วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ดีอีทบทวน "เน็ตประชารัฐ-ศูนย์ดิจิทัลชุมชน" ชี้ 3 ทางเลือก ยุบ-ย้าย-โอน เคาะข้อสรุปใน 60 วัน

ดีอีทบทวน "เน็ตประชารัฐ-ศูนย์ดิจิทัลชุมชน" ชี้ 3 ทางเลือก ยุบ-ย้าย-โอน เคาะข้อสรุปใน 60 วัน

กระทรวงดีอีเร่งสำรวจโครงการเน็ตประชารัฐกว่า 24,700 จุด และศูนย์ดิจิทัลชุมชน 1,722 แห่งทั่วประเทศ หลังไร้การประเมินกว่า 8 ปี ลุ้นสรุปผลใน 60 วัน เสนอครม.รัฐบาลใหม่พิจารณา 3 แนวทาง ปรับโครงสร้างยุบจุดไม่คุ้มค่า ย้ายพื้นที่ตามดีมานด์ หรือโอนให้อปท.รับผิดชอบ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เดินหน้าทบทวนครั้งใหญ่โครงการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลระดับชุมชน ทั้ง “เน็ตประชารัฐ” และ “ศูนย์ดิจิทัลชุมชน” รวมกว่า 2 หมื่นแห่งทั่วประเทศ หลังพบว่าไม่มีการสำรวจประเมินผลอย่างเป็นระบบมากว่า 8 ปี ท่ามกลางบริบทการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชาชนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงอยู่ระหว่างสั่งการให้สำรวจจุดให้บริการไวไฟในโครงการเน็ตประชารัฐกว่า 24,700 จุดทั่วประเทศ และศูนย์ดิจิทัลชุมชนอีกประมาณ 1,722 แห่ง เพื่อประเมินความต้องการใช้งานจริงของประชาชน และความคุ้มค่าของงบประมาณที่ลงทุนไปในช่วงที่ผ่านมา

ทั้งนี้ โครงการทั้งสองถือเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัลในช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 8 ปี สภาพแวดล้อมด้านการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนจำนวนมากสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือส่วนบุคคล ประกอบกับการขยายโครงข่ายบรอดแบนด์ของภาคเอกชนที่ครอบคลุมมากขึ้น ส่งผลให้บางพื้นที่มีอัตราการใช้งานลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ด้านนายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ระบุว่า การสำรวจครั้งนี้จะดำเนินการโดยจังหวัดต่างๆ ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ กำหนดกรอบระยะเวลาแล้วเสร็จภายใน 60 วัน ก่อนสรุปผลเสนอผู้บริหารและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย

ผลการประเมินจะนำไปสู่ 3 แนวทางหลัก ได้แก่

1. ยุบเลิก จุดที่ไม่มีผู้ใช้งาน หรือประเมินแล้วไม่คุ้มค่ากับงบประมาณ

2. ย้ายจุดติดตั้ง ไปยังพื้นที่อื่นที่มีความต้องการใช้งานจริง

3. โอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รับผิดชอบดูแลและบริหารจัดการต่อ

เขาย้ำว่า การสำรวจครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อประเมินความคุ้มค่าเชิงนโยบายและงบประมาณ สอดคล้องกับทิศทางรัฐบาลที่ต้องการชะลอโครงการใหม่ไว้ก่อน จนกว่าจะมั่นใจว่ามีความต้องการจากประชาชนอย่างแท้จริง

เมื่อได้ข้อสรุปชัดเจนว่าควรคงไว้หรือยุบเลิกจำนวนเท่าใด จะต้องรายงานเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา เพราะโครงการเหล่านี้จัดตั้งขึ้นตามมติ ครม. หากจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิก ก็ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ครม. เช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในการพิจารณา

ขณะเดียวกัน แผนการจัดตั้งศูนย์ดิจิทัลชุมชนเพิ่มเติมอีก 500 แห่ง ภายใต้งบประมาณที่ได้รับอนุมัติเดิม ยังเดินหน้าตามกรอบ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงาน กสทช.

ที่ผ่านมา การจัดตั้งศูนย์ฯ มีเงื่อนไขให้ตั้งในสถานศึกษาเป็นหลัก แต่พบข้อจำกัดด้านการเข้าถึงของประชาชน เนื่องจากสถานศึกษามีมาตรการรักษาความปลอดภัยของนักเรียน เปิดให้บริการเฉพาะเวลาราชการ และมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ ทำให้ชาวบ้านใช้งานได้ไม่เต็มที่