วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

'ดีอี' พร้อมมาก ขานรับนโยบายรัฐ เดินหน้า WFH ผ่าน e-Office หนุนรัฐดิจิทัลประหยัดพลังงาน

'ดีอี' พร้อมมาก ขานรับนโยบายรัฐ เดินหน้า WFH ผ่าน e-Office หนุนรัฐดิจิทัลประหยัดพลังงาน

กระทรวงดีอี หนุนนโยบายรัฐบาลให้หน่วยงานรัฐ Work From Home เพื่อลดใช้พลังงาน ท่ามกลางความเสี่ยงวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ชูระบบ e-Office และคลาวด์ภาครัฐเป็นกลไกขับเคลื่อนการทำงานแบบไร้กระดาษ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประกาศความพร้อมสนับสนุนนโยบายรัฐบาล หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจเร่งดำเนินมาตรการประหยัดพลังงาน โดยเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานแบบ Work From Home (WFH) ได้ทันทีในภารกิจที่ไม่กระทบต่อการให้บริการประชาชน

โดยมาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดการใช้พลังงานของภาครัฐ และเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนด้านพลังงานจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนเศรษฐกิจของประเทศในระยะต่อไป

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบหมายให้นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เร่งเตรียมความพร้อมระบบสนับสนุนการทำงานของภาครัฐ เพื่อให้หน่วยงานสามารถปรับรูปแบบการทำงานสู่ระบบดิจิทัลได้อย่างราบรื่น พร้อมผลักดันการให้บริการภาครัฐแบบไร้กระดาษ (Paperless) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม

นายพชรกล่าวว่า ที่ผ่านมา กระทรวงดีอีได้ปรับรูปแบบการดำเนินงานภายในองค์กรผ่านระบบบริหารจัดการสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Office ซึ่งรองรับการใช้งานเอกสารดิจิทัล (e-Document) ครบวงจร จึงสามารถรองรับการทำงานนอกสถานที่ของเจ้าหน้าที่ได้ทันทีโดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน

ระบบดังกล่าวช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงเอกสารราชการ ดำเนินการอนุมัติ ตรวจสอบ และสื่อสารภายในองค์กรผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทั้งหมด ทำให้การทำงานยังคงดำเนินต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้ปฏิบัติงานอยู่ภายในสำนักงาน
 

สำหรับระบบ e-Office ยังช่วยยกระดับกระบวนการทำงานของภาครัฐให้เป็นระบบมากขึ้น ตั้งแต่การลงทะเบียนเอกสาร งานสารบรรณ การติดตามและตรวจสอบเอกสาร การลงนามดิจิทัล การบริหารจัดการประชุม ตลอดจนการจัดเก็บไฟล์และคลังข้อมูลดิจิทัล ซึ่งช่วยลดการใช้กระดาษ ลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มความโปร่งใสในการทำงานของหน่วยงานภาครัฐ

โดยปัจจุบันระบบดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างกระทรวงดีอีและหน่วยงานภาครัฐในหลายระดับ โดยมีหน่วยงานระดับกระทรวงครบทุกกระทรวงแล้ว หน่วยงานระดับกรมกว่า 160 แห่ง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศอีกกว่า 5,736 แห่ง รวมถึงหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมเข้าร่วมใช้งาน

นอกจากนี้ กระทรวงดีอียังพร้อมทำหน้าที่เป็นหน่วยสนับสนุนให้หน่วยงานรัฐอื่นๆ ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานในระบบ e-Office ผ่านบริการคลาวด์กลางภาครัฐ หรือ Government Data Center and Cloud Service (GDCC) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของรัฐบาลดิจิทัล

ทั้งนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถพัฒนาระบบดิจิทัลได้รวดเร็วขึ้น ลดภาระการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานไอที และเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน โดยเปิดให้หน่วยงานภาครัฐสามารถใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ล่าสุด ระบบ e-Document บนคลาวด์กลางภาครัฐมีหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมแล้วรวม 6,434 หน่วยงาน ครอบคลุมผู้ใช้งานกว่า 1,894,691 ราย จากทั้งหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 1 ล้านผู้ใช้งาน สะท้อนถึงการเร่งปรับตัวของภาครัฐไทยสู่การทำงานในยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม