ดร.ธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทรูบิสิเนส เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกด้านเทคโนโลยี สอดรับวิสัยทัศน์ของทรู คอร์ปอเรชั่น ในการเป็นผู้นำเทคคอมปานีของไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ “ซอฟต์แบงก์” กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและเทคโนโลยีรายใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมศึกษาและพัฒนาธุรกิจในหลากหลายมิติ โดยผสานจุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยีของทั้งสองฝ่าย ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและโซลูชันดิจิทัลของประเทศไทยสู่มาตรฐานระดับโลก
ทั้งนี้ ความร่วมมือกับซอฟต์แบงก์นับเป็นก้าวสำคัญของทรูบิสิเนสในการผนึกกำลังกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อยกระดับนวัตกรรมและบริการลูกค้าองค์กรสู่มาตรฐานเวิลด์คลาส ผ่านการผสานเทคโนโลยีและ Best Practice จากซอฟต์แบงก์ เข้ากับจุดแข็งของทรู คอร์ปอเรชั่น ทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุมทั่วประเทศและความเข้าใจตลาดไทยอย่างลึกซึ้ง เชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรไทยสู่ดิจิทัลได้อย่างเป็นรูปธรรม และช่วยผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ความร่วมมือดังกล่าวมุ่งนำ Best Practice ระดับสากลมาประยุกต์ใช้กับบริบทของภาคธุรกิจไทย ผ่านการพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันดิจิทัลที่ออกแบบเฉพาะสำหรับแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัล เร่งการเติบโตทางธุรกิจด้วยผลลัพธ์ที่จับต้องได้
สำหรับเป้าหมายสูงสุดของความร่วมมือครั้งนี้ ทรูบิสิเนสและซอฟต์แบงก์มุ่งร่วมกันผลักดันประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลของภูมิภาค ผ่านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ควบคู่กับการขยายบริการโซลูชันแห่งอนาคต ภายใต้กรอบกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน ได้แก่
1. การพัฒนาตลาดและผลิตภัณฑ์ โดยผสานความเข้าใจเชิงลึกต่อพฤติกรรมลูกค้าและองค์กรธุรกิจไทยเข้ากับเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อออกแบบโซลูชันที่ตอบโจทย์เฉพาะอุตสาหกรรม
2. การหลอมรวมจุดแข็งของทรูบิสิเนสในด้านการให้บริการและโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย เข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูงและเครือข่ายพันธมิตรระดับสากลของซอฟต์แบงก์ เพื่อส่งมอบโซลูชันมาตรฐานโลกที่เข้าใจบริบทไทยอย่างแท้จริง
3. การประสานวิสัยทัศน์การเติบโตระยะยาว ผ่านโอกาสร่วมลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ อาทิ AI Cloud และ 5G
ความร่วมมือของสองผู้นำจากสองประเทศในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการหลอมรวมเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทย ก่อให้เกิด “นวัตกรรมแบบบูรณาการ” (Integrated Innovation) ที่จะเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และสร้างมูลค่าใหม่ให้กับภาคธุรกิจทุกอุตสาหกรรม ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ครอบคลุมตั้งแต่
– การพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์องค์กรไทยอย่างแม่นยำ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในระบบนิเวศของซอฟต์แบงก์ ควบคู่กับโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมให้บริการอย่างไร้รอยต่อ
– การยกระดับบริการองค์กรแบบครบวงจร ด้วยโซลูชัน End-to-End ตั้งแต่การออกแบบ วางระบบ ติดตั้ง ไปจนถึงการบริหารจัดการ ผสานความเชี่ยวชาญด้านการเข้าถึงลูกค้าและการให้บริการของทรูบิสิเนส กับองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีระดับโลกของซอฟต์แบงก์
– การวางรากฐานนวัตกรรมแห่งอนาคต ผ่านความร่วมมือระยะยาวและโอกาสร่วมลงทุนในเทคโนโลยีสำคัญ โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคอย่างยั่งยืน
ด้านนายคิมิมาซา คูโด รองประธานและหัวหน้าฝ่าย Global Business Division บริษัท ซอฟต์แบงก์ คอร์ป ระบุว่า การวางรากฐานระบบนิเวศ AI ที่แข็งแกร่งในประเทศไทยเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญของซอฟต์แบงก์ โดยมีเป้าหมายนำนวัตกรรมระดับโลกมาสนับสนุนภาคธุรกิจไทย เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันและการเติบโตในยุคดิจิทัล พร้อมแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของทรู คอร์ปอเรชั่น ในการเป็นพันธมิตรร่วมพัฒนานวัตกรรมแบบบูรณาการ และผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน
ทั้งนี้ ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว องค์กรธุรกิจไทยจะสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลกจากระบบนิเวศของซอฟต์แบงก์ ควบคู่กับความเชี่ยวชาญและบริการครบวงจรของทรูบิสิเนส ตั้งแต่การออกแบบ วางระบบ ติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย ซึ่งไม่เพียงช่วยให้ธุรกิจตอบโจทย์ตลาดได้รวดเร็วขึ้น แต่ยังเสริมความพร้อมในการรองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนบนเวทีโลกในระยะยาว





