วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2569

Login
Login

แซม อัลท์แมน ชี้แจงพนักงาน OpenAI ไม่มีอำนาจตัดสินใจต่อการใช้ AI ของกองทัพ

แซม อัลท์แมน ชี้แจงพนักงาน OpenAI ไม่มีอำนาจตัดสินใจต่อการใช้ AI ของกองทัพ

แซม อัลท์แมน (Sam Altman) ประธานกรรมการบริหารของโอเพนเอไอ (OpenAI) บอกกับพนักงานของบริษัทว่า โอเพนเอไอไม่สามารถกำหนดหรือควบคุมได้ว่า กระทรวงกลาโหมของสหรัฐ หรือเพนตากอน (Pentagon) จะนำปัญญาประดิษฐ์ของบริษัทไปใช้ในปฏิบัติการทางทหารในลักษณะใด

อัลท์แมน พูดคุยกับพนักงานระหว่างการประชุมของบริษัทเมื่อวันอังคาร (3 มี.ค.) โดยรายงานจากบลูมเบิร์ก ระบุคำพูดของซีอีโอว่า เมื่อบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีและส่งมอบให้กับหน่วยงานของรัฐแล้ว การตัดสินใจว่าจะนำเครื่องมือเหล่านั้นไปใช้ในภารกิจทางทหารแบบใด เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของกองทัพ ไม่ใช่สิ่งที่บริษัทเทคโนโลยีหรือพนักงานของบริษัทสามารถเข้าไปกำหนดได้

“พวกคุณไม่ได้เป็นคนตัดสินใจในระดับปฏิบัติการ” อัลท์แมนกล่าว

โดยได้ยกตัวอย่างเพิ่มเติมว่า พนักงานของบริษัทอาจมีความคิดเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐ เช่น บางคนอาจมองว่าการโจมตีทางทหารของสหรัฐต่ออิหร่านเป็นเรื่องที่เหมาะสม ขณะที่บางคนอาจคิดว่าการบุกโจมตีเวเนซุเอลาเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่ความคิดเห็นเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่บริษัทเทคโนโลยีสามารถใช้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของรัฐบาลได้

คำกล่าวของอัลท์แมนเกิดขึ้นในช่วงที่การใช้เอไอในงานด้านการทหารกำลังถูกตรวจสอบและมีการถกเถียงมากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นด้านจริยธรรมเกี่ยวกับบทบาทของบริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนาเครื่องมือซึ่งอาจถูกนำไปใช้ในสงคราม

ช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้กดดันบริษัทเอไอหลายแห่งให้ปรับเปลี่ยนข้อจำกัดด้านความปลอดภัยของโมเดลเอไอ ซึ่งข้อจำกัดดังกล่าวมักถูกเรียกว่า “การตั้งราวป้องกันความเสี่ยง” หรือ guardrails ซึ่งเป็นกลไกที่บริษัทใส่ไว้ในระบบเอไอเพื่อป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีถูกนำไปใช้ในกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เช่น การพัฒนาอาวุธ หรือการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คน

อย่างไรก็ตาม กองทัพสหรัฐต้องการให้บริษัทผ่อนคลายข้อจำกัดบางส่วน เพื่อให้เอไอสามารถถูกนำไปใช้ในภารกิจทางทหารได้มากขึ้น

เดอะการ์เดียน รายงานว่า เอไอได้ถูกนำไปใช้ในปฏิบัติการของกองทัพสหรัฐแล้วในบางกรณี หนึ่งในนั้นคือ ปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการจับกุม นิโกลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) ผู้นำเวเนซุเอลา 

นอกจากนี้ เอไอยังถูกใช้เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก เพื่อช่วยให้กองทัพตัดสินใจเกี่ยวกับการเลือกเป้าหมายในการทำสงครามของสหรัฐกับอิหร่าน 

ในอีกด้านหนึ่ง แอนโทรปิก (Anthropic) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาแชตบอต Claude ได้ปฏิเสธข้อเสนอทำข้อตกลงกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เนื่องจากบริษัทกังวลว่าเทคโนโลยีของตนอาจถูกนำไปใช้ในโครงการเฝ้าระวังประชาชนจำนวนมากภายในประเทศ หรือถูกนำไปใช้ในระบบอาวุธที่ทำงานอัตโนมัติเต็มรูปแบบโดยไม่มีมนุษย์ควบคุม โดยหลังจากบริษัทปฏิเสธข้อเสนอ พีต เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวว่า แอนโทรปิกอาจถูกจัดให้เป็น “ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทาน” ของกองทัพ

คำจำกัดความดังกล่าวไม่เคยถูกใช้กับบริษัทสัญชาติอเมริกันมาก่อน และหากมีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการ อาจส่งผลกระทบทางการเงินต่อบริษัท เนื่องจากอาจทำให้บริษัทถูกจำกัดการทำธุรกิจกับรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งในวันเดียวกันกับที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐประกาศท่าทีต่อแอนโทรปิก เพนตากอนยังประกาศข้อตกลงใหม่กับโอเพนเอไอด้วย

ช่วงเวลาที่เหตุการณ์ทั้งสองเกิดขึ้นพร้อมกันทำให้เกิดคำถามว่าข้อตกลงกับโอเพนเอไออาจเป็นความพยายามของกองทัพในการหาบริษัทอื่นเข้ามาแทนที่เทคโนโลยีของแอนโทรปิกในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการทหาร

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากสาธารณะและจากพนักงานภายในโอเพนเอไอ โดยมีพนักงานบางส่วนตั้งคำถามว่าบริษัทอาจยอมรับเงื่อนไขบางอย่างที่บริษัทอื่นปฏิเสธ หลังจากเกิดกระแสวิจารณ์ อัลท์แมนและโอเพนเอไอ ได้ออกมาชี้แจงว่า การใช้เทคโนโลยีของบริษัทจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย และบริษัทไม่ได้มีบทบาทในการตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้เอไอในปฏิบัติการทางทหาร

อัลท์แมนยังกล่าวด้วยว่า การประกาศข้อตกลงกับเพนตากอนเกิดขึ้นอย่างเร่งรีบ และทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทดู “ฉวยโอกาสและทำงานอย่างไม่เป็นระบบ”

ในอีกด้านหนึ่ง ดาริโอ อาโมเดอี (Dario Amodei ) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแอนโทรปิกได้ส่งข้อความภายในถึงพนักงานของบริษัทเพื่อวิจารณ์อัลท์แมน

รายงานจากเดอะอินฟอร์เมชัน ระบุว่า อาโมเดอีเรียกอัลท์แมนว่าเป็นคนที่ “ไม่ซื่อสัตย์” และกล่าวว่าอัลท์แมนแสดงท่าทีสนับสนุนประธานาธิปดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในลักษณะที่เขาเปรียบว่าเป็นการยกย่องผู้นำแบบเผด็จการ

อาโมเดอียังเขียนในข้อความถึงพนักงานว่า บริษัทของเขาเลือกที่จะรักษาหลักการด้านจริยธรรมของบริษัท แม้ว่าจะต้องปฏิเสธความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงก็ตาม

“แอนโทรปิกรักษาเส้นแดงด้านจริยธรรมอย่างจริงจัง” อาโมเดอี กล่าว พร้อมอธิบายว่า แทนที่จะร่วมมือเพื่อสร้างสิ่งที่เขาเรียกว่า “ภาพลวงตาด้านความปลอดภัย” ให้กับพนักงาน

ในข้อความเดียวกัน อาโมเดอียังกล่าวถึง เกร็ก บร็อกแมน (Greg Brockman) ประธานของโอเพนเอไอ โดยระบุว่า บร็อกแมนและภรรยาได้บริจาคเงินจำนวน 25 ล้านดอลลาร์ให้กับคณะกรรมการดำเนินการทางการเมืองที่สนับสนุนทรัมป์

อ้างอิง: The Guardian The Information และ Bloomberg