ท่ามกลางบริบทดังกล่าว AIS ประกาศเดินหน้าพัฒนาโครงข่ายอย่างเป็นระบบ ทั้งการเสริมศักยภาพคลื่นความถี่ การยกระดับสู่ Autonomous Network และการนำ AI มาเป็นแกนกลางบริหารจัดการเครือข่าย ปี 2569 วางกรอบงบลงทุน 30,000–35,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ควบคู่การผนึกพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก สร้าง AI Ecosystem ครั้งใหญ่ของประเทศ เป้าหมายชัดคือยกระดับบทบาทเครือข่ายสู่ National Digital Infrastructure รองรับการใช้งานของคนไทยเต็มศักยภาพ
นายกิตติ งามเจตนรมย์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี AIS ระบุว่า National Digital Infrastructure ต้องตั้งอยู่บนสองแกนหลัก คือ Coverage ที่ครอบคลุม และคุณภาพบริการที่เชื่อถือได้ ปัจจุบัน AIS ให้บริการมือถือครอบคลุมมากกว่า 95% ของพื้นที่ประชากร โครงข่ายบรอดแบนด์เข้าถึงกว่า 20 ล้านครัวเรือน พร้อมขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั้ง Data Center และ Cloud ภายในประเทศ
พร้อมกันนั้น ยังเร่งพัฒนาเครือข่ายสู่ Autonomous Network ร่วมกับพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อยกระดับ Trusted Connectivity ให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าทุกการเชื่อมต่อมีเสถียรภาพและปลอดภัย
คลื่นมากสุด ต่อยอดคุณภาพสู่เวทีโลก
“คลื่นความถี่” คือทรัพยากรตั้งต้นที่กำหนดศักยภาพเครือข่าย ทั้งด้านแบนด์วิธ ความครอบคลุม และการรองรับผู้ใช้งานพร้อมกัน ยิ่งมีคลื่นหลากหลายและบริหารจัดสรรมีประสิทธิภาพ ยิ่งรองรับไลฟ์สไตล์ดิจิทัลที่หนาแน่นได้ตั้งแต่เมืองใหญ่ถึงหัวเมืองท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ทรัพยากรจะมีความหมายก็ต่อเมื่อแปลงเป็นประสบการณ์จริง AIS จึงใช้เวทีทดสอบอิสระยืนยันคุณภาพ ทั้งรางวัลจาก Ookla ผู้พัฒนา Speedtest ที่สะท้อนผลทดสอบหลายล้านครั้งทั่วประเทศ และรางวัลจาก TM Forum ที่ตอกย้ำทิศทางพัฒนาโครงข่ายอัจฉริยะ ทำให้คำว่า “คุณภาพเครือข่าย” ไม่ได้เป็นเพียงข้อความทางการตลาด แต่มีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ
Autonomous Network เมื่อ AI คือสมองของโครงข่าย
ยุคที่ดาต้าเติบโตแบบก้าวกระโดด พฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยนเร็ว และทราฟฟิกสลับจุดหนาแน่นตลอดเวลา เครือข่ายแบบเดิมอาจไม่ทันต่อสถานการณ์ แนวคิด Autonomous Network จึงเข้ามายกระดับโครงข่ายให้ “บริหารจัดการตัวเอง” ได้มากขึ้น
AI ถูกนำมาวิเคราะห์ข้อมูลเครือข่ายมหาศาลแบบเรียลไทม์ เพื่อประเมินสถานการณ์ คาดการณ์ผลกระทบ และปรับทรัพยากรอัตโนมัติ ทั้งการบริหารทราฟฟิก การจัดสรรแบนด์วิธ และการดูแลคุณภาพสัญญาณตามพื้นที่และช่วงเวลา ผลลัพธ์คือความต่อเนื่องของการใช้งานที่ดีขึ้น รองรับช่วงพีคได้มีประสิทธิภาพ และลดการรอแก้ปัญหาแบบตั้งรับ
นวัตกรรม 5G ตอบโจทย์พฤติกรรมจริง
พฤติกรรมผู้ใช้ไทยมีความหลากหลาย บางพื้นที่หนาแน่นจากอุปกรณ์ 5G บางจุดโดดเด่นด้านอัปโหลดจากการไลฟ์และค้าขายออนไลน์ ขณะที่เทศกาลหรืออีเวนต์ใหญ่ทำให้ทราฟฟิกพุ่งพร้อมกัน
AIS จึงวางเทคโนโลยีให้สอดคล้องบริบทจริง ทั้ง 5G Uplink 2CC เพิ่มประสิทธิภาพอัปโหลดผ่านการรวมคลื่น, Massive MIMO และ 5G Downlink 3CC รองรับผู้ใช้งานจำนวนมากในเขตธุรกิจ รวมถึง VoNR บน 5G SA ที่ยกระดับคุณภาพเสียงคมชัด พร้อมใช้งานดาต้าควบคู่กันได้อย่างราบรื่น โครงสร้างเหล่านี้ไม่เพียงตอบโจทย์วันนี้ แต่ยังเป็นฐานต่อยอดบริการดิจิทัลในอนาคต
Coverage ที่แปลว่า “ความต่อเนื่อง”
ในมุมมองปี 2026 Coverage ไม่ใช่แค่มีสัญญาณ แต่คือความต่อเนื่องของประสบการณ์ ตั้งแต่ย่านเศรษฐกิจ เส้นทางคมนาคม สถานีขนส่ง แหล่งท่องเที่ยว ไปจนถึงพื้นที่จัดงานและเทศกาล
การขยาย 5G ครอบคลุมประชากรมากกว่า 95% ทำให้คนไทยทุกภูมิภาคเข้าถึงโอกาสดิจิทัลใกล้เคียงกัน รองรับทั้งทำงาน เรียน เดินทาง ค้าขายออนไลน์ และบริโภคคอนเทนต์ได้ต่อเนื่องในพื้นที่ใช้ชีวิตจริง
โครงข่ายในวันที่ประเทศเผชิญวิกฤต
บทบาท National Digital Infrastructure ไม่ได้จำกัดอยู่แค่วันปกติ แต่ต้องพร้อมในภาวะฉุกเฉิน ทั้งแผ่นดินไหว น้ำท่วม หรือเหตุไม่คาดคิดที่ต้องใช้การสื่อสารเข้มข้น
AIS สื่อสารแนวทางเตรียมความพร้อมผ่านการตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ มอนิเตอร์เครือข่าย 24 ชั่วโมง จัดกำลังสำรอง และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การติดต่อสื่อสารและการช่วยเหลือเดินหน้าต่อได้ สะท้อนบทบาทโครงข่ายที่ “อยู่กับคนไทย” ในช่วงเวลาสำคัญที่สุด
ความปลอดภัยคือมาตรฐานเดียวกับประสบการณ์
เมื่อชีวิตประจำวันผูกกับดิจิทัล ความปลอดภัยไซเบอร์จึงเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เครือข่าย ผู้ใช้ต้องการความอุ่นใจตั้งแต่ต้นทาง ลดความเสี่ยงสแปม ลิงก์อันตราย และภัยสแกม
AIS ขับเคลื่อนแนวทางเครือข่ายปลอดภัย ผ่านระบบเฝ้าระวัง คัดกรองความเสี่ยง และความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปกป้องผู้บริโภคในภาพรวม สอดรับความคาดหวังยุคใหม่ที่ต้องการทั้งคุณภาพและความปลอดภัยในมาตรฐานเดียวกัน
การลงทุนระดับ 3.5 หมื่นล้านบาท จึงไม่ใช่เพียงการขยายโครงข่ายให้กว้างขึ้น แต่คือการยกระดับ “มาตรฐานประสบการณ์” ในระดับประเทศ พร้อมปักหมุด AI Ecosystem เป็นเกมใหม่ของความได้เปรียบ เมื่อเครือข่ายต้องทำหน้าที่มากกว่าการเชื่อมต่อ หากแต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล สนับสนุนสังคม และสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้คนไทยอย่างต่อเนื่อง





