ค่ายมือถือ TRUE-AIS เร่งยกระดับโครงข่าย 5G/4G เต็มกำลัง รองรับการใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ 8 กุมภาพันธ์นี้ ทั้งการใช้งานประชาชน การประสานงานเจ้าหน้าที่ และการรายงานผลทั่วประเทศ ชู AI และเครือข่ายอัตโนมัติบริหารสัญญาณช่วงทราฟฟิกหนาแน่น
ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าเตรียมความพร้อมโครงข่าย 5G และ 4G เต็มศักยภาพ รองรับการใช้งานที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน วันเลือกตั้ง ทั้งการใช้งานวอยซ์ ดาต้า การรายงานข่าวการติดตามผลคะแนนเลือกตั้ง และการประสานงานของหน่วยงานภาครัฐ โดยเน้นการบริหารจัดการสัญญาณอย่างมีประสิทธิภาพในพื้นที่หลักและช่วงเวลาที่มีทราฟฟิกหนาแน่น
ทรู คอร์ปอเรชั่น นำข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานจากการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 มาใช้เป็นกรณีศึกษา เพื่อวางแผนรองรับวันเลือกตั้งทั่วไป โดยประเมินช่วงเวลาที่มีการใช้งานสูง ได้แก่ ช่วงเปิดหีบลงคะแนนเวลา 08.00–11.00 น. และช่วงก่อนปิดหีบ 16.00–17.00 น. รวมถึงช่วงติดตามรายงานผลหลังปิดหีบ ซึ่งเป็นช่วงที่ประชาชน สื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่มีการใช้งานเครือข่ายพร้อมกันจำนวนมาก
ล่าสุด ทีมผู้บริหารด้านเครือข่ายของทรู คอร์ปอเรชั่น นำโดยนายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย และ นายจิระชัย คุณากร รองหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย ได้นำทีมวิศวกรลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมและทดสอบสัญญาณ 5G และ 4G ในหลายพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าลูกค้าจะสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์
นายคูรัม อัชฟาค กล่าวว่า ทรูมีความพร้อมในการให้บริการเครือข่ายมือถือเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติทั่วประเทศ โดยได้นำข้อมูลการใช้งานจากการเลือกตั้งล่วงหน้ามาวิเคราะห์เชิงลึก และเตรียมปรับแต่งสัญญาณล่วงหน้าให้รองรับการใช้งานหนาแน่นในวันเลือกตั้ง พร้อมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบเครือข่ายอัตโนมัติเข้ามาช่วยบริหารจัดการ เพื่อให้การสื่อสารเป็นไปอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง
เสริม COW เพิ่มสัญญาณจุดหนาแน่น
ทรูยังได้ติดตั้งรถโมบายล์สถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว หรือ Cell-On-Wheel (COW) เพื่อขยายความสามารถของโครงข่ายในพื้นที่ที่คาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก โดย COW รองรับเทคโนโลยี 5G และ 4G บนคลื่นความถี่ที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถรองรับผู้ใช้งานพร้อมกันได้มากกว่า 50,000 คนต่อจุด
การเสริมโครงข่ายครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 33 เขตเลือกตั้ง รวมถึงจังหวัดสำคัญที่คาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิสูง อาทิ นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี เชียงใหม่ และชลบุรี ตลอดจนหน่วยเลือกตั้ง สำนักงานพรรคการเมือง จุดแถลงข่าว และพื้นที่รายงานผลการเลือกตั้งทั่วประเทศ
ชู AI และเครือข่ายอัตโนมัติระดับสากล
ทรู คอร์ปอเรชั่น ในฐานะผู้ให้บริการรายแรกของไทยที่ได้รับมาตรฐาน Autonomous Network (AN) Level 4.0 จาก TM Forum ได้นำระบบเครือข่ายอัตโนมัติขั้นสูง (Highly Autonomous Network) มาบริหารจัดการการสื่อสารในช่วงภารกิจสำคัญ โดยขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Intent-Based Operation (IBO) ซึ่งทำหน้าที่เสมือน “ทีมปฏิบัติการ AI” วิเคราะห์ข้อมูลการใช้งานแบบเรียลไทม์ และปรับแต่งสัญญาณ ช่องความถี่ และมุมองศาเสาโดยอัตโนมัติ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าทรูและดีแทค
ขณะเดียวกัน ทรูยังจัดตั้งทีมเฉพาะกิจประจำศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ (BNIC) ทำงานร่วมกับระบบ AI ดูแลโครงข่ายตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังวันเลือกตั้ง เพื่อรองรับสถานการณ์การใช้งานที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
AIS ระดมโครงข่ายดิจิทัลหนุนกระบวนการประชาธิปไตย
ด้าน AIS ประกาศความพร้อมในการสนับสนุนกระบวนการประชาธิปไตยของประเทศเช่นกัน โดยได้เสริมศักยภาพโครงข่าย AIS 5G/4G ทั่วประเทศ เพื่อรองรับการใช้งานของประชาชนที่คาดว่าจะเดินทางมา ใช้สิทธิเลือกตั้ง จำนวนมากในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ให้สามารถติดต่อสื่อสารและใช้งานดิจิทัลได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
AIS ได้เพิ่มขีดความสามารถของโครงข่ายในพื้นที่สำคัญ ด้วยการขยายสถานีฐานเดิม ติดตั้งสถานีฐานชั่วคราวและสถานีฐานเคลื่อนที่ รวมถึงรถโมบายชุมสาย COW ในจุดที่มีการใช้งานหนาแน่น อาทิ หน่วยเลือกตั้ง โครงการตะวันนาบางกะปิ (ตะวันนา 2) กรมประชาสัมพันธ์ และหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ
นอกจากนี้ AIS ยังนำระบบ Autonomous Network มาใช้สนับสนุนการทำงานของทีมวิศวกร เพื่อเฝ้าระวัง ดูแล และแก้ไขสถานการณ์เครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาสำคัญ





