วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

‘ฟูจิตสึ’ ถอดรหัส AI พลังขับเคลื่อน ‘เศรษฐกิจ–นวัตกรรม’

‘ฟูจิตสึ’ ถอดรหัส AI พลังขับเคลื่อน ‘เศรษฐกิจ–นวัตกรรม’

ช่วงปีที่ผ่านมาโลกต่างเผชิญกับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลง บวกกับนโยบายกีดกันทางการค้าที่ผันผวน และภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้น เป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กรไทย

กนกกมล เลาหบูรณะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดมุมมองว่า ยุคที่ “การตัดสินใจต้องรวดเร็วและแข่งกับเวลา ควบคู่ไปกับความอยู่รอดขององค์กร” เป็นความท้าทายใหม่ที่ต้องรับมือกับวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว

นอกจากสถานการณ์โลกที่ปั่นป่วนและท้าทายทางด้านธุรกิจแล้ว การสร้างผลกระทบทางธุรกิจจากการใช้ AI นับเป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตามอง

เพราะ AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจและนวัตกรรมยุคใหม่ ที่ช่วยเร่งความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ เพิ่มประสิทธิผล และนวัตกรรม

2025: ปีแห่งการเร่งลงทุน AI

จากผลสำรวจของฟูจิตสึในปี 2025 พบว่า 77% ขององค์กรมีแผนเพิ่มการลงทุนด้าน AI โดยองค์กรกว่า 98% ได้นำ Generative AI มาใช้แล้ว ซึ่งมี 26% นำไปใช้ทั่วทั้งองค์กร และ 35% นำไปใช้เพียงบางหน่วยงาน

อย่างไรก็ตาม องค์กรยังเผชิญความท้าทายสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ ความกังวลเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลองค์กร (53%) การขาดบุคลากรด้าน AI (50%) ความเสี่ยงของการละเมิดลิขสิทธิ์เนื้อหา (47%) โซลูชัน AI ที่ยังขาดความพร้อมในการใช้งานจริงในระดับองค์กร (47%) และความไม่เชื่อมั่นในผลลัพธ์ของ AI (31%)

ขณะที่รายงาน “The State of AI: How Organizations Are Rewiring to Capture Value, March 2025” โดย McKinsey & Company ระบุว่า ปัจจุบันองค์กรกว่า 75% ใช้ AI แล้ว แต่มีเพียง 25% เท่านั้นที่สามารถสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้จริง

ช่องว่างนี้เป็นผลจากการขาดแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดขององค์กรเข้าด้วยกัน เพื่อใช้ในการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่สุดของการนำ AI มาใช้ได้อย่างสำเร็จตามเป้าหมาย

‘3 แนวทาง’ ปลดล็อกธุรกิจ

สำหรับ แนวทางปลดล็อกธุรกิจสู่การนำ AI ไปใช้งานจริง ฟูจิตสึ นำเสนอแนวทางที่ช่วยให้องค์กรสามารถนำ AI ไปใช้ได้ดีอย่างมีประสิทธิผล โดยก้าวข้ามจากขั้นตอนของ "การสำรวจเทคโนโลยี (Exploration)”  ไปสู่ "การนำไปใช้งานจริง (Realization)" เพื่อสร้างผลกระทบทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งแนวทางดังกล่าวประกอบด้วย 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

โครงสร้างพื้นฐานข้อมูล (Data Foundation)​: การวางรากฐานข้อมูลที่แข็งแกร่งด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลจากหลากหลายระบบที่เคยแยกส่วนกัน (Siloed Data) ให้สามารถเข้าถึงและบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบพร้อมรองรับการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ร่วมกับ AI อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อมูลที่เชื่อถือได้ (Trusted Data): การยกระดับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของข้อมูล ผ่านกระบวนการกำกับดูแลข้อมูล (Data Governance) อย่างเป็นระบบ เพื่อลดความคลาดเคลื่อนของข้อมูล ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์จาก AI

AI ที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือ (Secured & Trusted AI): การออกแบบและนำ AI มาใช้งานในระดับองค์กรโดยคำนึงถึงความปลอดภัย การปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแล และการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถนำ AI ไปประยุกต์ใช้ในกระบวนการทางธุรกิจจริงได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน

จาก ‘ข้อมูล’ สู่การตัดสินใจ ‘เรียลไทม์’

ฟูจิตสึเผยว่า 3 เสาหลักทรงพลัง ที่จะยกระดับองค์กรสู่การตัดสินใจด้วยข้อมูลอัจฉริยะอย่างเต็มประสิทธิภาพ ประกอบด้วย

1. การเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร ครอบคลุมระบบห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมด ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงลูกค้าปลายทาง ด้วยการผสานรวมข้อมูลจากระบบ ERP แพลตฟอร์มโลจิสติกส์ เครือข่ายซัพพลายเออร์ และข้อมูลการวิเคราะห์ตลาด ทำให้องค์กรสามารถตรวจพบคอขวด คาดการณ์สินค้าคงคลัง และรับมือกับสถานการณ์วิกฤตได้แบบเรียลไทม์

2. การตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agent  ผสานรวม Multi-agent AI สำหรับการทำงานอัตโนมัติ เมื่อสถานการณ์วิกฤต AI Agent เฉพาะทางจะวิเคราะห์หลายมิติพร้อมกัน ทั้งผลกระทบด้านต้นทุน ความเสี่ยงด้านคุณภาพ ข้อพิจารณาทางกฎหมาย และทางเลือกในการขนส่ง จากนั้น Orchestrator Agent จะรวบรวมและประมวลผลข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้เพื่อแนะนำแนวทางการตอบสนองที่เหมาะสมที่สุด

3. AI ที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ระดับองค์กร การนำ AI มาใช้ในระดับองค์กรต้องมั่นใจได้ว่าปลอดภัยและเชื่อถือได้ โดยเฉพาะข้อมูลจาก McKinsey ระบุว่า 47% ขององค์กรประสบผลกระทบเชิงลบจาก GenAI โดยเฉพาะปัญหาความคลาดเคลื่อนของผลลัพธ์และความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

ครอบคลุม 3 มิติ ได้แก่ โปร่งใสและเชื่อถือได้ (Reliable) มีความรับผิดชอบและจริยธรรม (Responsible) และ ยืดหยุ่นและปลอดภัย (Resilient)

การนำ AI ไปใช้ให้ได้ผลจริงต้องอาศัยรากฐานข้อมูลที่แข็งแกร่ง ความปลอดภัยในระดับองค์กร และแพลตฟอร์มที่รองรับการการวิเคราะห์แบบเรียลไทม์

ก้าวสู่ยุค AI Realization

ส่วนของฟูจิตสึ นำเสนอแพลตฟอร์ม Fujitsu Data Intelligence Platform as a Service (DI PaaS) ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลจากหลากหลายแหล่งให้เป็นหนึ่งเดียวและประมวลผลเชิงลึกด้วย AI เพื่อช่วยให้ผู้บริหารในองค์กรสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและแม่นยำยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสถานการณ์วิกฤตที่ต้องอาศัยการตัดสินใจอย่างรวดเร็วภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลา

แพลตฟอร์มดังกล่าวถูกออกแบบให้รองรับการใช้งาน AI ในระดับองค์กร โดยมีจุดเด่นที่ต่างจากเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วไป คือ ความสามารถในการผสานข้อมูลจากหลายระบบเข้าด้วยกันอย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนระบบหลักขององค์กร พร้อมนำการวิเคราะห์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI มาช่วยสร้างมุมมองเชิงลึกที่พร้อมสำหรับการตัดสินใจ

เราพร้อมสนับสนุนองค์กรไทยให้สามารถนำนวัตกรรมมาขับเคลื่อนธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันตามยุทธศาสตร์ดิจิทัลแห่งชาติของประเทศไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน