วันพฤหัสบดี ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

'แกร็บ' เปิด '5 เทรนด์อาหาร' สุดปังที่ได้ไปต่อในปี 2026

'แกร็บ' เปิด '5 เทรนด์อาหาร' สุดปังที่ได้ไปต่อในปี 2026

แกร็บฟู้ด เปิด 5 เทรนด์อาหารสุดปังที่ได้ไปต่อในปี  2026 “มัทฉะ-พิสตาชิโอ-เผือก” และ “คราฟท์เบเกอรี” ครองเมือง “เครื่องดื่มคัสตอมไมซ์” เมนูไวรัลจาก “จีน-เกาหลี-ญี่ปุ่น” และ “ฮาลาลอีโคโนมี” มาแรง

แกร็บฟู้ด เผย 5 เทรนด์อาหารมาแรงข้ามปีที่ยังคงได้ไปต่อในปี 2026

รายงาน “เจาะลึกธุรกิจและเทรนด์ร้านอาหารปี 2026” (A Comprehensive Guide for 2026 Restaurateurs) ระบุว่า 3 รสชาติที่เรียบง่ายแต่หรูหราอย่าง “มัทฉะ พิสตาชิโอ และเผือก” กลายเป็นส่วนประกอบหลักของหลายเมนูยอดฮิต ทั้งคาวหวานและเครื่องดื่ม

ตีคู่มากับกระแส “คราฟท์เบเกอรี” ที่กำลังไต่ความนิยมเพิ่มขึ้นจากลุ่มนิชสู่ตลาดแมส ผ่านเมนูมาแรงอย่าง “ซาวโดวจ์” (Sourdough) และ คราฟต์แซนด์วิช

ฟากเครื่องดื่มแก้วโปรดของคนยุคนี้ต้องคัสตอมไมซ์ได้ สามารถปรับแต่งรสชาติและส่วนผสมให้ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ และที่สำคัญต้องถ่ายรูปสวย

ขณะที่เมนูไวรัลสุดฮิตจากประเทศเอเชียกลางอย่างจีน เกาหลี และญี่ปุ่น ยังคงโดนใจคนไทยสายกิน รวมไปถึงโอกาสใหม่จากนักท่องเที่ยวมุสลิม โดยเฉพาะประเทศตะวันออกกลาง ที่ผลักดันให้อาหารฮาลาลและเมนูรสเข้มข้นกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่น่าจับตามองและส่งเสริม “ฮาลาลอีโคโนมี” ในประเทศไทย

'แกร็บ' เปิด '5 เทรนด์อาหาร' สุดปังที่ได้ไปต่อในปี 2026

'มัทฉะ พิสตาชิโอ เผือก' 3 รสชาติครองเมือง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปี 2025 ถือเป็นปีทองของ “มัทฉะ'” ที่ได้รับความนิยมทั่วบ้านทั่วเมืองและยังคงเป็นกระแสต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้  

ขณะที่อีกสองรสชาติที่มาแรงไม่แพ้กันคือ  “พิสตาชิโอ” กลายเป็นวัตถุดิบดาวรุ่งที่อยู่ในเมนูของหวานและเบอเกอรีสุดฮิต อาทิ “พิสตาชิโอทีรามิสุ” จากร้าน PISTA& หรือ “ทาร์ตไข่พิสตาชิโอ” จากร้าน Hashtag B การันตีความนิยมด้วยยอดการค้นหาเมนูพิสตาชิโอบน GrabFood ที่พุ่งสูงขึ้นเกือบ 2 เท่าตัวในปีที่ผ่านมา

อีกรสชาติที่น่าจับตามองคือ “เผือก” ซึ่งมาแรงมากในหมวดเครื่องดื่ม โดยในปีที่ผ่านมาเมนู “ชานมเผือก” กลายเป็นไฮไลท์ไอเท่มที่หลายร้านเพิ่มขึ้นมา ทั้งยังมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวบน GrabFood โดยทั้งสามรสชาติสะท้อนรสนิยมของผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มฟู้ดดี้ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ “เรียบง่ายแต่หรูหรา” (Calming Luxury) และยังคงได้ไปต่อในปีนี้ 

'แกร็บ' เปิด '5 เทรนด์อาหาร' สุดปังที่ได้ไปต่อในปี 2026

'ซาวโดวจ์-แซนด์วิช' เมนูคราฟท์เบเกอรีมาแรง 

ยุคนี้เมนูเบเกอรีทั่วไปอาจไม่พอ เมื่อผู้บริโภคมีความต้องการที่ “พิถีพิถัน”' มากขึ้น โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับคุณภาพของแป้งและเนื้อสัมผัสของขนมปัง

จนทำให้ “คราฟท์เบเกอรี” (Craft Bakery) กลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่เฉพาะกลุ่มนิช (Niche) หรือสายสุขภาพ สะท้อนผ่านกระแสความนิยมของ “ซาวโดวจ์” (Sourdough) หรือขนมปังหมักยีสต์ธรรมชาติที่โดดเด่นด้วยเปลือกกรอบ เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม และมีรสเปรี้ยวปลายลิ้นอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูยอดฮิตอย่าง “ซาวโดวจ์ แซนวิช”  (Sourdough Sandwich) จากร้าน Holey Artisan Bakery และ BARTELS 

ขณะเดียวกัน เทรนด์การจับคู่เลเยอร์รสชาติซับซ้อนที่เรียกว่า “Flavor Profile Pairing” ก็กำลังมาแรง อย่างการผสานเทคนิคตะวันตกเข้ากับรสจัดจ้านแบบไทยของเมนู “เบเกิลข้าวซอย” ที่เกิดจากการคอลแลปส์ระหว่างร้านเบเกิลสัญชาติสิงคโปร์อย่าง Two Men Bagel และร้านอองตอง ข้าวซอยจากเชียงใหม่ ก็มอบประสบการณ์แปลกใหม่ได้อย่างลงตัว

'แกร็บ' เปิด '5 เทรนด์อาหาร' สุดปังที่ได้ไปต่อในปี 2026

'เครื่องดื่มคัสตอมไมซ์' ปรับแต่งได้ ถ่ายรูปสวย

ปัจจุบันเครื่องดื่มหนึ่งแก้วเป็นมากกว่าแค่ตัวช่วยดับกระหาย แต่ยังต้องช่วยสะท้อนไลฟ์สไตล์และเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีตัวเลือกที่เพิ่มขึ้น  เราจึงเริ่มเห็นเทรนด์ของ “เครื่องดื่มคัสตอมไมซ์” (Customized Drinks) ได้รับความนิยมมากขึ้น

อย่างร้าน Boost Juice Bar หรือ PASH Juices and Smoothies ที่ไม่ได้ขายแค่เมนูมาตรฐาน แต่ลูกค้าสามารถเพิ่ม Functional Add-on ได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น โปรตีนพืช คอลลาเจน หรือพรีไบโอติกส์ ที่ช่วยเปลี่ยนเครื่องดื่มแก้วโปรดให้กลายเป็นตัวช่วยด้านสุขภาพที่ทุกคนออกแบบเองได้

นอกจากนี้ “รูปลักษณ์” ยังกลายเป็นปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้รสชาติ เพราะในยุคโซเชียลมีเดีย เครื่องดื่มในมือทำหน้าที่เสมือน “เครื่องประดับ” ที่ช่วยคอมพลีทลุคสะท้อนรสนิยมของผู้บริโภค

อย่างเมนู “ทอฟฟี่คอฟฟี่ลาเต้”  (Toffee Coffee Latte) จากร้าน 1:2 Coffee หรือสมูทตี้เลเยอร์สีสวยหลากหลายเมนูจากร้าน Oh! Juice และ PLANTIFUL ที่ฮิตติดลมบนไปทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าเครื่องดื่มยุคใหม่อร่อยอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้อง “ถ่ายรูปสวย” เพื่อช่วยสร้างคอนเทนต์และสะท้อนตัวตนของผู้ดื่มไปพร้อมกัน

'แกร็บ' เปิด '5 เทรนด์อาหาร' สุดปังที่ได้ไปต่อในปี 2026

ไวรัลเมนูจาก 'จีน เกาหลี ญี่ปุ่น' ที่ Gen Z ต้องเช็กอิน

วัฒนธรรมจากประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่น ยังคงแผ่ขยายอิทธิพลมายังประเทศไทยผ่านซอฟต์พาวเวอร์ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ศิลปิน ภาพยนตร์หรือดนตรี รวมไปถึง “เมนูอาหาร” ทั้งคาวและหวานที่ตบเท้าเดินหน้าเข้ามาสร้างกระแสไวรัลให้กับผู้บริโภคชาวไทยแบบไม่มีพัก 

เห็นได้จากความนิยมของเมนูอย่าง “โอซาก้า ครีมพัฟ” (Osaka Cream Puff) จากญี่ปุ่น ของร้าน The Pastry&Co ที่นำเสนอแป้งพัฟอบกรอบสไตล์ญี่ปุ่น มาพร้อมไส้ครีมคัสตาร์ดทะลักเนื้อเนียนละมุน

หรือเมนูสุดไวรัลภาคต่อของช็อกโกแลตดูไบอย่าง “ดูไบชิววี่คุกกี้” (Dubai Chewy Cookie) จากร้าน Holiday Pastry คุกกี้เนื้อหนึบสอดไส้เส้นคูนาฟ่าและพิตาชิโอเข้มข้นที่ส่งตรงเทรนด์มาจากเกาหลี ฟากจีนคงหนีไม่พ้น “เค้กไก่หยอง”  (Flossy Chicken Chiffon Cake) เมนูคิวยาวจากเซี่ยงไฮ้ที่ผสมผสานความนุ่มฟูของเค้กเข้ากับความเค็มมันของไก่ หยอง จนหลายแบรนด์ไม่พลาดตกขบวน พากันสร้างสรรค์และนำเสนอเพื่อเอาใจคนไทย

โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่ชอบตามเทรนด์และพร้อมลิ้มลองความแปลกใหม่  ส่งผลให้คาเฟ่และร้านอาหารในยุคปัจจุบันต้องเร่งพัฒนาเมนูให้ทันกระแสเพื่อตอบรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มองหาทั้งความอร่อยและภาพลักษณ์ที่ทันสมัยในเวลาเดียวกัน

'แกร็บ' เปิด '5 เทรนด์อาหาร' สุดปังที่ได้ไปต่อในปี 2026

'ฮาลาลอีโคโนมี' ขุมทรัพย์ใหม่ที่น่าจับตา

การเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากประเทศมุสลิม โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง ที่เดินทางเข้ามายังประเทศไทยทำให้ตลาดอาหารฮาลาลเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง โดยมีความชื่นชอบในเมนูของหวาน อาหารรสชาติเข้มข้น และนิยมทานอาหารช่วงกลางคืน ทำให้ร้านอาหารหลายแบรนด์เห็นโอกาสและพยายามปรับแผนธุรกิจเพื่อรองรับการเติบโตของ “ฮาลาลอีโคโนมี” (Halal Economy)

โดยเฉพาะการพัฒนาบริการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาล รวมถึงการการนำเสนอเมนูให้ตอบโจทย์ความชื่นชอบของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ อย่างร้านบุรามาลี (BuraMarie) แบรนด์ร้านอาหารไทยในโรงน้ำชาของเครือ iBerry Group ที่โดดเด่นด้านวัตถุดิบและรสชาติที่จัดจ้าน

อีกหนึ่งร้านที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ ภูเก็ตทีค (Phuketique) ร้านขนมปังโทสต์เจ้าดังในภูเก็ต ซึ่งมีฐานลูกค้าต่างชาติเป็นนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางมากถึง 90% จนสามารถขยายสาขาไปยังเมืองอาบูดาบีในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้

ในยุคที่ผู้บริโภคไม่ได้มองอาหารเป็นแค่เพียง “สินค้า” แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ “สะท้อนตัวตน” ความสำเร็จของธุรกิจร้านอาหารยุคนี้จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนเมนูหรือสาขาอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับว่าแบรนด์เหล่านั้น “มีความหมายต่อชีวิตและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า” มากแค่ไหน และนี่คือโจทย์ใหม่ของผู้ประกอบการร้านอาหารที่ยังคงต้องจับตามองกันต่อไป