แซม อัลท์แมน (Sam Altman) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OpenAI ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว The Indian Express ระหว่างเข้าร่วมการประชุมด้านปัญญาประดิษฐ์ในอินเดีย โดยกล่าวถึงกระแสวิจารณ์ที่ตั้งคำถามว่า ChatGPT ใช้พลังงานมากเกินไป
อัทล์แมนกล่าวว่า เวลามีคนพูดถึงการใช้พลังงานของเอไอมักจะยกตัวเลขพลังงานที่ใช้ใน “การฝึกโมเดล” มาเปรียบเทียบกับการที่มนุษย์ตอบคำถามหนึ่งครั้ง ซึ่งเขามองว่าเป็นการเปรียบเทียบที่ไม่ตรงกัน เพราะไม่ได้คิดรวมถึงพลังงานที่ใช้ในการพัฒนามนุษย์คนหนึ่งให้สามารถคิด วิเคราะห์ และตั้งคำถามได้ด้วยตนเอง
“การฝึกมนุษย์คนหนึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 20 ปี ตั้งแต่เกิด เติบโต เรียนหนังสือ และได้รับการฝึกฝนทักษะต่างๆ ระหว่างนั้นก็ต้องบริโภคอาหาร ใช้ทรัพยากร และใช้พลังงานจำนวนมากกว่าจะกลายเป็นคนที่ฉลาดพอจะตั้งคำถามหรือคิดวิเคราะห์ได้” อัลท์แมนอธิบายเปรียบเทียบบนเวทีจนมีเสียงหัวเราะจากผู้ฟัง
อัลท์แมนยังพูดต่อว่า หากมองในภาพใหญ่กว่านั้น จุดเริ่มต้นของความรู้มนุษย์ไม่ได้เริ่มเมื่อ 20 ปีก่อน แต่ย้อนกลับไปหลายพันปี มนุษยชาติผ่านกระบวนการวิวัฒนาการยาวนาน มีประชากรราว 100,000 ล้านคนตลอดประวัติศาสตร์ที่เรียนรู้วิธีเอาตัวรอดจากภัยธรรมชาติ นักล่า และค่อยๆ สั่งสมความรู้ทางวิทยาศาสตร์จนถึงปัจจุบัน เขายกตัวอย่างนี้เพื่อชี้ว่า การพัฒนาความสามารถของมนุษย์เองก็มีต้นทุนพลังงานเช่นกัน
อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกถามคือ เรื่องการใช้น้ำในศูนย์ข้อมูลของ OpenAI ซึ่งมีข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตบางส่วนอ้างว่า การใช้ ChatGPT หนึ่งครั้งอาจใช้น้ำมากถึง 17 แกลลอน อัลท์แมนตอบว่า ข้อมูลดังกล่าว “ไม่เป็นความจริง”
โดยอธิบายว่า ในอดีตศูนย์ข้อมูลบางแห่งเคยใช้ระบบหล่อเย็นแบบระเหยน้ำ ซึ่งต้องใช้น้ำจริง แต่ปัจจุบันไม่ได้ใช้วิธีนั้นแล้ว เขาระบุว่า ตัวเลขที่ถูกแชร์ต่อๆ กันในโลกออนไลน์ไม่สอดคล้องกับระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
ก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายน 2568 อัลท์แมนเคยเขียนข้อความบนแพลตฟอร์ม X เพื่ออธิบายตัวเลขการใช้พลังงานของ ChatGPT โดยระบุว่า คำสั่งหนึ่งครั้งโดยเฉลี่ยใช้พลังงานประมาณ 0.34 วัตต์ - ชั่วโมง
ตัวเลขนี้เขาอธิบายเปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายว่า ใกล้เคียงกับพลังงานที่เตาอบใช้เพียงเล็กน้อยมากกว่าหนึ่งวินาที หรือเท่ากับหลอดไฟประสิทธิภาพสูงที่เปิดใช้งานไม่กี่นาที
แม้อัลท์แมนจะโต้แย้งเรื่องการเปรียบเทียบที่เขามองว่าไม่เป็นธรรม แต่เขาก็กล่าวว่า การตั้งคำถามถึงการใช้พลังงานโดยรวมของอุตสาหกรรมเอไอเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะการใช้งานเอไอเติบโตเร็วมาก ยิ่งมีผู้ใช้มาก ความต้องการพลังงานก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เขาระบุว่า นี่เป็นเหตุผลที่ผู้บริหารบริษัทเอไอหลายราย รวมถึงตัวเขาเอง สนับสนุนการพัฒนาแหล่งพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพลังงานนิวเคลียร์
ในประเด็นแนวคิดการสร้างศูนย์ข้อมูลในอวกาศ ซึ่งมีบางบริษัทเสนอว่าอาจช่วยลดภาระการใช้พลังงานบนโลก อัลท์แมนแสดงความเห็นว่า แนวคิดดังกล่าวไม่น่าจะเกิดขึ้นได้จริงภายใน 10 ปีข้างหน้า เขามีท่าทีแตกต่างจากผู้บริหารบางราย เช่น อีลอน มัสก์ (Elon Musk) แห่งบริษัท xAI ที่เคยแสดงความสนใจแนวคิดลักษณะนี้
นอกจากบทบาทใน OpenAI แล้ว อัลท์แมนยังลงทุนในธุรกิจพลังงานนิวเคลียร์ เขาเคยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการของ Oklo ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ตอัปด้านเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก และยังเป็นผู้สนับสนุนหลักของ Helion บริษัทที่มีแผนสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟิวชันเชิงพาณิชย์ในรัฐวอชิงตัน
ขณะเดียวกัน ประเด็นการใช้พลังงานของศูนย์ข้อมูลในสหรัฐ กำลังเป็นเรื่องที่ถูกจับตา เดือนมกราคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า รัฐบาลกำลังหารือกับบริษัทเทคโนโลยี เพื่อทำให้ประชาชนมั่นใจว่าจะไม่ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพงขึ้นจากการมีศูนย์ข้อมูลตั้งอยู่ใกล้พื้นที่อยู่อาศัย
ด้านบริษัทที่ปรึกษา McKinsey & Company เคยประเมินว่า ภายในปี 2593 ศูนย์ข้อมูลอาจใช้ไฟฟ้าสูงถึง 14% ของความต้องการไฟฟ้าทั้งหมดในสหรัฐ สะท้อนให้เห็นว่า การขยายตัวของเทคโนโลยีดิจิทัลและเอไอมีผลต่อระบบพลังงานในระดับประเทศ
อ้างอิง: Business Insider





