วันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

AI คือจุดเปลี่ยน Airbnb รายได้และยอดจองโตต่อเนื่อง ซีอีโอแนะ ปรับตัวก่อนถูกแทนที่

AI คือจุดเปลี่ยน Airbnb รายได้และยอดจองโตต่อเนื่อง ซีอีโอแนะ ปรับตัวก่อนถูกแทนที่

“เอไอไม่ใช่แค่เทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เคยเกิดขึ้นกับ Airbnb ในเชิงธุรกิจ” 

นี่คือคำกล่าวของ ไบรอัน เชสกี (Brian Chesky) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Airbnb แพลตฟอร์มให้เช่าที่พักระยะสั้นซึ่งมีมูลค่าบริษัทประมาณ 73.5 พันล้านดอลลาร์ที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า เอไอเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทเติบโตในช่วงที่ผ่านมา

เชสกีอธิบายว่า เอไอไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเสริม แต่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งขันของทั้งอุตสาหกรรม เขามองว่า บริษัทที่มีผู้ก่อตั้งเป็นผู้นำ และพร้อมจะเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง จะเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์สูงสุด เพราะเอไอบังคับให้ทุกองค์กรต้องปรับตัว หากองค์กรใดยังยึดติดกับรูปแบบเดิม ก็มีโอกาสสูงที่จะถูกคู่แข่งที่ใช้เทคโนโลยีได้คล่องกว่าแซงหน้า

คำเตือนของเขาชัดเจนว่า หากไม่ยอม “ปฏิวัติตนเอง” ก็จะถูกคนอื่นปฏิวัติแทน เขาย้ำด้วยถ้อยคำตรงไปตรงมาว่า “ถ้าคุณไม่ทำลายตัวเองก่อน คนอื่นจะทำลายคุณแทน และเราจะไม่ปล่อยให้คนอื่นมาทำลายเรา เราจะทำลายตัวเองก่อน” โดยคำว่า “ทำลาย” ในที่นี้หมายถึงการปรับโมเดลธุรกิจและกระบวนการทำงานเดิม เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่

ข้อมูลผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 ของ Airbnb ระบุว่า รายได้อยู่ที่ 2.78 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะที่มูลค่าการจองที่พักรวม อยู่ที่ 20.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 

เชสกีกล่าวระหว่างการประชุมรายงานผลประกอบการว่า การเติบโตดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากแนวทางที่บริษัทดำเนินมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการปรับปรุงผลิตภัณฑ์เพื่อลดแรงเสียดทาน (friction) ในขั้นตอนการจอง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาค่าธรรมเนียมแฝง ผ่านการแสดงราคารวมล่วงหน้าอย่างโปร่งใส

ผลลัพธ์ส่วนใหญ่เกิดจากนวัตกรรมใหม่ที่บริษัทพัฒนา และเอไอเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนั้น โดยปัจจุบัน เอไอของ Airbnb รับผิดชอบงานบริการลูกค้าในอเมริกาเหนือประมาณหนึ่งในสามของคำร้องทั้งหมด เทคโนโลยีนี้ช่วยตอบคำถาม แก้ไขปัญหา และจัดการคำขอของผู้ใช้งาน

เขายังเปิดเผยว่า ปริมาณผู้ใช้งานที่เข้ามาผ่านระบบแชตบอตมีมากกว่าทราฟฟิกจากเสิร์ชเอนจินแบบดั้งเดิม ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้จำนวนมากเริ่มคุ้นเคยกับการโต้ตอบกับระบบเอไอโดยตรง นอกจากนี้ เอไอยังถูกนำมาใช้ปรับปรุงระบบค้นหาที่พักให้แม่นยำและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น โดยวิเคราะห์พฤติกรรมการค้นหาและความชอบของลูกค้าในระดับรายละเอียด

เชสกีกล่าวว่า บริษัทต้องการอยู่แนวหน้าของกลุ่มองค์กรที่เลือกเดินหน้าใช้เอไออย่างจริงจัง แม้จะมีความท้าทายหรือความไม่แน่นอนในช่วงเริ่มต้น เขามองว่าความลังเลอาจทำให้เสียโอกาสระยะยาว เพราะเทคโนโลยีจะเดินหน้าต่อไปไม่ว่าจะมีใครพร้อมหรือไม่ก็ตาม

นอกจากนี้ บริษัทยังเปิดตัวระบบ Reserve Now, Pay Later หรือการจองก่อนจ่ายทีหลัง สำหรับผู้ใช้ในสหรัฐ ซึ่งอนุญาตให้ผู้เข้าพักจองที่พักที่เข้าเงื่อนไขได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินล่วงหน้าในทันที มาตรการดังกล่าวช่วยเร่งการจอง โดยเฉพาะที่พักขนาดใหญ่หรือราคาสูง 

ฝ่ายบริหารประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ล่าสุดช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตของจำนวนคืนที่จองประมาณ 200 จุดฐาน และเพิ่มการเติบโตของมูลค่าการจองรวมราว 300 จุดฐานในไตรมาสดังกล่าว

เชสกีอธิบายเพิ่มเติมว่า Airbnb ไม่ได้พัฒนาโมเดลพื้นฐานของตนเอง แต่เลือกใช้โมเดลที่มีอยู่แล้วในตลาด และนำข้อมูลเฉพาะของบริษัทไปปรับแต่ง เพื่อให้เหมาะกับบริการของตน

เขาย้ำว่าการลงทุนในเอไอจะไม่ส่งผลกระทบต่อกำไรขาดทุน (P&L) และบริษัทไม่ได้มีต้นทุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่แบบบริษัทที่พัฒนาโมเดลพื้นฐานเอง ในปี 2568 บริษัทสร้างกระแสเงินสดอิสระได้ 4,600 ล้านดอลลาร์ และมีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่ายที่ปรับปรุงแล้วในไตรมาส 4 อยู่ที่ 28%

แนวคิดเรื่องการปรับตัวต่อเอไอถูกพูดถึงในหลายอุตสาหกรรม เดวิด โรเจียร์ (David Rogier) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ MasterClass ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฟอร์จูนว่าว่า เอไอไม่ควรถูกมองเป็นภัยต่ออาชีพ แต่เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ 

โรเจียร์ตั้งข้อสังเกตว่า หากผู้บริหารระดับสูงไม่ใช้เอไอ ก็เท่ากับกำลังจำกัดศักยภาพการทำงานของตัวเอง เพราะเทคโนโลยีสามารถช่วยให้ทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น

ในภาคเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ เจนเซน หวง (Jensen Huang) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Nvidia กล่าวในงาน Global Conference ปี 2568 ว่า ทุกงานจะได้รับผลกระทบจากเอไออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หวงอธิบายว่า สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นวิธีทำงานทั้งหมด คนอาจไม่ได้เสียงานให้กับตัวเอไอโดยตรง แต่มีโอกาสเสียงานให้กับคนที่ใช้เอไอได้ดีกว่า คำกล่าวของเขาชี้ให้เห็นว่า ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในตลาดแรงงาน เมื่อเอไอถูกผสานเข้ากับกระบวนการทำงานในเกือบทุกสาขา ตั้งแต่งานวิเคราะห์ข้อมูล การออกแบบ การเขียนโปรแกรม ไปจนถึงงานบริหารจัดการ

ด้านอุตสาหกรรมบันเทิง เท็ด ซารานดอส (Ted Sarandos) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของ Netflix ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเดอะนิวยอร์กไทมส์ ว่า แม้เอไอจะเข้ามามีบทบาทในกระบวนการผลิตสื่อ แต่เขายังเชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์ โดยมองว่าเอไอไม่น่าจะสร้างบทภาพยนตร์ที่ดีกว่านักเขียนชั้นยอด หรือทดแทนการแสดงที่โดดเด่นได้

อย่างไรก็ตาม ในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง คนที่ใช้เอไอเป็นเครื่องมือสนับสนุนการทำงานได้ดี จะมีความได้เปรียบมากกว่า

ภาพรวมจากคำให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารหลายรายสะท้อนว่า เอไอกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างธุรกิจและแรงงาน ไม่ว่าจะในแพลตฟอร์มท่องเที่ยว การศึกษา เทคโนโลยีชิป หรือความบันเทิง การตัดสินใจว่าจะนำเทคโนโลยีมาใช้เร็วหรือช้า อาจส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในระยะยาว

อ้างอิง: The New York Times Business Chief Fortune และ CNBC