ดีป้าเปิดโครงการ Smart Living, Better Living ส่งเทคโนโลยีดิจิทัลสู่ระดับชุมชน ทั้งกล้องอัจฉริยะ ไฟพลังงานแสงอาทิตย์ และ IoT การเกษตร ตั้งเป้าขยาย 40 ชุมชนทั่วประเทศ ยกระดับทักษะดิจิทัลประชาชนกว่า 5,400 คน สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 210 ล้านบาท พร้อมต่อยอดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะจากฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม
ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ชุมชนดิจิทัลกับการพลิกโฉมประเทศไทย” โดยระบุว่า การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (สมาร์ตซิตี้) ของไทยจำเป็นต้องเริ่มจากการสร้างศักยภาพให้ประชาชนในระดับพื้นที่สามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้จริง เพราะ สมาร์ตซิตี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการติดตั้งเทคโนโลยีในเมืองเท่านั้น แต่ต้องทำให้ประชาชนเข้าถึง เข้าใจ และสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ โดยเฉพาะในระดับชุมชนและท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นฐานรากสำคัญของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน
ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรกรรมมากกว่า 30 ล้านคน ถือเป็นกำลังสำคัญของประเทศ หากสามารถยกระดับศักยภาพของคนกลุ่มนี้ให้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลได้จริง ก็เท่ากับเป็นการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ และสร้างโอกาสใหม่ให้กับชุมชนทั่วประเทศ
โครงการสมาร์ตลีฟวิ่ง เบทเทอร์ลีฟวิ่ง จึงมุ่งพัฒนามิติการดำรงชีวิตอัจฉริยะ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการนำเทคโนโลยีไปติดตั้งในพื้นที่ แต่เป็นกลไกให้ชุมชนได้เรียนรู้ เข้าใจ และเห็นประโยชน์ของเทคโนโลยีด้วยตนเอง เมื่อชุมชนสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความปลอดภัย เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้จริง การเปลี่ยนแปลงระดับชุมชนก็จะขยายผลสู่การเปลี่ยนแปลงระดับเมือง และท้ายที่สุดนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของประเทศทั้งระบบด้วยพลังของเทคโนโลยีดิจิทัล
ด้าน ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าวว่า โครงการ สมาร์ทลีฟวิ่ง เบทเทอร์ลีฟวิ่ง เป็นการต่อยอดจากโครงการ 1 ตำบล 1 ดิจิทัล สมาร์ทลีฟวิ่ง (OTOD Smart Living) ที่ดีป้าดำเนินการในปี 2568 เพื่อส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในระดับชุมชน ทั้งในมิติการดำรงชีวิตอัจฉริยะและการเกษตรอัจฉริยะ ผ่านเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยผู้ประกอบการไทย ไม่ว่าจะเป็นโดรนเพื่อการเกษตร ระบบ IoT การเกษตรอัจฉริยะ แทรกเตอร์อัจฉริยะ แพลตฟอร์มคาร์บอนด้านการเกษตร รวมถึงเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยของชุมชน
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา สามารถยกระดับทักษะดิจิทัลให้กับประชาชนไม่น้อยกว่า 2,700 คน จาก 900 ครัวเรือนทั่วประเทศ และสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 170 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีดิจิทัลในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระดับพื้นที่
โดยในปี 2569 ดีป้าจึงขยายผลสู่โครงการสมาร์ตลีฟวิ่ง เบทเทอร์ลีฟวิ่ง โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของชุมชน ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริงของประชาชน เช่น กล้องวงจรปิดพลังงานแสงอาทิตย์ ไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ และ IoT การเกษตรอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวัง ป้องกันเหตุอาชญากรรมและอุบัติเหตุในพื้นที่ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตภาคเกษตรและลดต้นทุนการดำเนินงาน
ทั้งนี้ ดีป้าตั้งเป้าส่งเสริมเพิ่มอีก 40 ชุมชน และเมื่อรวมผลการดำเนินงานต่อเนื่อง 2 ปี คาดว่าจะมีชุมชนทั่วประเทศได้รับการส่งเสริมรวม 85 ชุมชน ประชาชนได้รับการยกระดับทักษะดิจิทัลไม่น้อยกว่า 5,400 คน จาก 1,800 ครัวเรือน และประเมินว่าจะสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า 210 ล้านบาท พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการต่อยอดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะจากฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับรูปแบบการดำเนินงานภายใต้โครงการ สมาร์ตลีฟวิ่ง เบทเทอร์ลีฟวิ่ง จะส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในชุมชนผ่านการสนับสนุนค่าสิทธิ์การใช้งานเทคโนโลยีเป็นระยะเวลา 2 ปี รวมถึงการให้ความช่วยเหลือหรืออุดหนุนผ่านมาตรการ d-community โดยชุมชนที่เข้าร่วมโครงการต้องมีความพร้อมในการร่วมลงทุน เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและความเป็นเจ้าของโครงการในระดับพื้นที่
การสนับสนุนแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่
- 1. รูปแบบชุมชนอัจฉริยะปลอดภัย (Smart Safety Living)
สนับสนุนค่าสิทธิ์การใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลด้านความปลอดภัย 2 ประเภท ได้แก่ กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ และไฟส่องสว่างอัจฉริยะ โดยชุมชนต้องลงทุนติดตั้งกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ 4 ชุด และไฟส่องสว่างอัจฉริยะ 4 ชุด คิดเป็นงบประมาณ 115,200 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) ขณะที่ดีป้าจะสนับสนุนเพิ่มเติมเป็นกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ 10 ชุด และไฟส่องสว่างอัจฉริยะ 20 ชุด พร้อมติดตั้ง รวมมูลค่าการสนับสนุน 447,000 บาท
- 2. รูปแบบชุมชนอัจฉริยะปลอดภัยและยั่งยืน (Smart Living Accelerator)
สนับสนุนเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยตามรูปแบบชุมชนอัจฉริยะปลอดภัย พร้อมเปิดโอกาสให้ชุมชนขอรับการช่วยเหลือหรืออุดหนุนเทคโนโลยีเพิ่มเติม เช่น กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ และ/หรือ IoT เพื่อการเกษตรอัจฉริยะ โดยดีป้าจะสนับสนุนเพิ่มเติม 50% ของมูลค่าเทคโนโลยีที่ชุมชนต้องการ (สูงสุด 150,000 บาท) ผ่านมาตรการ d-community
โครงการสมาร์ทลีฟวิ่ง เบทเทอร์ลีฟวิ่ง เปิดรับสมัครกลุ่มชุมชน กลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มเกษตรกรที่มีสมาชิกไม่น้อยกว่า 20 ครัวเรือน เข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 6 – 31 มีนาคม 2569 และมีกำหนดลงพื้นที่เพื่อยกระดับทักษะดิจิทัลให้กับชุมชนและเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในช่วงเดือน เมษายน – กันยายน 2569





