าหมายขยายกำลังการผลิตจาก 26 เมกะวัตต์ สู่ 200 เมกะวัตต์ ภายในปี 2027 ซึ่งวันนี้บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกกำลังมองหาพื้นที่สำหรับ Data Center และประเทศไทยมีศักยภาพสูง ถ้าเรามีทั้งพลังงานและเครือข่ายที่พร้อม

AI เปลี่ยนทั้งบริการและการบริหารเครือข่าย

เทคโนโลยี AI กลายเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ AIS ในฝั่งลูกค้า บริษัทใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลจากฐานลูกค้ากว่า 50 ล้านบัญชี เพื่อออกแบบแพ็กเกจบริการที่เหมาะสมกับแต่ละคน ขณะเดียวกันยังพัฒนาเครือข่ายให้ก้าวสู่ Autonomous Network ที่สามารถตรวจสอบและแก้ไขปัญหาได้เอง

นอกจากนี้ AIS ยังทำงานร่วมกับแพลตฟอร์ม AI ระดับโลก เช่น ChatGPT, Microsoft Copilot และ Claude AI Assistant เพื่อสร้างบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่ให้กับลูกค้า

รุกธุรกิจการเงินผ่าน Virtual Bank

อีกหนึ่งก้าวสำคัญของ AIS คือการเข้าสู่ธุรกิจการเงินดิจิทัลผ่าน Virtual Bank โดยบริษัทร่วมมือกับ Krungthai Bank และ PTT Oil and Retail Business จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาในชื่อ ธนาคาร คลิกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ CLIX ตั้งเป้าเปิดให้บริการภายในปี 2569

ซึ่งเป้าหมายของเราไม่ใช่แค่กำไรสูงสุด แต่ต้องการสร้างการเข้าถึงบริการทางการเงินให้กับคนที่ยังเข้าไม่ถึงโดยจะใช้ข้อมูลขนาดใหญ่และ AI วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพื่อพัฒนาสินเชื่อและบริการการเงินรูปแบบใหม่

เร่งต่อจิ๊กซอว์บริการครบวงจร

สำหรับกลยุทธ์ระยะยาวของ AIS คือการเปลี่ยนจากธุรกิจสื่อสาร ไปสู่ Digital Ecosystem จากเดิมที่ลูกค้าใช้เพียงบริการมือถือ ให้ขยายไปสู่บริการอื่น เช่น

   •   อินเทอร์เน็ตบ้าน

   •   บริการการเงิน

   •   ความบันเทิงและคอนเทนต์

ในด้านความบันเทิง AIS วางตำแหน่งตัวเองเป็น Content Aggregator ที่รวบรวมคอนเทนต์จากทั่วโลก ทั้ง Disney, HBO, Viu รวมถึงกีฬาอย่าง EPL, Thai League, NBA และกอล์ฟ LPGA/PGA โดยแนวทางนี้ช่วยเพิ่ม รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ (ARPU) และสร้างความผูกพันกับลูกค้าในระยะยาว

34 ปี AIS กับบทบาทใหม่ของเศรษฐกิจดิจิทัล

ในช่วงท้ายของบทสนทนา ซีอีโอ AIS สะท้อนว่าตลอดระยะเวลา 34 ปี บริษัทเติบโตมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของประเทศ จากยุคโทรศัพท์มือถือพื้นฐาน สู่ยุคอินเทอร์เน็ต และกำลังเข้าสู่ยุค AI

เรายังอยากเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง ที่เติบโตไปกับคนไทยเหมือนเดิม

แต่ในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว บทบาทของโทรคมนาคมกำลังยิ่งใหญ่กว่าเดิม เพราะท้ายที่สุดแล้ว การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ จะขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด

และในเกมใหม่นี้ โทรคมนาคมกำลังกลายเป็นมากกว่าเครือข่ายสื่อสาร หากแต่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ” ที่ขับเคลื่อนอนาคตเศรษฐกิจไทย.