โจทย์หินของธุรกิจยุคใหม่ ไม่ได้มีเพียงความท้าทายด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน หากแต่รวมถึงการ “เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นนวัตกรรม” ในยุคที่ AI กลายเป็นกลไกหลักของเศรษฐกิจ
แอนดรูว์ โซติโรปูลอส รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เน็ตแอพ เปิดมุมมองว่า AI กลายเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจยุคใหม่ ขณะที่ "ข้อมูล” คือรากฐานของความรู้
วันนี้ความสำเร็จขององค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่การมี AI แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อนำมาใช้งานได้จริง
อย่างไรก็ดี ปัญหาใหญ่ขององค์กรวันนี้คือ 80% ของเวลาในโครงการ AI มักหมดไปกับการเตรียมข้อมูลให้พร้อมใช้งาน
ดังนั้นโอกาสที่ AI สร้างขึ้นจะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อองค์กรมีข้อมูลที่มีคุณภาพ และต้องยอมรับว่าวิธีการแบบเดิมๆ ในการจัดการข้อมูลนั้นประสิทธิภาพไม่เพียงพออีกต่อไป
องค์กรต้องการ “Unified Data Platform” ที่มีความปลอดภัยสูง และมีระบบ Metadata ที่ชาญฉลาด เพื่อเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นความรู้ และเปลี่ยนความรู้ให้เป็นผลิตภาพของบุคลากร
‘ข้อมูล’ รากฐานความสำเร็จ
โอกาสในยุค AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเรื่องของการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน มีการคาดการณ์ว่า AI จะช่วยปลดล็อกมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการเพิ่มผลิตภาพได้ถึง 8 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2573
มูลค่านี้สะท้อนว่า AI จะไม่ใช่แค่เครื่องมือเสริม แต่เป็น “กลไกหลัก” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก องค์กรที่สามารถสร้าง “Data Pipeline” ที่ครอบคลุมและเชื่อมโยงกับโมเดล AI ได้อย่างรวดเร็วจะเป็นผู้ที่คว้าส่วนแบ่งนี้ได้ก่อนใคร
ในเชิงของเทคโนโลยีการเปลี่ยนผ่านจากเดิมที่เน้นการทำ Data Lake แบบรวมศูนย์ซึ่งทำให้ข้อมูลบวมและจัดการยาก เน็ตแอพจึงได้นำเสนอแนวคิดการจัดการข้อมูลแบบกระจายตัว (Distributed) เพื่อเข้าถึงข้อมูล ณ จุดที่ข้อมูลนั้นถูกสร้างขึ้นโดยไม่ต้องคัดลอกซ้ำไปมา
ล่าสุด เปิดตัวนวัตกรรมใหม่เพื่อสนับสนุน Intelligent Data Infrastructure ประกอบด้วย ระบบ NetApp AFX และ NetApp AI Data Engine ออกแบบมาเพื่อรวมข้อมูลขององค์กรและรับประกันการทำงานที่สม่ำเสมอในสภาพแวดล้อมไฮบริด รับมือกับความท้าทายในการขยาย AI ในภูมิภาคที่มีทรัพยากรจำกัดและกฎระเบียบเข้มงวด
แพลตฟอร์มดังกล่าว มาพร้อมความสามารถทั้งด้าน พื้นที่จัดเก็บรองรับความจุระดับ exabyte, ทำให้ข้อมูลพร้อมสำหรับ AI และอัปเดตอยู่เสมอ, ออกแบบสำหรับ AI workload ประสิทธิภาพสูง สนับสนุนสภาพแวดล้อมไฮบริด พร้อมระบบจัดเก็บที่เน้นความปลอดภัยระดับองค์กร
แนวทางของเน็ตแอพออกแบบมาเพื่อเร่งขยาย AI data pipeline สำหรับองค์กร ช่วยให้ธุรกิจอาเซียนนำเทคโนโลยีไปใช้งานจริงได้อย่างปลอดภัย สอดคล้องกับกฎระเบียบ และคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
หัวใจสำคัญของการทำ AI ให้ประสบความสำเร็จ คือการมีระบบจัดการข้อมูลอัจฉริยะที่รองรับ Hybrid Multi-cloud อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และรวมศูนย์การจัดการไว้ในที่เดียว
AI สร้างจุดเปลี่ยนธุรกิจอาเซียน
เฮนรี โค รองประธานและผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาค จีนแผ่นดินใหญ่ อาเซียน และเกาหลีใต้ (GCASK) เน็ตแอพ กล่าวว่า ปี 2569 กำลังจะกลายเป็นปีแห่ง “Production AI” สำหรับอาเซียน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือธุรกิจในภูมิภาคนี้กำลังเผชิญกับความท้าทายในการขยายเวิร์กโหลดผ่านสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน การเตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับ AI การปกป้องข้อมูลจากภัยไซเบอร์ ขณะเดียวกันต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านอธิปไตยของข้อมูล
อาเซียนกำลังเข้าใกล้จุดเปลี่ยนสำคัญ ซึ่งการลงทุนด้าน AI เติบโตเร็วกว่าการใช้จ่ายด้านดิจิทัลโดยรวม และคาดว่าการนำ AI มาใช้จะช่วยยกระดับ GDP ของภูมิภาคนี้ได้เกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2573
เปลี่ยน ‘ข้อมูล’ ให้เป็น ‘นวัตกรรม’
สำหรับโรดแมปของเน็ตแอพในภูมิภาคอาเซียน จุดโฟกัสหลักคือ “Intelligent Data Infrastructure” มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรม AI และความปลอดภัยข้อมูลระดับองค์กร
ในฐานะผู้นำโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล วางจุดยืนเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ช่วยองค์กรธุรกิจยกระดับไปสู่ “โครงสร้างพื้นฐานข้อมูลอัจฉริยะ" เปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็นนวัตกรรม พร้อมสร้างความยืดหยุ่น และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในยุคดิจิทัล
โดยแนวทางธุรกิจจะอยู่ภายใต้ 3 เสาหลักคือ วางลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ช่วยผลักดันให้เติบโตอย่างมีเป้าหมาย บรรลุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจผ่านการใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
พร้อมนำเสนอแนวทางการจัดการข้อมูลที่เรียบง่าย ลดความซับซ้อนในการจัดการทั้งในรูปแบบไฮบริดคลาวด์และสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย
รวมถึง การผลักดันนวัตกรรมเพื่อตลาดท้องถิ่น นำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของตลาดในภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง
ปักธงขับเคลื่อนนวัตกรรม AI
เน็ตแอพระบุว่า ปัจจุบันองค์กรทั่วอาเซียน ต่างดำเนินงานภายใต้สภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่แตกต่างกันและระดับความพร้อมด้านคลาวด์ที่หลากหลาย ทำให้สถาปัตยกรรมแบบไฮบริดและระบบในท้องถิ่นกลายเป็นมาตรฐานหลัก
ภาคส่วนสำคัญอย่างบริการทางการเงิน สาธารณสุข และภาครัฐ อยู่ภายใต้แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการนำระบบ AI มาใช้งานให้ได้ข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านอธิปไตยของข้อมูลและการกำกับดูแล
การขยาย AI ในภูมิภาคนี้ต้องการมากกว่าแค่ประสิทธิภาพด้านการประมวลผล ที่สำคัญคือโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่น อยู่ภายใต้การกำกับดูแล และยั่งยืนทางเศรษฐกิจ เพื่อให้แน่ใจว่าการกระจายตัวของข้อมูลจะไม่กลายเป็นอุปสรรคต่อนวัตกรรม
ดังนั้นกลยุทธ์ที่วางไว้ของเน็ตแอพเน้นการจัดการข้อมูลที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรก้าวข้ามจาก AI ในระดับทดลองไปสู่การผลิตในวงกว้าง โดยไม่สูญเสียการกำกับดูแลหรือเสถียรภาพในการดำเนินงาน และได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ
เรามุ่งช่วยองค์กรสร้าง Intelligent Data Infrastructure ที่มีการกำกับดูแลและความยืดหยุ่นทางไซเบอร์ฝังอยู่ในชั้นข้อมูล ช่วยให้ลูกค้าเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นตัวเร่งสำหรับนวัตกรรม ความยืดหยุ่น และการเติบโต ขณะเดียวกันผลักดันนวัตกรรม AI สำหรับองค์กรและสนับสนุนความทะเยอทะยานของภูมิภาคในการขับเคลื่อนนวัตกรรม AI
การแข่งขันด้าน AI ในอาเซียนจึงไม่ใช่เพียงเรื่องโมเดลหรือพลังประมวลผล หากแต่เป็นการแข่งขันด้าน “โครงสร้างพื้นฐานข้อมูล” ที่จะตัดสินว่าใครเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ก่อน





