วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

‘ยูเออี’ ครองอันดับ 1 โลก ใช้งานเอไอมากสุด ‘สิงคโปร์’ ตามติด ส่วน ‘ไทย’ ตื่นตัวสูง   

‘ยูเออี’ ครองอันดับ 1 โลก ใช้งานเอไอมากสุด ‘สิงคโปร์’ ตามติด ส่วน ‘ไทย’ ตื่นตัวสูง   

การนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้งานแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละประเทศทั่วโลก จากรายงาน Global AI Adoption in 2025 ของ ไมโครซอฟท์ ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลจาก 147 ประเทศ พบว่า สัดส่วนของประชากรวัยทำงานที่เคยใช้ “เอไอ” อย่างน้อยหนึ่งครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2025  มีความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจนระหว่างภูมิภาค

กลุ่มประเทศในซีกโลกเหนือ (Global North) มีอัตราการใช้งาน เอไอ อยู่ที่ 24.7% ประเทศใน ซีกโลกใต้ (Global South) มีอัตราการใช้งานเฉลี่ยเพียง 14.1%  อย่างไรก็ตาม มีบางประเทศที่โดดเด่นแตกต่าง (outlier) จากประเทศอื่นอย่างชัดเจน  ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และสิงคโปร์

ยูเออีครองอันดับ1โลกด้านใช้งานเอไอ

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เป็นประเทศที่มีอัตราการนำ เอไอ มาใช้งานสูงที่สุดในโลก โดยมีประชากรวัยทำงานถึง 64.0% ที่ใช้เครื่องมือ เจเนอเรทีฟ เอไอ นับเป็นหนึ่งในประเทศที่เติบโตเร็วที่สุดในด้านนี้ ความสำเร็จของยูเออีไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน ก่อนการเปิดตัวของ “แชตจีพีที” เสียอีก 

รัฐบาล ยูเออี นำ เอไอ มาใช้ในภาคบริการสาธารณะอย่างกว้างขวาง พร้อมวางกรอบธรรมาภิบาล เอไอ ตั้งแต่ปี 2017 ภายใต้ยุทธศาสตร์ เอไอ แห่งชาติที่ครอบคลุม 9 อุตสาหกรรมหลัก

สิงคโปร์และยุโรป  ผู้เล่นสำคัญบนเวทีโลก

อันดับ 2 ของโลก คือ สิงคโปร์ ด้วยอัตราการใช้งาน เอไอ ที่ 60.9% ซึ่งสะท้อนการลงทุนระยะยาวด้านโครงสร้างพื้นฐาน งานวิจัย และการพัฒนาเทคโนโลยี 

ส่วนในยุโรป ประเทศที่โดดเด่นที่สุด คือ นอร์เวย์ 46.4% (อันดับ 3 ของโลก) ไอร์แลนด์ 44.6% ฝรั่งเศส 44.0% ทั้งสามประเทศมีระบบนิเวศเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง และการสนับสนุนจากภาครัฐต่อเนื่อง

สหรัฐผู้นำเทคโนโลยีแต่ไม่ใช่ด้านการใช้งาน

แม้ว่า สหรัฐ จะเป็นศูนย์กลางการวิจัย เอไอ ระดับโลก และเป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำจำนวนมาก แต่อัตราการใช้งาน เอไอ กลับอยู่ที่เพียง 28.3% ทำให้อยู่ในอันดับที่ 24 ของโลก 

หนึ่งในปัจจัยสำคัญ คือ “ความเชื่อมั่นของสาธารณชน” จาก Edelman Trust Barometer พบว่า มีชาวอเมริกันเพียง 32.0% ที่เชื่อมั่นใน เอไอ ขณะที่ตัวเลขนี้ใน ยูเออี สูงถึง 67.0%

‘ยูเออี’ ครองอันดับ 1 โลก ใช้งานเอไอมากสุด ‘สิงคโปร์’ ตามติด ส่วน ‘ไทย’ ตื่นตัวสูง   

ประเทศที่ใช้งานเอไอต่ำที่สุด

ในอีกด้านหนึ่งของสเปกตรัม คือ กัมพูชา ซึ่งมีอัตราการใช้งาน เอไอ เพียง 5.1% แม้ว่าจะเริ่มมีความก้าวหน้า แต่การขาดแคลนเงินลงทุนและโครงสร้างพื้นฐานยังคงเป็นอุปสรรคหลักต่อการขยายการใช้งาน เอไอ ในวงกว้าง

นอกจากนี้ ยังประเด็นที่น่าสนใจ คือ “อายุของประชากรมีผลต่อทัศนคติที่มีต่อเอไอหรือไม่?” ข้อมูลจากการสำรวจในปี 2025 โดย Ipsos และ UN Population Division ซึ่งนำมาวิเคราะห์ และแสดงผลโดย Iswardi Ishak พบว่า มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างอายุเฉลี่ยของประชากรกับระดับความตื่นเต้นต่อ เอไอ ผู้ตอบแบบสอบถามถูกถามว่า “ผลิตภัณฑ์และบริการที่ใช้ เอไอ ทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้น”

ประเทศประชากรวัยหนุ่มสาว นำอันดับความเชื่อมั่นเอไอ โดยประเทศที่มีอายุเฉลี่ยต่ำกว่า 35 ปี แสดงความตื่นเต้นต่อ เอไอสูงอย่างชัดเจน เช่น อินโดนีเซีย 80% มาเลเซีย 75% อินเดีย 67% เม็กซิโก, เปรู, แอฟริกาใต้ มากกว่า 60% อินโดนีเซียครองอันดับ 1 ของโลกในด้าน “AI Optimism” หรือ การมีทัศนคติเชิงบวกต่อเอไอ

เอเชียบางประเทศท้าทายสมมติฐานเรื่องอายุ

แม้จะมีประชากรสูงวัย แต่บางประเทศในเอเชีย กลับมีความตื่นเต้นต่อ เอไอ สูงเกินคาด ได้แก่ ไทย 79% เกาหลีใต้ 69% ปรากฏการณ์นี้ ฃสะท้อนถึงนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนเทคโนโลยี และนวัตกรรมอย่างจริงจัง ในทางตรงกันข้าม ญี่ปุ่น ซึ่งมีอายุเฉลี่ยสูงที่สุดในกลุ่มตัวอย่าง กลับมีความตื่นเต้นต่อ เอไอ เพียง 46%

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองไปที่ “โลกตะวันตก” ความระมัดระวังจะมีมากกว่าความตื่นเต้น ประเทศตะวันตกส่วนใหญ่อยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก เช่น แคนาดา 36% เบลเยียม 37% ฝรั่งเศส 38%

งานวิจัยจาก Pew Research และ UNU’s MACAU Institute ชี้ว่า ความกังวลเรื่องการทดแทนแรงงาน ความเป็นส่วนตัว และข้อมูลเท็จ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชาชนในประเทศพัฒนาแล้ว มีท่าทีระมัดระวังต่อ เอไอ ที่น่าสนใจ คือ แม้จะมีโครงสร้างประชากรคล้ายกัน แต่ทัศนคติต่อ เอไอ กลับต่างกันอย่างมาก เช่น อาร์เจนตินา 43% ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เม็กซิโก และเปรูสูงถึง 67%