การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลส่งผลต่อชีวิตครอบครัวของคนยุคใหม่อย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อสื่อสาร การใช้เวลาร่วมกัน ไปจนถึงรูปแบบการใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์ ซึ่งแม้จะเพิ่มความสะดวกและความใกล้ชิด แต่ก็ทำให้ครอบครัวต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์มากกว่าที่เคย...
งานวิจัยล่าสุดโดย “แคสเปอร์สกี้” ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลกเผยว่า ผู้คนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจำนวน 96% ติดต่อสื่อสารกับสมาชิกในครอบครัวผ่านช่องทางดิจิทัล โดยค่าเฉลี่ยของภูมิภาคนี้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก ซึ่งอยู่ที่ 97% เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ที่น่าสนใจพบด้วยว่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 85% สื่อสารกับครอบครัวผ่านแอปพลิเคชันส่งข้อความ 69% มีการสนทนาทางวิดีโอเป็นประจำ และ 42% ได้สร้างบัญชีบริการสตรีมมิ่งร่วมกัน
มาริน่า ติโตวา รองประธานฝ่ายธุรกิจผู้บริโภค แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า เมื่อชีวิตของคนในครอบครัวย้ายมาอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น แม้จะเป็นการเปิดโอกาสให้ได้ใกล้ชิดและสร้างความทรงจำร่วมกันมากมาย
แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงใหม่ ๆ เช่น การหลอกลวงและการแฮ็กข้อมูล เด็ก ๆ และญาติผู้สูงอายุอาจตกอยู่ในความเสี่ยงเป็นพิเศษ
ดังนั้นการดูแลกันและกันทางออนไลน์จึงสำคัญมาก การปกป้องความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลและการใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นวิธีสำคัญในการดูแลคนที่รักและรักษาความปลอดภัยให้กับครอบครัว”
ภัยร้าย ‘แฝงตัว’ มากับหน้าจอ
แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลจะมอบความสะดวกสบายและความยืดหยุ่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับการสื่อสารภายในครอบครัว แต่ผู้เชี่ยวชาญของแคสเปอร์สกี้เตือนว่า การเชื่อมต่อออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นนี้จำเป็นต้องมีความตระหนักรู้ที่มากขึ้นเรื่องแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยทางดิจิทัลและการปกป้องอุปกรณ์
การสื่อสารในโลกดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตประจำวันไปแล้ว ด้วยการโทรผ่านวิดีโอและการส่งข้อความโต้ตอบแบบทันที
ผู้คนสามารถติดต่อกับคนที่รักได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลไม่ได้เปลี่ยนแปลงแค่เพียงวิธีการสื่อสารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงวิธีการใช้เวลาว่างร่วมกันด้วย
ชีวิตครอบครัวสมัยใหม่ในยุคดิจิทัล มีความท้าทายด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่แฝงอยู่เบื้องหลังการปฏิสัมพันธ์บนหน้าจอของเราอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก
กลุ่ม ‘ผู้สูงอายุ’ ความเสี่ยงสูง
ผลการสำรวจทั่วโลกพบว่า การส่งข้อความผ่าน WhatsApp, Telegram, Signal, Viber และแอปพลิเคชันส่งข้อความอื่นๆ เป็นตัวเลือกยอดนิยมของผู้ใช้ในการติดต่อสื่อสารกับครอบครัว
กลุ่มอายุ 35-54 ปี มีแนวโน้มที่จะใช้วิธีนี้มากที่สุด คิดเป็น 89% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด ส่วนการโทรผ่านวิดีโอเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมน้อยกว่าในการติดต่อกัน โดยมีเพียง 58% เท่านั้น
อีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการติดต่อสื่อสารออนไลน์ของหลายครอบครัวคือ การแลกเปลี่ยนโพสต์และมีมบนโซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชันส่งข้อความ (53%) โดยกลุ่มอายุ 18-34 ปี เป็นผู้นำเทรนด์นี้โดย 58% แสดงให้เห็นว่าอารมณ์ขันและการอ้างอิงทางวัฒนธรรมร่วมกันกำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความผูกพันในครอบครัว
โดยทั่วไปแล้ว ผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 55 ปี) มีการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลน้อยกว่ากลุ่มอายุอื่นๆ แม้ว่าสัดส่วนของผู้ที่ใช้แอปพลิเคชันส่งข้อความพูดคุยกับครอบครัวจะอยู่ในระดับเดียวกับค่าเฉลี่ย (85%)
ที่น่าสนใจ กลุ่มผู้สูงอายุจำนวน 42% ยังแลกเปลี่ยนมีมและโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย แม้ว่าผู้สูงอายุจะใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น แต่ก็อาจยังไม่พร้อมรับมือกับภัยคุกคามและการหลอกลวงทางไซเบอร์
มีทักษะขั้นสูงก็อาจ ‘ไม่รอด’
ดังนั้นผู้ใช้จึงควรให้ความรู้แก่ญาติผู้สูงอายุเกี่ยวกับวิธีการรักษาความปลอดภัยออนไลน์และการใช้อุปกรณ์อย่างปลอดภัย
แม้แต่ผู้ใช้ที่มีทักษะขั้นสูง การสื่อสารออนไลน์ก็ยังมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ทั้งการพยายามหลอกลวงในรูปแบบข้อความปกติ และการโจมตีทางวิศวกรรมสังคมที่ซับซ้อน ทำให้ช่องทางการสื่อสารส่วนตัวของเรากลายเป็นสนามรบดิจิทัล
แคสเปอร์สกี้แนะนำว่า การป้องกันที่ครอบคลุมสำหรับแอปพลิเคชันส่งข้อความ หากเป็นไปได้ให้เปิดใช้งานการตรวจสอบสิทธิ์แบบสองขั้นตอน ใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกันและต้องมีความซับซ้อนสำหรับแต่ละบัญชี ระมัดระวังลิงก์หรือไฟล์แนบที่ไม่คาดคิด
พร้อมกันนี้ ใช้โซลูชันความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ พร้อมการป้องกันการหลอกลวงสำหรับแอปพลิเคชันส่งข้อความ และปฏิบัติตามเคล็ดลับด้านความปลอดภัยจากผู้เชี่ยวชาญของแคสเปอร์สกี้
ความสะดวกสบาย x ความเสี่ยง
ผลสำรวจทั่วโลกแสดงให้เห็นว่า ในเวลาว่างครอบครัวจำนวน 70% เลือกที่จะดูหนังด้วยกัน โดย 44% มีบัญชีสตรีมมิ่งสำหรับครอบครัว เกมออนไลน์ไม่ได้รับความนิยมในฐานะกิจกรรมยามว่างของครอบครัวมากนัก โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามทั่วไปเพียง 35% ที่เลือกเล่นเกม ทั้งนี้ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็น 45%
แม้ว่าการใช้สมาชิกสตรีมมิ่งและบัญชีเกมร่วมกันอาจดูเหมือนเป็นวิธีที่ประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ก็เปิดช่องทางให้เกิดช่องโหว่ทางดิจิทัลมากมายที่อาจเป็นอันตรายต่อความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของครอบครัว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบัญชีถูกใช้โดยสมาชิกในครอบครัวหลายคนภายใต้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเดียวกัน บัญชีนั้นจะกลายเป็นช่องโหว่ที่สมบูรณ์แบบในกรณีที่มีการละเมิดความปลอดภัย เพราะหากอุปกรณ์ของสมาชิกในครอบครัวคนใดคนหนึ่งถูกแฮ็ก แฮ็กเกอร์ก็จะสามารถเข้าถึงบัญชีทั้งหมดได้
นอกจากนี้ การใช้รหัสผ่านซ้ำกันในหลายแพลตฟอร์ม อาจทำให้การละเมิดเพียงครั้งเดียวกลายเป็นการเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน บัญชีอีเมล และข้อมูลสำคัญอื่นๆ
ดังนั้นในการจัดการรหัสผ่านทั้งหมดอย่างปลอดภัย ขอแนะนำอย่างยิ่งให้ใช้โปรแกรมจัดการรหัสผ่านสำหรับสมาชิกทุกคนในครอบครัว





