วันพุธ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

จับตากติกาใหม่คุม “โลจิสติกส์” ชงโทษปรับสูงสุด 10% ของรายได้

จับตากติกาใหม่คุม “โลจิสติกส์” ชงโทษปรับสูงสุด 10% ของรายได้

เจาะบทลงโทษทางปกครองสูงสุดไม่เกิน 10% ของรายได้ในปีนั้นๆ ของแต่ละแพลตฟอร์มในปีที่กระทำผิด และโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท สำหรับผู้ไม่ให้ความร่วมมือ คือ “สัญญาณแรง” จากภาครัฐต่อธุรกิจแพลตฟอร์มออนไลน์ หลังหลายหน่วยงานเร่งยกระดับกติกากำกับดูแล หวังปิดช่องผูกขาด ป้องกันเอาเปรียบผู้บริโภค และปรับโครงสร้างตลาดอีคอมเมิร์ซให้แข่งขันได้จริง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ที่กำลังผลักดันมาตรการกำกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบบรอบด้าน ไม่เพียงปราบโกงปลายทาง แต่ลงลึกถึงโครงสร้างการแข่งขันในระบบ

ห้ามบังคับใช้ขนส่งรายเดียว

น.ส.ปิยาพัชร ทับอินทร์ หัวหน้ากลุ่มบริหารงานคดี รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานคดี สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เปิดเผยว่า การกำกับภายใต้ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 ครอบคลุมทั้งผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ผู้ขาย และบริการเกี่ยวเนื่อง เช่น โลจิสติกส์และโฆษณา

ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำ (ร่าง) ประกาศแนวทางพิจารณาพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมของธุรกิจแพลตฟอร์มหลายด้าน (Multi-sided Platform) ในกลุ่มอีคอมเมิร์ซ เพื่อกำกับทั้งพฤติกรรมด้านราคาและเงื่อนไขทางธุรกิจ

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ การห้ามกำหนดเงื่อนไขบังคับเลือกบริษัทขนส่งรายเดียว หลังมีข้อร้องเรียนว่าแพลตฟอร์มบางแห่งออกแบบโครงสร้างค่าธรรมเนียมและระบบหลังบ้านจนผู้ขายหรือผู้ซื้อไม่สามารถเลือกผู้ให้บริการขนส่งรายอื่นได้อย่างแท้จริง ซึ่งอาจเข้าข่ายจำกัดการแข่งขัน

เราได้หารือผู้ประกอบการหลายรายแล้ว ภาคเอกชนมีแนวโน้มให้ความร่วมมือ เพราะการแข่งขันที่เปิดกว้างจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและขยายตลาดในระยะยาว

สกัดราคาต่ำผิดปกติ กันผูกตลาด

อีกด้านหนึ่ง สำนักงาน กขค.จับตาการตั้งราคาต่ำผิดปกติที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุน ซึ่งอาจเป็นการขายต่ำกว่าทุนเพื่อกีดกันคู่แข่ง ก่อนกลับมาผูกตลาดในภายหลัง หากตรวจพบอาจเข้าข่ายใช้อำนาจตลาดไม่เป็นธรรม และมีโทษปรับตามสัดส่วนรายได้

กรณีราคาไม่ตรงป้าย โฆษณาเกินจริง หรือค่าบริการแฝง เช่น ประกันสินค้าและบริการเสริม จะประสานการทำงานกับ สคบ. เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคโดยตรง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล เลขาธิการ กขค. ระบุว่า เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา ได้นำร่างประกาศเข้าสู่การพิจารณาของบอร์ดแล้ว โดยมีข้อเสนอปรับนิยาม “ผู้ประกอบธุรกิจ” ให้ชัดเจน ป้องกันปัญหาการตีความในอนาคต คาดว่าจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้งภายในเดือนกุมภาพันธ์ และหากเห็นชอบจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อบังคับใช้

สาระหลักคือกำหนดแนวทางตรวจสอบพฤติกรรมของแพลตฟอร์มที่เชื่อมผู้บริโภค ผู้ขาย และผู้ให้บริการโลจิสติกส์ เพื่อป้องกันการใช้อำนาจตลาดบิดเบือนการแข่งขัน

ดังนั้น กรณีที่สำนักงาน กขค.เตรียมออก (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง แนวทางพิจารณาการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และการกระทำอันเป็นการผูกขาด หรือลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในการประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มหลายด้าน (Multi-sided Platform)

ประเภทธุรกิจบริการดิจิทัลแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าหรือบริการ (E-Commerce) เพื่อกำกับพฤติกรรมผู้ประกอบธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม ทั้งพฤติกรรมด้านราคาและไม่ใช่ราคา เช่น ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขบังคับเลือกขนส่ง ซึ่งเป็นข้อกังวลที่มีคำร้องเรียนและการสอบถามจากทั้งรัฐและเอกชน และเอกชนมีท่าทีร่วมมือ โดยเชื่อว่าหากแข่งขันเป็นธรรม ผู้บริโภคจะได้ประโยชน์ปลายทาง

"หลังการปรับแก้ถ้อยคำตามข้อเสนอแนะของบอร์ดแล้ว คาดว่าจะนำร่างประกาศกลับเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดเพื่อพิจารณาอีกครั้งภายในเดือน ก.พ.69 และหากที่ประชุมเห็นชอบ จึงจะดำเนินการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป"

สำหรับสาระสำคัญของร่างประกาศฉบับนี้ มีเป้าหมายเพื่อกำหนดแนวทางพิจารณาพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมในธุรกิจแพลตฟอร์มหลายด้าน ซึ่งมีลักษณะเชื่อมโยงผู้ใช้บริการหลายกลุ่มเข้าด้วยกัน อาทิ ผู้บริโภค ผู้ขายสินค้า และผู้ให้บริการโลจิสติกส์ โดยเฉพาะในธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการใช้อำนาจตลาดในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดการผูกขาด ลด หรือจำกัดการแข่งขัน

ขณะเดียวกัน หากแพลตฟอร์มมีพฤติการณ์ที่เข้าข่ายไม่ให้ความร่วมมือ หรือกระทำการอันอาจเป็นการผูกขาด ลด หรือจำกัดการแข่งขัน ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การแข่งขันทางการค้า โดยมีโทษปรับทางปกครองไม่เกิน 10% ของรายได้รวมในปีที่กระทำความผิด ทั้งนี้ การพิจารณาจะต้องเป็นไปตามองค์ประกอบและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีอย่างรอบด้าน

ดังนั้น ภาพรวมการประสานงานกับผู้ประกอบการแพลตฟอร์มเป็นไปด้วยดี และมีการสื่อสารทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้แนวทางกำกับดูแลดังกล่าวสามารถนำไปใช้ได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพการแข่งขันในตลาดดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ยังช่วยยกระดับความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า และเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ประกอบการรายใหญ่ รายย่อย และผู้บริโภคในระยะยาว

ยืนยันตัวตนร้านค้า ตัดวงจรบัญชีม้า

ด้านสภาองค์กรของผู้บริโภคเสนอให้ทุกแพลตฟอร์มและทุกโซเชียลมีเดียกำหนดยืนยันตัวตนผู้ขายอย่างเข้มงวด รวมถึงตรวจสอบบัญชีรับเงินให้ตรงกับตัวผู้ขาย หลังพบว่าร้านค้าจำนวนมากยังไม่สามารถตรวจสอบที่มาได้ชัดเจน

โดยมาตรการนี้มีเป้าหมายลดปัญหาโกงออนไลน์และเพิ่มความรับผิดชอบของแพลตฟอร์ม หากติดตามตัวผู้ขายไม่ได้ ผู้บริโภคไม่ควรต้องรับความเสียหายเพียงฝ่ายเดียว

ขณะเดียวกัน ETDA อยู่ระหว่างยกร่างกฎป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้ให้บริการโซเชียลแพลตฟอร์ม เน้นมาตรการเชิงป้องกันตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดช่องโหว่ของระบบด้วย