“เอไอ” เป็นเทคโนโลยีสำคัญที่เข้ามาพลิกโฉมหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงด้าน “การจัดเก็บข้อมูล”
เวสเทิร์น ดิจิตอล (Western Digital) รายงานว่า เปิดตัวโรดแมประบบจัดเก็บข้อมูลใหม่ โดยมีแกนหลักสำคัญคือการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ขณะเดียวกันพลิกโฉมฮาร์ดดิสก์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของ AI
ดับบลิวดีวางจุดยืนเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานสตอเรจสำหรับเศรษฐกิจข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งการประกาศครั้งนี้ได้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของธุรกิจบริษัทที่นำไปสู่เทคโนโลยีสตอเรจยุคใหม่
ครอบคลุมตั้งแต่ความจุที่ขยายได้ การเพิ่มประสิทธิภาพระดับก้าวกระโดด นวัตกรรมด้านประสิทธิภาพพลังงาน ไปจนถึงแพลตฟอร์ม API อัจฉริยะที่ให้ความคุ้มค่าด้านต้นทุน
เออร์วิง ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดับบลิวดี กล่าวว่า บริษัทกำลังนำเสนอนวัตกรรมที่สะท้อนถึงความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับลูกค้าของเรา และแสดงให้เห็นว่าดับบลิวดีกำลังตอบสนองความต้องการด้านความจุ การขยายขนาด คุณภาพ ประสิทธิภาพที่ยกระดับขึ้น และความง่ายในการนำเทคโนโลยีไปใช้งานได้อย่างไร
ตลอดปีที่ผ่านมาเรายังคงมุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและการเร่งนวัตกรรม ซึ่งทำให้สามารถจินตนาการฮาร์ดดิสก์ขึ้นใหม่อย่างแท้จริงเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของ AI
ดับบลิวดี เผยว่า ในยุคที่ AI สร้างข้อมูลมหาศาล ความต้องการระบบจัดเก็บข้อมูลจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบโจทย์นี้ WD มุ่งเน้นความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก
โดยเฉพาะด้านความจุที่เชื่อถือได้และความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ที่พิสูจน์แล้ว ประสิทธิภาพการทำงาน ประสิทธิภาพพลังงาน และกระบวนการรับรองผลิตภัณฑ์ที่รวดเร็วโดยไม่กระทบต่อธุรกิจลูกค้า
ก้าวสู่ยุคใหม่ ‘ฮาร์ดดิสก์’
ส่วนของเวสเทิร์น ดิจิตอลเองกำลังสานต่อแผนงานเพื่อก้าวสู่ยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนไปสู่ความร่วมมือระยะยาวกับลูกค้าภายใต้สัญญาหลายปี การยกระดับความเป็นเลิศด้านการดำเนินงาน ผ่านการปฏิบัติที่มีวินัยที่ช่วยเพิ่มกำไรขั้นต้นมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบปีต่อปี และการปรับวัฒนธรรมองค์กรผ่านการเปลี่ยนแปลงผู้นำเพื่อเร่งการตัดสินใจ
ด้วยโมเมนตัมวันนี้ กล่าวได้ว่านอกจากจากจุดยืนแบรนด์ “WD” ที่แข็งแรง ยังเดินหน้าสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสตอเรจที่จำเป็นสำหรับเศรษฐกิจข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI
ข้อมูลจากไอดีซีระบุว่า ดับบลิวดีกำลังแก้ปัญหาที่สำคัญที่สุดสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้แก่ ความจุที่เชื่อถือได้ในระดับใหญ่ ประสิทธิภาพที่ตอบสนองเวิร์กโหลดที่ต้องการสูง และความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ที่ช่วยให้ทำกำไรได้ แนวทางที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางนี้ ร่วมกับวินัยในการดำเนินงาน ทำให้ดับบลิวดีอยู่ในตำแหน่งที่ดีในตลาดสำหรับอนาคตข้างหน้า
AI–คลาวด์ ตัวจักรทำเงิน
เชิงเทคนิค วางโรดแมปความจุสูงที่เร่งขึ้น โดยฮาร์ดดิสก์ UltraSMR ePMR ความจุ 40TB ซึ่งเป็นความจุสูงสุดของโลกในขณะนี้ กำลังขยายสู่ 100TB+ และมีโมเมนตัมการรับรอง HAMR ที่ต่อเนื่องกับลูกค้าไฮเปอร์สเกล เส้นทางเทคโนโลยีที่ซ้อนทับกัน (ePMR และ HAMR) ให้ทางเลือกและความยืดหยุ่นแก่ลูกค้าสำหรับการเปลี่ยนผ่านที่ราบรื่นโดยไม่มีการหยุดชะงัก
นอกจากนี้ เทคโนโลยีไดรฟ์ประสิทธิภาพรุ่นใหม่ มีการออกแบบแบนด์วิดท์เพิ่มขึ้น 2 เท่า และแบนด์วิดท์ในอนาคตสูงสุดถึง 8 เท่า พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพ IO สูงสุด 2 เท่า รองรับเวิร์กโหลด AI ในระดับต้นทุนของ HDD ลดการพึ่งพาแฟลช
อีกทางหนึ่ง นวัตกรรมที่ปรับแต่งพลังงาน ฮาร์ดดิสก์รุ่นใหม่ที่ปรับแต่งด้านพลังงานจะใช้พลังงานน้อยลง 20% ลดช่องว่างระหว่าง warm storage และ cold storage ช่วยให้ลูกค้าลด TCO สร้าง tier ที่มีต้นทุนต่ำลง และพัฒนาความยั่งยืนสำหรับข้อมูลระดับ AI
ขณะเดียวกัน มีการขยายแพลตฟอร์ม โดยโซลูชันอัจฉริยะใหม่จะนำเศรษฐศาสตร์สตอเรจระดับไฮเปอร์สเกลมาสู่ลูกค้า AI ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ผ่านซอฟต์แวร์ open API ที่จะเร่งการติดตั้งใช้งานโดยไม่กระทบต่อสถาปัตยกรรมเดิม
ยุคใหม่ของดับบลิวดี บริษัทปรับตำแหน่งเป็นพันธมิตรด้านโครงสร้างพื้นฐานสตอเรจสำหรับเศรษฐกิจข้อมูลที่ขับเคลื่อนด้วย AI
โดย 90% ของรายได้มาจาก AI และคลาวด์ การดำเนินงานที่แข็งแกร่งและผลประกอบการทางการเงินในฐานะบริษัท ฮาร์ดดิสก์ อิสระ พร้อมแบรนด์ใหม่และโมเดลทางการเงินที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลง





