วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม 2569

Login
Login

ทำไม Google เลือกอินเดีย? ลงทุนศูนย์ AI พร้อมวางเคเบิลใต้น้ำเชื่อมสหรัฐ - ซีกโลกใต้

ทำไม Google เลือกอินเดีย? ลงทุนศูนย์ AI พร้อมวางเคเบิลใต้น้ำเชื่อมสหรัฐ - ซีกโลกใต้

กูเกิล (Google) ประกาศแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ในอินเดียครั้งใหญ่ โดยเตรียมวางเส้นทางเคเบิลใต้น้ำชุดใหม่เพื่อเชื่อมต่ออินเดียกับสหรัฐ เพิ่มความสามารถด้านการรับส่งข้อมูลสำหรับระบบเอไอ ควบคู่ไปกับโครงการพัฒนาทักษะดิจิทัล ทั้งการฝึกอบรมข้าราชการ 20 ล้านคน และสนับสนุนนักเรียนกว่า 11 ล้านคนทั่วประเทศ

ซุนดาร์ พิชัย (Sundar Pichai) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกูเกิล ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวระหว่างการเดินทางเข้าร่วมงาน AI Impact Summit ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเดลี ประเทศอินเดีย

พิชัยกล่าวว่า อินเดียกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของการพัฒนาเอไอ และมีศักยภาพที่จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด เขาระบุว่าเอไอเป็น “การเปลี่ยนผ่านแพลตฟอร์มครั้งใหญ่ที่สุดในช่วงชีวิตของเรา” หมายถึง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเทคโนโลยีครั้งสำคัญที่ส่งผลต่อวิธีการทำงาน การใช้ชีวิต และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ

ศูนย์กลางเอไอมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ในวิศาขปัตนัม

ก่อนหน้านี้ กูเกิลได้ประกาศลงทุนมูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อจัดตั้งศูนย์กลางเอไอที่เมืองวิศาขปัตนัม หรือ วิซาก ในรัฐอานธรประเทศ ศูนย์แห่งนี้จะมีศูนย์ประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ระดับกิกะวัตต์ ซึ่งหมายถึงระบบคอมพิวเตอร์ขนาดมหาศาลที่ใช้พลังงานในระดับเดียวกับโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ รองรับการประมวลผลข้อมูลของโมเดลเอไอขั้นสูง

ภายในโครงการเดียวกัน จะมีจุดเชื่อมต่อเคเบิลใต้น้ำนานาชาติ ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับรับส่งข้อมูลระหว่างประเทศผ่านสายเคเบิลใยแก้วนำแสงที่วางอยู่ใต้ทะเล การมีจุดเชื่อมต่อดังกล่าวในประเทศจะช่วยเพิ่มความเร็ว ความเสถียร และความสามารถในการรองรับปริมาณข้อมูลขนาดใหญ่ที่ระบบเอไอต้องใช้

พิชัยระบุว่า เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะก่อให้เกิดการจ้างงาน และเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจและประชาชนในอินเดียเข้าถึงเทคโนโลยีเอไอขั้นสูงได้มากขึ้น

โครงการ India-America Connect Initiative

นอกจากนี้ กูเกิลยังประกาศเปิดตัวโครงการ India-America Connect Initiative ซึ่งเป็นการวางเส้นทางเคเบิลใต้น้ำใหม่หลายเส้นทาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อด้านเอไอระหว่างสหรัฐ อินเดีย และประเทศต่างๆ ในซีกโลกใต้

เคเบิลใต้น้ำมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจดิจิทัล เพราะเป็นโครงสร้างหลักที่รองรับการสื่อสารอินเทอร์เน็ตระหว่างทวีป การพัฒนาเอไอในระดับสูงต้องใช้การส่งข้อมูลจำนวนมหาศาลระหว่างศูนย์ข้อมูลในหลายประเทศ โครงการนี้จึงมีเป้าหมายเพิ่มความสามารถด้านการเชื่อมต่อ เพื่อรองรับการใช้งานเอไอที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

ฝึกอบรมข้าราชการ 20 ล้านคน และนักเรียน 11 ล้านคน

นอกจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน กูเกิลยังประกาศโครงการพัฒนาทักษะเอไอในอินเดียหลายโครงการ หนึ่งในนั้นคือ Google AI Professional Certificate ซึ่งเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรด้านเอไอ สำหรับนักศึกษาและผู้เริ่มต้นทำงาน เพื่อให้มีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานด้านเทคโนโลยี

กูเกิลยังร่วมมือกับ Karma Yogi Bharat ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาศักยภาพข้าราชการของอินเดีย เพื่อฝึกอบรมข้าราชการ 20 ล้านคน ครอบคลุม 800 เขต และรองรับ 18 ภาษา เป้าหมายคือให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถนำเอไอไปใช้ในการทำงานและการให้บริการประชาชน

อีกส่วนหนึ่งคือการสนับสนุน Atal Tinkering Labs กว่า 10,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการด้านนวัตกรรมในโรงเรียน โดยจะนำ Generative AI ไปใช้กับนักเรียนกว่า 11 ล้านคน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และการทดลองพัฒนาโครงการด้านเทคโนโลยี

ความร่วมมือด้านวิจัย และงบ 30 ล้านดอลลาร์สนับสนุนวิทยาศาสตร์

ในด้านการวิจัย กูเกิลเปิดตัวโครงการ AI for Science Impact Challenge มูลค่า 30 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนนักวิจัยทั่วโลกที่ใช้เอไอในการเร่งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เช่น การพัฒนาด้านควอนตัมคอมพิวติ้ง และการสร้างแบบจำลองสภาพภูมิอากาศ

บริษัทระบุถึงความร่วมมือกับสถาบันในอินเดีย รวมถึง IIT Madras และการทำงานร่วมกับรัฐบาลอินเดียผ่านหน่วยงานวิจัยด้านเอไอของบริษัทคือ Google DeepMind เพื่อขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีเอไอระดับแนวหน้าไปยังสถาบันต่างๆ ในประเทศ

พิชัยกล่าวว่า กูเกิลลงทุนด้านเอไอมานานกว่าทศวรรษ และเอไอกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีที่ผู้คนใช้บริการค้นหาข้อมูล ตัวอย่างหนึ่งคือ Google AI Overviews ซึ่งเป็นระบบสรุปคำตอบด้วยเอไอที่แสดงด้านบนผลการค้นหา โดยบริษัทระบุว่าเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในรอบสิบปีที่ผ่านมา

เขายังกล่าวว่า โหมดเอไอในระบบค้นหาขณะนี้รองรับ 35 ภาษาใหม่ และเปิดใช้งานในกว่า 200 ประเทศและดินแดน ผู้ใช้ในอินเดียเป็นกลุ่มที่มีการใช้งานการค้นหาด้วยเสียงและภาพในอัตราสูง ขณะเดียวกัน แอปพลิเคชัน Gemini ของกูเกิลกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก และอินเดียเป็นหนึ่งในตลาดที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก โดยปัจจุบันรองรับ 10 ภาษาในประเทศ

หารือนายกรัฐมนตรีอินเดีย

ก่อนการแถลงข่าวในวันเดียวกัน พิชัยได้เข้าพบ นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย โดยเขาระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าได้หารือถึงบทบาทของกูเกิลในการสนับสนุนการนำเอไอไปใช้ในระดับต่างๆ ของอินเดีย ทั้งด้านสาธารณสุข การขยายการเข้าถึงข้อมูลในหลายภาษา การสนับสนุนสตาร์ตอัป และภาคเกษตรกรรม

นายกรัฐมนตรีอินเดียได้เผยแพร่ภาพการพบปะดังกล่าว พร้อมระบุว่าได้พูดคุยถึงความคืบหน้าของอินเดียด้านเอไอ และแนวทางความร่วมมือกับนักศึกษาและผู้เชี่ยวชาญของประเทศ
พิชัยยังอ้างถึงดัชนี AI Readiness Index ปี 2568 ของรัฐบาล ซึ่งจัดให้อินเดียอยู่ในกลุ่มประเทศระดับแนวหน้าในการนำเอไอไปใช้ในภาครัฐ โดยมีโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภาครัฐเป็นปัจจัยสำคัญสนับสนุน

อีกด้านของเวทีเดียวกัน Microsoft ลงทุนเอไอในโลกใต้

รอยเตอร์สรายงานว่า ไมโครซอฟท์ (Microsoft) เปิดเผยระหว่างการประชุมด้านปัญญาประดิษฐ์ที่กรุงนิวเดลีว่า บริษัทมีแผนลงทุนรวม 50,000 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นทศวรรษนี้ เพื่อขยายการเข้าถึงและการใช้งานเทคโนโลยีเอไอในประเทศกลุ่มโลกใต้ (Global South)

ไมโครซอฟท์ระบุว่า การลงทุน 50,000 ล้านดอลลาร์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เช่น ศูนย์ข้อมูล ระบบคลาวด์ และแพลตฟอร์มเอไอ รวมถึงการพัฒนาทักษะบุคลากรในประเทศต่างๆ ที่อยู่ในกลุ่มโลกใต้ เพื่อให้สามารถเข้าถึงและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเอไอได้ในระดับที่แข่งขันได้

คำว่า Global South ใช้เรียกกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ หรือประเทศรายได้ต่ำถึงปานกลาง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในซีกโลกใต้ แนวคิดนี้มักใช้ในบริบทเศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศ เพื่ออธิบายกลุ่มประเทศที่กำลังเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี ศักยภาพทางเศรษฐกิจ เพื่อไล่ตามประเทศอุตสาหกรรมในซีกโลกเหนือ

ก่อนหน้านี้ในปีที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ได้ประกาศการลงทุนด้านเอไอในอินเดียมูลค่า 17,500 ล้านดอลลาร์ โดยการลงทุนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ขยายธุรกิจในตลาดดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

บริษัทมองว่าอินเดียมีทั้งจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตขนาดใหญ่ บุคลากรด้านเทคโนโลยีจำนวนมาก และนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล

ไมโครซอฟท์กำลังวางตำแหน่งตนเองเป็นผู้เล่นหลักในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเอไอในประเทศกำลังพัฒนา ควบคู่กับการขยายเครือข่ายคลาวด์และบริการดิจิทัลไปยังภูมิภาคต่างๆ นอกเหนือจากตลาดหลักในสหรัฐและยุโรป

OpenAI จับมือ Tata Group พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเอไอในอินเดีย

โอเพนเอไอ (OpenAI) ประกาศความร่วมมือกับ Tata Group กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของอินเดีย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ภายในประเทศ

บลูมเบิร์กรายงานว่า ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล ซึ่งมีศักยภาพจะกลายเป็นหนึ่งในศูนย์ข้อมูลด้านเอไอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของอินเดีย โครงการนี้มีเป้าหมายรองรับความต้องการใช้งานเอไอที่เพิ่มขึ้นทั้งจากภาคธุรกิจและหน่วยงานรัฐ

Tata Group มีบทบาทในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และบริการดิจิทัล ความร่วมมือครั้งนี้จึงมุ่งใช้ความเชี่ยวชาญของกลุ่มบริษัทอินเดียในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการฝึกและให้บริการโมเดลเอไอ ซึ่งต้องใช้พลังประมวลผลสูงและระบบศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่

อ้างอิง: NDTV Reuters และ Bloomberg