กสทช. เรียกผู้ให้บริการมือถือชี้แจงเร่งด่วน หลังพบตัวแทนจำหน่ายแจกซิมให้นักเรียนในโรงเรียน พร้อมให้สแกนใบหน้าเปิดเบอร์จำนวนมาก ก่อนพบถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีแล้ว 27 ซิม จากทั้งหมด 495 ซิม สั่งระงับทันที พร้อมกำชับห้ามนำซิมขายควบกิจกรรมในโรงเรียน
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ สำนักงาน กสทช. เรียกผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้าชี้แจงเป็นการเร่งด่วน กรณีพบพฤติกรรมตัวแทนจำหน่ายนำซิมการ์ดไปแจกให้นักเรียนในโรงเรียน พร้อมให้ลงทะเบียนและสแกนใบหน้าเปิดใช้งานหลายหมายเลข ก่อนตรวจพบว่ามีการนำซิมบางส่วนไปใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีแล้ว
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ สำนักงาน กสทช. เปิดเผยว่า ล่าสุดสำนักงาน กสทช. ได้เรียกผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้าชี้แจงกรณีดังกล่าว หลังได้รับรายงานว่าตัวแทนจำหน่ายบางรายอาศัยจังหวะการจัดกิจกรรมภายในโรงเรียน นำซิมการ์ดระบบเติมเงินไปแจกให้นักเรียน พร้อมให้ลงทะเบียนและสแกนใบหน้าเพื่อเปิดใช้งานหลายหมายเลขต่อคน
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าซิมการ์ดที่ตัวแทนจำหน่ายให้นักเรียนลงทะเบียนนั้น ถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแล้วจำนวน 27 ซิม จากซิมทั้งหมด 495 ซิม ที่ถูกเปิดใช้งานผ่านการสแกนใบหน้าของนักเรียน
ดังนั้น สำนักงานจึงมีคำสั่งให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระงับการใช้งานหมายเลขทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวทันทีในวันนี้ เพื่อป้องกันการขยายตัวของเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่อาจเกิดขึ้นในวงกว้าง
นายไตรรัตน์กล่าวว่า หมายเลขโทรศัพท์ที่เกิดขึ้นในกรณีนี้ ไม่ได้เป็นเบอร์ที่นักเรียนมีความประสงค์จะเปิดใช้งานด้วยตนเอง แต่เป็นการลักลอบเปิดหมายเลขเพิ่มโดยตัวแทนจำหน่าย ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสำคัญที่อาจถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี
เบอร์เหล่านี้เป็นเบอร์ที่ตัวแทนจำหน่ายลักลอบเปิดเพิ่มให้เด็ก ไม่ใช่เบอร์ที่เด็กต้องการใช้งานจริง จึงจำเป็นต้องระงับทั้งหมด เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกนำไปใช้ในการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี หากปล่อยให้บริษัทลงพื้นที่โรงเรียนเพื่อให้เด็กมายืนยันตัวตนทีละราย อาจใช้เวลานานเกินไป ไม่ทันต่อสถานการณ์
เขาย้ำว่า การนำข้อมูลส่วนบุคคลของเด็ก โดยเฉพาะข้อมูลชีวมิติอย่างการสแกนใบหน้า ไปใช้เปิดหมายเลขโทรศัพท์จำนวนมากเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเครือข่ายอาชญากรรม เป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ และจำเป็นต้องเร่งดำเนินการตัดวงจรตั้งแต่ต้นทาง
นอกจากนี้ สำนักงาน กสทช. ยังได้กำชับไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกค่ายว่า หากต้องการจัดกิจกรรมให้ความรู้ภายในสถานศึกษาในอนาคต จะต้องแยกกิจกรรมด้านการให้ความรู้กับการจำหน่ายหรือแจกซิมการ์ดออกจากกันอย่างชัดเจน โดยไม่อนุญาตให้นำซิมการ์ดไปจำหน่ายหรือแจกควบคู่กับกิจกรรมในโรงเรียน
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้กิจกรรมที่จัดขึ้นในสถานศึกษาเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมความรู้แก่เด็กและเยาวชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ช่องทางทางการตลาดในการกระจายซิมการ์ด หรือเปิดหมายเลขโทรศัพท์เพิ่มเติมผ่านตัวแทนจำหน่าย
ขณะเดียวกัน สำนักงาน กสทช. ยังเน้นย้ำถึงความรับผิดชอบของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในการกำกับดูแลตัวแทนจำหน่าย โดยถือว่าผู้ให้บริการเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจของเครือข่ายตัวแทน หากตัวแทนจำหน่ายกระทำการฝ่าฝืนกฎหรือก่อให้เกิดความเสียหาย ผู้ให้บริการก็จะต้องร่วมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงาน กสทช. ได้ออกหนังสือเวียนถึงผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกราย ให้ปฏิบัติตามมาตรการลงทะเบียนซิมการ์ดอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้ตรวจสอบและคัดกรองข้อมูลผู้ใช้บริการที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยเฉพาะกรณีที่มีการลงทะเบียนซิมมากกว่า 1 หมายเลข
โดยผู้ให้บริการต้องรายงานผลการตรวจสอบกลับมายังสำนักงานภายใน 3 วันทำการ เพื่อให้หน่วยงานสามารถติดตามความผิดปกติของการเปิดใช้งานซิมการ์ดในกลุ่มเยาวชน และเฝ้าระวังการนำหมายเลขโทรศัพท์ไปใช้ก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ โดยที่เด็กหรือผู้ปกครองไม่ทราบ
มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับการกำกับดูแลระบบลงทะเบียนซิมการ์ดของประเทศ เพื่อป้องกันการนำหมายเลขโทรศัพท์ไปใช้เป็นเครื่องมือในการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งกำลังเพิ่มความซับซ้อนและสร้างความเสียหายต่อประชาชนในวงกว้างมากขึ้นในปัจจุบัน





