วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

สกมช. จับมือ UNODC เปิดเวทีวิเคราะห์ภัยไซเบอร์ภูมิภาค รับมือโจมตีข้ามพรมแดน

สกมช. จับมือ UNODC เปิดเวทีวิเคราะห์ภัยไซเบอร์ภูมิภาค รับมือโจมตีข้ามพรมแดน

ภัยคุกคามไซเบอร์กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว สกมช. ผนึกความร่วมมือ UNODC และรัฐบาลสหราชอาณาจักร เปิดเวที “Regional Cyber Threat Analysis” แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองไซเบอร์ระดับภูมิภาค พร้อมเดินหน้าบูรณาการหน่วยงานความมั่นคง จัดทำแผนความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ รองรับความเสี่ยงยุคดิจิทัล

ภัยคุกคามทางไซเบอร์กำลังกลายเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญของภูมิภาค ท่ามกลางการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างรวดเร็วและรูปแบบอาชญากรรมดิจิทัลที่ซับซ้อนขึ้น ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เปิดเวทีความร่วมมือระดับนานาชาติ เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มภัยคุกคามไซเบอร์และเสริมสร้างกลไกรับมือการโจมตีข้ามพรมแดน

โดยล่าสุด สกมช. ร่วมกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNODC และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร จัดการประชุม “Regional Cyber Threat Analysis” เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองด้านไซเบอร์ และยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศในการรับมือภัยคุกคามที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ กล่าวเปิดการประชุม โดยระบุว่า ภัยคุกคามไซเบอร์ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่ในระดับประเทศอีกต่อไป แต่มีลักษณะเป็นเครือข่ายข้ามพรมแดนที่เชื่อมโยงกันทั่วโลก ส่งผลให้การรับมือจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูล การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสร้างกลไกตอบสนองต่อเหตุการณ์ร่วมกัน

สกมช. จับมือ UNODC เปิดเวทีวิเคราะห์ภัยไซเบอร์ภูมิภาค รับมือโจมตีข้ามพรมแดน

เขายังชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการโจมตีรูปแบบใหม่ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น Malware-as-a-Service (MaaS) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ไม่เชี่ยวชาญสามารถเข้าถึงเครื่องมือโจมตีไซเบอร์ได้ง่ายขึ้น รวมถึงการนำเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการก่ออาชญากรรมไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างมัลแวร์อัตโนมัติ การหลอกลวงแบบฟิชชิงขั้นสูง หรือการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานด้านความมั่นคงไซเบอร์จากหลายประเทศเข้าร่วม เพื่อร่วมกันวิเคราะห์แนวโน้มภัยคุกคาม แลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมถึงหารือแนวทางปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพในการรับมือเหตุการณ์โจมตีไซเบอร์ข้ามพรมแดน ซึ่งกำลังกลายเป็นความท้าทายสำคัญของระบบเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก

ภายในเวทีดังกล่าว พันตำรวจโท นรินทร์ เพชรทอง ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักประสานงาน ThaiCERT ได้ร่วมบรรยายในหัวข้อ “The First 72 Hours of a Major Cyberattack” โดยถ่ายทอดแนวทางการรับมือเหตุการณ์โจมตีไซเบอร์ในช่วง 72 ชั่วโมงแรก ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการจำกัดความเสียหายและฟื้นฟูระบบให้กลับมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว

การบริหารจัดการเหตุการณ์ในช่วงเวลานี้จำเป็นต้องอาศัยทั้งการตรวจจับและวิเคราะห์ภัยคุกคามอย่างรวดเร็ว การประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสื่อสารกับองค์กรที่ได้รับผลกระทบอย่างมีประสิทธิภาพ โดย ThaiCERT มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและประสานการตอบสนองต่อเหตุการณ์ไซเบอร์ที่เกิดขึ้นกับองค์กรต่าง ๆ ในประเทศ

การจัดประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยฐานะหนึ่งในเครือข่ายความร่วมมือด้านความมั่นคงไซเบอร์ระดับนานาชาติ ซึ่งการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างประเทศ จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ของทั้งภูมิภาคและประชาคมโลกในระยะยาว

ขณะเดียวกัน สกมช. ยังเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมจัดทำ (ร่าง) นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ (พ.ศ. 2571 – 2575) ซึ่งจะเป็นกรอบสำคัญในการกำหนดทิศทางด้านความมั่นคงของประเทศในระยะต่อไป

ซึ่งวัตถุประสงค์สำคัญของการประชุมประกอบด้วย การรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอเชิงนโยบายจากหน่วยงานด้านความมั่นคง การสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการจัดทำนโยบายและแผนระดับชาติให้กับหน่วยงานต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังมีการนำเครื่องมือนวัตกรรมเชิงนโยบายและหลักวิชาการมาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์และออกแบบแผนยุทธศาสตร์ เพื่อให้การกำหนดนโยบายด้านความมั่นคงมีความแม่นยำและสอดคล้องกับบริบทความมั่นคงร่วมสมัย โดยอาศัยข้อมูลเชิงประจักษ์จากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ

การจัดทำกรอบนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ จะให้ความสำคัญกับประเด็นสำคัญหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการธำรงและเทิดทูนสถาบันหลักของประเทศ การรักษาอธิปไตยและการป้องกันประเทศแบบบูรณาการ การรักษาเสถียรภาพภายในประเทศ การดำเนินการต่างประเทศเชิงรุกเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงร่วมกับประชาคมระหว่างประเทศ ตลอดจนการต่อต้านภัยคุกคามข้ามชาติและการเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือวิกฤต

ในส่วนของ สกมช. ได้เสนอประเด็นด้าน ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ให้เชื่อมโยงเข้ากับกรอบความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โลก ทั้งในมิติภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างระบบนิเวศด้านความมั่นคงไซเบอร์ของประเทศให้มีความปลอดภัย มั่นคง และน่าเชื่อถือ พร้อมรองรับความท้าทายใหม่ในยุคดิจิทัล และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว