ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ยังคงเป็นเงาที่ตามติดการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เป็น “คนรุ่นใหม่” ซึ่งกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของมิจฉาชีพ
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เปิดเผยสถิติการรับเรื่องร้องเรียนผ่าน “ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ 1212” ตลอดปี 2568 พบว่ามีเรื่องร้องเรียนรวม 39,112 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากปี 2567 จำนวน 3,754 เรื่อง หรือ 10.62% แม้ว่าจะลดลงจากปี 2566 ที่เคยสูงถึง 45,181 เรื่อง แต่แนวโน้มโดยรวมสะท้อนว่าปัญหาในโลกออนไลน์ยังคงขยายตัวตามพฤติกรรมการใช้ชีวิตบนแพลตฟอร์มดิจิทัล
ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า ปัญหาที่ถูกร้องเรียนมากที่สุดยังคงเป็น การซื้อขายออนไลน์ ซึ่งครองอันดับหนึ่งต่อเนื่องเป็นปีที่สาม สะท้อนการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นช่องทางหลักในการซื้อสินค้าและบริการ
ข้อมูลปี 2568 ระบุว่า 5 อันดับปัญหาที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด ได้แก่
- ปัญหาซื้อขายออนไลน์ 14,238 เรื่อง หรือ 36.40%
- เว็บไซต์ผิดกฎหมาย 12,793 เรื่อง หรือ 32.71%
- ปัญหาอื่น ๆ และการสอบถามข้อมูล 3,506 เรื่อง หรือ 8.96%
- ปัญหาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2,407 เรื่อง หรือ 6.15%
- ปัญหาการประกอบธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรม 2,203 เรื่อง หรือ 5.63%
รูปแบบปัญหาที่พบส่วนใหญ่คือ ผู้บริโภคไม่ได้รับสินค้า ได้รับสินค้าที่ไม่ตรงตามโฆษณา หรือถูกหลอกให้โอนเงินก่อนโดยไม่สามารถติดตามผู้ขายได้ในภายหลัง
เมื่อวิเคราะห์เชิงลึกในช่วงปี 2567–2568 ยังพบว่า ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ แพลตฟอร์มดิจิทัล เพิ่มขึ้น 2,827 เรื่อง โดยเฉพาะ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1. การประกอบธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรมบนแพลตฟอร์ม เช่น เงื่อนไขการค้า ค่าธรรมเนียม หรือการปิดบัญชีผู้ใช้งานโดยไม่แจ้งเหตุผล
2. ปัญหาการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การนำข้อมูลไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม การสร้างบัญชีปลอม หรือการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัว
3. ปัญหาการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน เช่น ราคาที่แสดงไม่ตรงกับค่าบริการจริง การยกเลิกบริการโดยไม่แจ้งล่วงหน้า
อย่างไรก็ตาม จุดที่น่าสนใจจากข้อมูลของศูนย์ 1212 คือ โครงสร้างของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ ซึ่งสะท้อนภาพใหม่ของภัยออนไลน์
สถิติช่วงปี 2566–2568 พบว่า กลุ่มวัยทำงานเป็นกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y อายุ 29–44 ปี มีสัดส่วนสูงสุดถึง 41.91% รองลงมาคือ Gen X อายุ 45–60 ปี ที่ 29.94% เมื่อรวมกันแล้ว กลุ่มวัยทำงานคิดเป็น 71.85% ของผู้ร้องเรียนทั้งหมด
ขณะที่กลุ่มอื่นมีสัดส่วนดังนี้
• ผู้สูงอายุ (Baby Boomer) 10.64%
• Gen Z อายุ 16–28 ปี 17.28%
• Gen Alpha อายุ 12–15 ปี 0.23%
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า “คนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี” กลับกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงหลักของการถูกหลอกในโลกออนไลน์
สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลที่เข้มข้นกว่ากลุ่มอื่น ไม่ว่าจะเป็น
1. การทำธุรกรรมออนไลน์เป็นประจำ
กลุ่มวัยทำงานมีกำลังซื้อสูง และใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ในการซื้อสินค้า จองบริการ หรือโอนเงินอยู่เป็นประจำ ทำให้มี “จุดเสี่ยง” มากกว่ากลุ่มอื่น
2. การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบนโซเชียลมีเดีย
การแชร์ภาพ ไลฟ์สไตล์ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำไปใช้ต่อ หรือถูกนำไปแอบอ้างได้ง่าย
3. ความมั่นใจในเทคโนโลยีสูงเกินไป
แม้จะมีทักษะดิจิทัล แต่ความคุ้นชินทำให้ผู้ใช้งานจำนวนมากไม่ตรวจสอบรายละเอียด เช่น ความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ เงื่อนไขการใช้บริการ หรือความปลอดภัยของบัญชี
ETDA ยังเตือนว่า รูปแบบของการหลอกลวงออนไลน์กำลังพัฒนาให้ เนียนขึ้น เร็วขึ้น และสร้างความเสียหายได้ทันที
รูปแบบที่ต้องจับตาในปีนี้ ได้แก่
1. หลอกให้โอนเงินก่อน เช่น การส่งพัสดุเก็บเงินปลายทาง (COD) ที่ผู้รับไม่ได้สั่ง การหลอกให้โอนเงินลงทุน หรือจองสินค้าและที่พักล่วงหน้า
2. สร้างตัวตนปลอมเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ มิจฉาชีพใช้ภาพ วิดีโอ รีวิวปลอม หรือแอบอ้างบุคคลมีชื่อเสียง อินฟลูเอนเซอร์ หรือแบรนด์ดัง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับการหลอกลวง
3. ปัญหาเชิงระบบของแพลตฟอร์ม เช่น ราคาบริการที่ไม่โปร่งใส หรือเงื่อนไขที่ผู้ใช้บริการตรวจสอบได้ยาก
แม้ปัญหาจะเพิ่มขึ้น แต่ ETDA ระบุว่า ศูนย์ 1212 สามารถดำเนินการแก้ไขเรื่องร้องเรียนได้แล้วเสร็จถึง 99.78% ผ่านการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ในปี 2569 หน่วยงานเตรียมยกระดับการกำกับดูแลแพลตฟอร์มภายใต้กฎหมาย Digital Platform Services (DPS) โดยใช้แนวทาง Risk-based Approach ให้แพลตฟอร์มทำหน้าที่เป็น “ด่านหน้า” ในการจัดการความเสี่ยง มาตรการสำคัญ เช่น
• การใช้ระบบ Notice & Take Down เพื่อคัดกรองสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานบนออนไลน์มาร์เก็ตเพลส
• การขยายมาตรฐานไปสู่ Social Commerce
• การกำหนดให้แพลตฟอร์ม Ride Sharing ตรวจสอบสถานะผู้ขับและยานพาหนะก่อนให้บริการ
• การศึกษาโครงสร้างค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม e-Commerce เพื่อสร้างความโปร่งใสในการแข่งขัน





