วันศุกร์ ที่ 20 มีนาคม 2569

Login
Login

Microsoft ไม่ถอย Anthropic ยังเปิดบริการ AI ให้ลูกค้าใช้ แม้เพนตากอนขึ้นบัญชีดำ

Microsoft ไม่ถอย Anthropic ยังเปิดบริการ AI ให้ลูกค้าใช้ แม้เพนตากอนขึ้นบัญชีดำ

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (5 มี.ค.) ว่า บริษัทจะยังคงเปิดให้ลูกค้าใช้งานเอไอของบริษัทแอนโทรปิก (Anthropic) ที่ถูกฝังอยู่ในผลิตภัณฑ์และบริการของไมโครซอฟท์ต่อไป แม้ว่ากระทรวงสงครามของสหรัฐจะประกาศขึ้นบัญชีแอนโทรปิกเป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน

โดยไมโครซอฟท์ระบุว่า การจำกัดการใช้งานจะมีผลเฉพาะกับหน่วยงานกระทรวงสงครามเท่านั้น ขณะที่ลูกค้ารายอื่นยังสามารถใช้เทคโนโลยีของแอนโทรปิกผ่านแพลตฟอร์มของไมโครซอฟท์ได้ตามปกติ

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน หน่วยงานรัฐบาลกลางของสหรัฐได้แจ้งต่อแอนโทรปิกว่าจะจัดให้บริษัทอยู่ในสถานะความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นการประเมินว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัทอาจมีความเสี่ยงต่อระบบจัดซื้อหรือการทำงานของหน่วยงานรัฐ หลังได้รับการแจ้งเตือนดังกล่าว แอนโทรปิก ระบุว่า บริษัทไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจนี้ และมีแผนจะยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อท้าทายคำสั่งของรัฐบาล

ความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลสหรัฐกับแอนโทรปิกเกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนหน้านั้นไม่นาน ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางยุติการใช้งานเทคโนโลยีจากแอนโทรปิก

ขณะเดียวกัน พีต เฮกเซท (Pete Hegseth) รัฐมนตรีกระทรวงสงครามสหรัฐกล่าวว่า แม้รัฐบาลจะมีท่าทีดังกล่าว แต่แอนโทรปิกจะยังสามารถให้บริการแก่เพนตากอนได้ต่อไปอีกไม่เกิน 6 เดือน ก่อนที่หน่วยงานจะเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีจากบริษัทอื่น

ตามการรายงานของซีเอ็นบีซี โมเดลเอไอของแอนโทรปิกเคยถูกนำไปใช้สนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของสหรัฐต่ออิหร่านที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม การเจรจาระหว่างกระทรวงสงครามสหรัฐกับแอนโทรปิกได้ยุติลงเมื่อที่ 27 ก.พ. หลังทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ในประเด็นสำคัญบางเรื่อง โดยเฉพาะข้อเสนอเกี่ยวกับการใช้เอไอสำหรับระบบเฝ้าระวังประชาชนภายในประเทศในวงกว้าง และการพัฒนาอาวุธที่สามารถทำงานได้เองโดยไม่ต้องมีมนุษย์ควบคุม

หลังการเจรจาระหว่างสองฝ่ายล่มลง บริษัทคู่แข่งของแอนโทรปิกอย่างโอเพนเอ (OpenAI) ไอได้ประกาศว่า กระทรวงสงครามสหรัฐได้ตกลงนำโมเดลเอไอของบริษัทไปใช้งานในระบบที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลลับของรัฐบาล หรือที่เรียกว่า classified workloads

บรรดาบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ไมโครซอฟท์ถือเป็นบริษัทแรกที่ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่าจะยังคงทำงานร่วมกับแอนโทรปิกต่อไป แม้เพนตากอนจะออกมาตรการดังกล่าว

ในทางกลับกัน บริษัทเทคโนโลยีด้านกลาโหมบางแห่งได้แจ้งพนักงานให้หยุดใช้งานโมเดลเอไอของแอนโทรปิกที่มีชื่อว่า Claude และให้ย้ายไปใช้ระบบจากผู้พัฒนารายอื่นแทน

โฆษกของไมโครซอฟท์อธิบายในอีเมลที่ส่งถึงซีเอ็นบีซีว่า ทีมกฎหมายของบริษัทได้ตรวจสอบรายละเอียดของคำสั่งที่รัฐบาลออกมาแล้ว และสรุปว่า ผลิตภัณฑ์ของแอนโทรปิกรวมถึง Claude ยังสามารถให้บริการแก่ลูกค้าของไมโครซอฟท์ได้ตามปกติ ยกเว้นเฉพาะกระทรวงสงครามสหรัฐ

โฆษกกล่าวว่า ลูกค้าของไมโครซอฟท์ยังสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีของแอนโทรปิกผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ของบริษัท เช่น Microsoft 365 ระบบจัดการงานเอกสารและการทำงานร่วมกันในองค์กร, GitHub แพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ และแพลตฟอร์มพัฒนาเอไอของบริษัทที่ชื่อว่า Microsoft AI Foundry 

ไมโครซอฟท์เป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีแก่หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐจำนวนมาก โดยซอฟต์แวร์สำนักงานอย่าง Microsoft 365 ถูกใช้งานอย่างแพร่หลายในหน่วยงานของกระทรวงสงคราม

นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์เคยประกาศว่าจะนำโมเดลเอไอเชิงกำเนิดของแอนโทรปิกมาใช้งานร่วมกับผู้ช่วยเอไอของบริษัทที่ชื่อว่า Microsoft 365 Copilot ซึ่งเป็นระบบผู้ช่วยอัจฉริยะที่ทำงานอยู่ภายใน Microsoft 365

ในระบบดังกล่าว โมเดลของแอนโทรปิกจะถูกใช้ควบคู่กับโมเดลเอไอจากโอเพนเอไอทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้โมเดลจากผู้พัฒนาหลายรายภายในแพลตฟอร์มเดียว

ในหมู่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ โมเดล Claude ของแอนโทรปิกได้รับความนิยมอย่างมากในการช่วยเขียนโค้ดหรือร่างโปรแกรม โดยโมเดลนี้ถูกนำไปใช้ในบริการช่วยพัฒนาโปรแกรมของไมโครซอฟท์อย่าง GitHub Copilot ร่วมกับโมเดลของโอเพนเอไอที่มีชื่อว่า Codex

ก่อนหน้านี้ ซีอีโอของไมโครซอฟท์ สัตยา นาเดลลา (Satya Nadella) เคยให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับโอเพนเอไอเป็นหลัก ทั้งในด้านการลงทุนและการพัฒนาเทคโนโลยีเอไอร่วมกัน แต่ในช่วงหลัง ไมโครซอฟท์เริ่มปรับแนวทาง โดยเปิดให้โมเดลเอไอจากหลายบริษัทสามารถทำงานอยู่ในผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้พร้อมกัน

เมื่อเดือนต.ค. 68 นาเดลลาได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X เพื่อแสดงฟีเจอร์ใหม่ของ Microsoft 365 Copilot ที่ผู้ใช้สามารถสลับเลือกโมเดลเอไอระหว่างแอนโทรปิกและโอเพนเอไอได้ โดยเขาเขียนข้อความสั้นๆ ว่า “Model choice!” เพื่อสื่อถึงแนวคิดการให้ผู้ใช้สามารถเลือกโมเดลเอไอได้เอง

ในด้านความร่วมมือทางธุรกิจ ไมโครซอฟท์เปิดเผยว่า แอนโทรปิกได้ตกลงจะใช้บริการคลาวด์ Azure ของไมโครซอฟท์เป็นมูลค่าประมาณ 30,000 ล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกัน ไมโครซอฟท์ก็ได้ตกลงที่จะลงทุนในแอนโทรปิกได้สูงสุดถึง 5,000 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ขนาดของความร่วมมือระหว่างไมโครซอฟท์กับโอเพนเอไอยังมีมูลค่าสูงกว่านั้น โดยข้อมูลเมื่อเดือนตุลาคมระบุว่า ไมโครซอฟท์ถือหุ้นในองค์กรเพื่อประโยชน์สาธารณะของโอเพนเอไอมูลค่าประมาณ 135,000 ล้านดอลลาร์ และโอเพนเอไอเองได้ให้คำมั่นว่าจะใช้บริการคลาวด์ Azure เป็นมูลค่าประมาณ 250,000 ล้านดอลลาร์

อ้างอิง: CNBC