"ไมโครซอฟท์" เปิดตัวคู่มือ AEO และ GEO กลยุทธ์การตลาดยุค AI จาก Traffic สู่ Influence แนวทางสำคัญสำหรับแบรนด์ในการปรับตัวสู่ยุคของ AI-powered discovery
ท่ามกลางภูมิทัศน์การตลาดดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บทบาทของเสิร์ชเอนจินแบบเดิมกำลังถูกท้าทายด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่เข้ามาเป็น “ตัวกลาง” ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค
จากเดิมแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงอันดับบนหน้าผลการค้นหา วันนี้ขยับไปสู่การทำให้ AI เข้าใจ ตีความ และแนะนำแบรนด์ได้อย่างถูกต้องและน่าเชื่อถือ
ล่าสุด “ไมโครซอฟท์” เปิดตัวคู่มือกลยุทธ์การตลาดสำหรับธุรกิจยุคใหม่ “From Discovery to Influence: A Guide to AEO and GEO” ชูแนวทางสำคัญสำหรับแบรนด์ในการปรับตัวสู่ยุคของ AI-powered discovery
โดยระบุว่า SEO แบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป เมื่อผู้บริโภคหันมาใช้ AI Assistants, AI Browsers และ AI Agents ค้นหาและตัดสินใจซื้อสินค้า ตอกย้ำว่าความสำเร็จในยุค AI ไม่ได้วัดจากจำนวน Traffic อีกต่อไป แต่อยู่ที่ความสามารถในการสร้าง “Influence” ผ่านข้อมูลสินค้าที่สมบูรณ์ ทันสมัย และน่าเชื่อถือ
จาก Traffic สู่ Influence
ในอดีต SEO เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ แต่ AEO (Answer Engine Optimization) หรือการปรับแต่งเนื้อหาให้ AI agents และ assistants สามารถค้นหา เข้าใจ และนำเสนอคำตอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ GEO หรือการปรับแต่งเนื้อหาสำหรับ generative AI search environments
เพื่อให้สามารถค้นพบได้ ไว้วางใจได้ และมีความน่าเชื่อถือ (Generative Engine Optimization) จะเป็นกุญแจสำคัญในยุค AI กล่าวคือ AEO สร้างความชัดเจนผ่านข้อมูลที่แม่นยำและทันสมัยที่ AI สามารถตีความได้
ขณะที่ GEO สร้างความน่าเชื่อถือผ่านเนื้อหาที่ทำให้แบรนด์ดูมีความเชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือ โดย AI assistants, browsers และ agents จะไม่เพียงช่วยจัดทำดัชนีเว็บไซต์ แต่ยังวิเคราะห์และตีความข้อมูลทั้งภายในและภายนอกเว็บไซต์ เพื่อแนะนำแบรนด์ที่มีความน่าสนใจเมื่อพิจารณาจากความสมบูรณ์ ความทันสมัย และบริบทของข้อมูลสินค้า ดังนั้นทุกรายละเอียด ทุกจุดเด่น และทุกสัญญาณด้านราคาจึงมีความสำคัญทั้งหมด
AI Browsers – AI Assistants – AI Agents สร้างระบบนิเวศใหม่
ไมโครซอฟท์ระบุว่า อีโคซิสเต็มของการชอปปิงบน AI มี 3 องค์ประกอบหลักที่เชื่อมโยงและทำงานร่วมกัน ได้แก่
- AI Browsers
- AI Assistants
- AI Agents
ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูล : รูปแบบของข้อมูลที่จะช่วยยกระดับธุรกิจในยุค AI ประกอบด้วย
- Crawled Data ข้อมูลที่ AI เรียนรู้จากการฝึกอบรมและดึงจากหน้าเว็บที่ถูกจัดทำดัชนี ซึ่งสร้างการรับรู้พื้นฐานเกี่ยวกับแบรนด์และให้บริบทสำหรับคำตอบของ AI
- Product Feeds และ APIs ข้อมูลที่มีโครงสร้างชัดเจนที่ผู้ค้าปลีกส่งไปยัง AI platforms โดยตรง ให้ความแม่นยำ รายละเอียด และความสม่ำเสมอ
- Live Website Dataข้อมูล real-time ที่ AI agents เห็นเมื่อเข้าชมเว็บไซต์จริง ตั้งแต่สื่อมัลติมีเดีย รีวิวผู้ใช้ ราคาที่เปลี่ยนแปลงได้ ไปจนถึงความสามารถในการทำธุรกรรม
ส่วน 3 กลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มการค้นพบบน AI คือ
- Data Structure: ทำให้แคตตาล็อกอ่านได้ด้วย AI
- Content Enrichment: ออกแบบตามบริบทและความต้องการของผู้ใช้จริง
- Trust Signals: สร้างความน่าเชื่อถือ
ไมโครซอฟท์พบว่า ร้านค้าหรือธุรกิจส่วนใหญ่มีข้อมูลที่ AI ต้องการอยู่แล้ว เพียงแต่ข้อมูลเหล่านั้นยังไม่ถูกจัดโครงสร้างให้ชัดเจน ซึ่งสินค้าที่มีข้อมูลครบถ้วนจะได้อันดับที่สูงกว่า
อีกทั้ง AI ไม่เพียงแค่อ่านข้อมูลแต่ยังลงมือดำเนินการจริงบนเว็บไซต์ด้วย หากการไลฟ์ขายสินค้าเกิดปัญหาย่อมส่งผลกระทบต่อยอดขายอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม Agentic Commerce ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ซึ่งหมายความว่าผู้ที่เริ่มเคลื่อนไหวตอนนี้จะไม่เพียงถูกค้นพบแต่จะกลายเป็นมาตรฐานที่คนอื่นต้องตามให้ทัน
ดังนั้น สิ่งที่ควรจะต้องเร่งทำคือการการตรวจสอบและปรับแคตตาล็อกเพื่อให้ AI อ่านได้ ลดช่องว่างของบริบท และสร้างระบบที่ทำให้ข้อมูลทันสมัยอยู่เสมอในทุกช่องทาง
คู่มือดังกล่าวจัดทำโดย Jennifer Myers, Principal Product Manager, Microsoft Shopping and Copilot และ Paul Longo, General Manager, AI in Ads, Microsoft Advertising





