วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

ไมโครซอฟท์ชี้ 40 อาชีพเสี่ยงสูง ‘GenAI’ รุกงานภาษา-ข้อมูล

ไมโครซอฟท์ชี้ 40 อาชีพเสี่ยงสูง ‘GenAI’ รุกงานภาษา-ข้อมูล

ท่ามกลางความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) งานจำนวนมากในตลาดแรงงานกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับภาษา ข้อมูล และการสื่อสาร

ไมโครซอฟท์ รีเสิร์ช เผยผลศึกษาครั้งสำคัญ ซึ่งวิเคราะห์ระดับ “การเปิดรับต่อ AI” (AI Exposure) ของอาชีพต่างๆ จากบทสนทนาที่ไม่ระบุตัวตนกว่า 200,000 รายการ บน ไมโครซอฟท์ บิง โคไพล็อต (Microsoft Bing Copilot) ระหว่างเดือน ม.ค-ก.ย 2024

40 อาชีพที่มีความเสี่ยง หรือเปิดรับต่อ Generative AI มากที่สุด พิจารณาจากความถี่ที่ AI ถูกใช้ทำงาน ความสามารถการทำงานสำเร็จ และความเหมาะสม AI ต่อแต่ละบทบาทอาชีพ ยกตัวอย่าง 10 อันดับแรก ได้แก่ 

อันดับ 1 ล่ามและนักแปลภาษา งานด้านภาษาโผล่ใน Copilot แทบทุกครั้ง (Coverage 0.98) AI แปลและสรุปภาษาได้แม่นยำสูง คะแนนความเหมาะสมของ AI สูงสุดในทุกอาชีพ อันดับ 2 นักประวัติศาสตร์ งานค้นคว้า วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลจำนวนมาก AI ช่วยเรียบเรียง ตรวจสอบ และเชื่อมโยงข้อมูลได้ดี 

อันดับ 3 พนักงานต้อนรับผู้โดยสาร งานให้ข้อมูล ตอบคำถาม และสื่อสารกับลูกค้า AI รับมือกับคำถามมาตรฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันดับ 4 ตัวแทนขายด้านบริการ งานนำเสนอ อธิบายบริการ และตอบข้อสงสัย AI ช่วยเพิ่มความเร็วและความแม่นยำในการสื่อสาร

อันดับ 5 นักเขียนและนักประพันธ์ งานเขียน สรุป และสร้างเนื้อหา AI เป็นผู้ช่วยสำคัญในการร่างและปรับปรุงผลงาน อันดับ 6 โปรแกรมเมอร์เครื่องมือ CNC งานเขียนโปรแกรมและวิเคราะห์กระบวนการผลิต AI ช่วยคำนวณและปรับประสิทธิภาพได้ดี อันดับ 7 เจ้าหน้าที่บริการลูกค้า งานตอบแชต รับเรื่องร้องเรียน ให้ข้อมูล AI แชตบอตทำงานเหล่านี้ได้สำเร็จในระดับสูง 

อันดับ 8 พนักงานรับสายโทรศัพท์ งานซ้ำ ๆ ตามสคริปต์ AI สามารถตอบสนองอัตโนมัติได้อย่างแม่นยำ อันดับ 9 ครู หรือผู้ให้ความรู้ด้านการจัดการฟาร์มและครัวเรือน งานถ่ายทอดความรู้และให้คำแนะนำ AI ช่วยจัดโครงสร้างและอธิบายข้อมูลได้ดี และ อันดับ 10 ผู้ประกาศข่าวและดีเจวิทยุ งานพูด อ่านข่าว และเล่าเรื่อง AI ช่วยเขียนสคริปต์และสรุปเนื้อหาได้รวดเร็ว

ไมโครซอฟท์วัด “ความเสี่ยงจาก AI” อย่างไร

ไมโครซอฟท์ ใช้ตัวชี้วัดหลัก 3 ประการจากการใช้งาน Copilot ได้แก่ Coverage (ความครอบคลุม) วัดว่างานที่เกี่ยวข้องกับอาชีพนั้นๆ ปรากฏในบทสนทนากับ Copilot บ่อยเพียงใด 

Completion (อัตราการทำงานสำเร็จ) วัดว่า Copilot สามารถทำงานเหล่านั้นสำเร็จได้มากน้อยแค่ไหน AI และ Applicability Score (คะแนนความเหมาะสมของ AI) คะแนนรวมที่สะท้อนว่า Generative AI เหมาะสมเพียงใดในการช่วยหรือทำงานในอาชีพนั้น

อย่างไรก็ตาม ไมโครซอฟท์ ย้ำว่า คะแนนสูงไม่ได้หมายความว่าอาชีพนั้นจะถูกแทนที่ทั้งหมด แต่หมายถึงงานจำนวนมากในบทบาทนั้นสามารถได้รับการ “ช่วยเหลือ” หรือ “เสริมประสิทธิภาพ” ด้วย AI

อาชีพใด “เปิดรับ AI” มากที่สุด

อย่างไรก็ตาม กลุ่มอาชีพที่มีคะแนน AI Applicability สูง มักเป็นงานที่ Generative AI ทำได้ดีอยู่แล้ว เช่น การประมวลผลภาษา การค้นคว้า การสรุปข้อมูล และการสื่อสาร นักแปลและล่าม ครองอันดับหนึ่งของตาราง Coverage สูงถึง 0.98 สะท้อนว่างานลักษณะนี้ถูกถามใน Copilot บ่อยมาก Completion 0.88 แสดงว่า AI สามารถทำงานได้สำเร็จในระดับสูงส่งผลให้มีคะแนน AI Applicability สูงสุดที่ 0.49

รองลงมา คือ อาชีพอย่าง นักประวัติศาสตร์ นักเขียน บรรณาธิการ และงานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเนื้อหา

ในขณะเดียวกัน งานบริการลูกค้า เช่น พนักงานขาย ตัวแทนบริการลูกค้า เทเลมาร์เก็ตติ้ง และคอนเซียร์จ ก็อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง เนื่องจาก AI แชตบอตสามารถรับมือกับคำถาม การให้ข้อมูล และการโต้ตอบพื้นฐานได้มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังพบว่า อาชีพเชิงเทคนิคบางส่วน เช่น นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล นักพัฒนาเว็บ นักวิเคราะห์การจัดการ และนักวิจัยตลาด มีระดับการเปิดรับ AI ตั้งแต่ปานกลางถึงสูงเช่นกัน

ที่น่าสนใจ คือ บรรดา 40 อาชีพที่เปิดรับ AI มากที่สุด ค่าเฉลี่ยของ Completion Score สูงถึง 0.87 ซึ่งหมายความว่า Copilot สามารถทำงานส่วนใหญ่ที่ได้รับมอบหมายได้สำเร็จ

เปิดรับ AI ไม่เท่ากับตกงาน

ไมโครซอฟท์ ระบุอย่างชัดเจนว่า การที่อาชีพหนึ่ง “เสี่ยงต่อ AI” ไม่ได้แปลว่าจะหายไปจากตลาดแรงงาน หลายอาชีพที่อยู่ในอันดับต้น ๆ ยังคงต้องพึ่งพา วิจารณญาณ ความคิดสร้างสรรค์ และปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ โดย AI จะเข้ามาทำหน้าที่เป็น “ผู้ช่วย” มากกว่า “ผู้แทน”

ในทางปฏิบัติ Generative AI มีแนวโน้มที่จะ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของมนุษย์หนึ่งคน มากกว่าการตัดตำแหน่งงานออกไปทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม งานที่มีลักษณะซ้ำซาก เป็นมาตรฐาน และใช้กฎตายตัว มีแนวโน้มจะเปลี่ยนแปลงเร็วกว่า เมื่อ AI ถูกผนวกเข้ากับการทำงานประจำวัน

ในทางตรงกันข้าม งานที่ต้องใช้แรงกาย การตัดสินใจเฉพาะหน้า หรือการดูแลมนุษย์โดยตรง เช่น ช่างเทคนิค คนงานซ่อมบำรุง ผู้ควบคุมเครื่องจักร และผู้ดูแลผู้ป่วย ยังคงเปิดรับต่อ AI ต่ำ เนื่องจากเป็นงานที่ยากต่อการทำให้เป็นระบบอัตโนมัติ

ยุค Generative AI ไม่ได้หมายถึง “จุดจบของงาน” แต่คือจุดเริ่มต้นของ การเปลี่ยนบทบาทการทำงานของมนุษย์ ใครที่ปรับตัว เรียนรู้การทำงานร่วมกับ AI ได้เร็ว ย่อมได้เปรียบในตลาดแรงงานแห่งอนาคต