ศูนย์ AOC 1441 เตือนภัยปี 2569 วัยทำงานตกเป็นเป้าโจรออนไลน์หนักสุด มิจฉาชีพอัปเกรดกลโกง ใช้ AI ปลอมหน้า–เสียงคนรู้จัก ปูพรม QR Code หลอก ดูดเงินไร้รอยต่อ
ท่ามกลางการเร่งเครื่องของเศรษฐกิจดิจิทัลและการใช้ชีวิตที่ผูกติดกับแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น ภัยคุกคามทางไซเบอร์ก็ทวีความซับซ้อนตามไปด้วย ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ศูนย์ AOC 1441 ออกโรงเตือนประชาชนรับมือความเสี่ยงในปี 2569 โดยชี้ชัดว่า “กลุ่มวัยทำงาน” กลายเป็นเป้าหมายหลักของกลุ่มมิจฉาชีพ ที่นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาผสมผสานกับกลโกงรูปแบบเดิม จนเกิดการหลอกลวงที่แนบเนียน รวดเร็ว และแทบไม่ทิ้งร่องรอย
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ระบุว่า การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์เป็นนโยบายสำคัญของกระทรวง โดยให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันและการตระหนักรู้ของประชาชน เพื่อให้รู้เท่าทันกลโกงรูปแบบใหม่ ลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ และลดจำนวนเหยื่อที่ตกเป็นเป้าของสแกมเมอร์
การหลอกลวงในยุคนี้ไม่ใช่แค่โทรศัพท์หรือข้อความธรรมดา แต่ใช้ AI สร้างความน่าเชื่อถือสูงมาก หากประชาชนไม่รู้เท่าทัน ความเสียหายจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและกู้คืนได้ยาก
วัยทำงาน เสี่ยงสูงสุด สูญเงินกว่า 2.3 หมื่นล้านบาท
ข้อมูลสถิติจากศูนย์ AOC 1441 ในปี 2568 สะท้อนภาพที่น่ากังวล กลุ่มอายุ 20–49 ปี ซึ่งเป็นกำลังหลักของตลาดแรงงานและมีกำลังซื้อสูง กลับเป็นกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์มากที่สุด มีผู้เสียหายรวม 405,929 เคส มูลค่าความเสียหายทางการเงินสูงถึง 23,403 ล้านบาท
รูปแบบการหลอกลวงที่พบมาก ได้แก่ การซื้อขายสินค้าหรือบริการออนไลน์ที่ไม่เป็นไปตามจริง การชักชวนโอนเงินโดยอ้างเป็นรายได้เสริม และการหลอกลงทุนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งมักผสมผสานกับการใช้บัญชีม้าและการโอนเงินหลายทอด ทำให้การติดตามเงินคืนทำได้ยาก
4 กลโกงอันตราย แนวโน้มปี 2569
ศูนย์ AOC 1441 ประเมินว่า ในปี 2569 กลโกงหลักที่จะยังคงระบาดหนักมีอย่างน้อย 4 รูปแบบ
- ข้อความหลอกแนบลิงก์ผ่าน SMS และไลน์
มิจฉาชีพแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐหรือเอกชน แจ้งค่าใช้จ่ายค้างชำระหรืออ้างมีเงินคืน พร้อมแนบลิงก์ให้กด เมื่อเหยื่อคลิกลิงก์ อาจถูกติดตั้งแอปพลิเคชันที่ฝังมัลแวร์ หรือถูกพาไปยังเว็บไซต์ปลอมเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวและดูดเงินจากบัญชี โดยย้ำว่า หน่วยงานรัฐและสถาบันการเงินไม่มีนโยบายส่งลิงก์ให้ประชาชนผ่าน SMS หรือโซเชียลมีเดีย
- AI Deepfake ปลอมหน้า–เสียงคนใกล้ตัว
เทคโนโลยี AI ถูกนำมาใช้เลียนแบบเสียงและสร้างภาพใบหน้าบุคคลที่คุ้นเคยได้อย่างสมจริง คนร้ายอาจปลอมเป็นเพื่อน ญาติ หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐ โทรหรือวิดีโอคอลมาขอยืมเงิน หรือข่มขู่ว่าเหยื่อเกี่ยวข้องกับคดี เพื่อเร่งให้โอนเงิน จุดเสี่ยงสำคัญคือ “ความเชื่อใจ” ที่เคยใช้ได้ในอดีต อาจไม่ใช่หลักประกันอีกต่อไปในโลกดิจิทัล
- QR Code ปลอม แฝงตามพื้นที่สาธารณะ
มิจฉาชีพแปะ QR Code ปลอมทับของจริงในร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน หรือส่งมาในอีเมลอ้างโปรโมชัน เมื่อสแกนจะถูกพาไปยังเว็บไซต์หรือแอปปลอมที่ออกแบบมาเพื่อขโมยรหัสผ่านหรือดูดเงินทันที แนวทางป้องกันคือ ตรวจสอบแหล่งที่มาของ QR Code ทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงการกรอกข้อมูลสำคัญหากพบความผิดปกติ
- หลอกลงทุนออนไลน์ ผลตอบแทนสูงเกินจริง
การชักชวนลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง มิจฉาชีพสร้างโปรไฟล์ปลอมเป็นผู้เชี่ยวชาญ นักลงทุนชื่อดัง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนล่อให้โอนเงิน ซึ่งจะถูกส่งต่อผ่านบัญชีม้าหลายทอด หรือแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างรวดเร็ว
สร้างภูมิคุ้มกัน ด้วย “4 ไม่”
ศูนย์ AOC 1441 เน้นย้ำว่า การรู้เท่าทันคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ประชาชนควรยึดหลัก “4 ไม่” ได้แก่ ไม่กดลิงก์ ไม่เชื่อข้อเสนอที่เกินจริง ไม่รีบตัดสินใจ และไม่โอนเงินโดยไม่ตรวจสอบ พร้อมแนะนำให้ยืนยันตัวตนผ่านช่องทางทางการทุกครั้ง





