เอไอเขียนโปรแกรมจากบริษัทแอนโทรปิก (Anthropic) ชื่อ “คลอดด์โค้ด” (Claude Code) กำลังได้รับความนิยม หลังบริษัทเผยว่า เปิดตัวเครื่องมือนี้เมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2568 และระบุว่า Claude Code มีอัตราการเติบโตของผู้ใช้งานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้จะไม่ได้เปิดเผยตัวเลขเชิงสถิติอย่างเป็นทางการ
แอนโทรปิก ระบุว่า ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาเป็นจังหวะที่ผู้ใช้งานจำนวนมากมีเวลาทดลอง Claude Code อย่างจริงจัง และเริ่มตระหนักถึงความสามารถของเครื่องมือนี้ ซึ่งสามารถสร้างโค้ดคอมพิวเตอร์จากคำสั่งภาษาธรรมดาที่ผู้ใช้พิมพ์เข้าไป ทำให้คนที่ไม่มีพื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรมสามารถพัฒนาเว็บไซต์ โปรแกรม หรือแอปพลิเคชันของตัวเองได้
Claude Code เป็นหนึ่งในกลุ่มเครื่องมือเอไอด้านการเขียนโค้ดเช่นเดียวกับเบสโฟร์ตี้โฟร์ (Base44) และเคอร์เซอร์ (Cursor) ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
โดยแนวโน้มนี้ถูกเรียกว่า “ไวบ์โค้ดดิ้ง” (Vibe Coding) ซึ่งหมายถึง การสร้างซอฟต์แวร์จากไอเดียและความต้องการของผู้ใช้โดยไม่ต้องมีทักษะทางเทคนิคเชิงลึก ผู้ใช้งานต้องสมัครสมาชิกในอัตรา 20 - 200 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือประมาณ 680 - 6,800 บาท ขึ้นอยู่กับระดับฟีเจอร์ที่เลือกใช้งาน
5 กรณีศึกษา: การเปลี่ยนไอเดียเป็นโซลูชันด้วย Claude Code
รายงาน This A.I. Tool Is Going Viral. Five Ways People Are Using It ของเดอะนิวยอร์กไทมส์ พบว่า มีผู้ใช้งานจากหลากหลายอาชีพนำเครื่องมือนี้ไปแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันและต่อยอดทางธุรกิจ ดังนี้
1. แก้ปัญหาการแยกเสื้อผ้าในครอบครัวใหญ่: แซม ฮินเดส (Sam Hindes) อายุ 38 ปี รองผู้อำนวยการโรงเรียนสำหรับเด็กออทิสติกในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งนำเอไอมาใช้ในชีวิตประจำวัน
ฮินเดสมีลูกเล็ก 4 คน ใช้ Claude Code พัฒนาโปรแกรมแยกเสื้อผ้าของลูกสาวแต่ละคน โดยถ่ายภาพเสื้อผ้าเพื่อให้ระบบเรียนรู้ ปัจจุบันเขาสามารถยกเสื้อผ้าขึ้นหน้ากล้องโน้ตบุ๊ก และระบบจะแจ้งได้ทันทีว่าเป็นของลูกคนใด
กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเพียงประมาณหนึ่งชั่วโมง และเขากำลังต่อยอดพัฒนาโปรแกรมช่วยจัดลำดับกิจวัตรตอนเช้าให้ลูกๆ ใช้งานได้เอง
2. สร้างเว็บไซต์สารคดีด้วยงบประมาณที่เข้าถึงได้: ร็อบ สตีเฟนสัน (Rob Stephenson) อายุ 51 ปี ช่างภาพด้านศิลปะและสถาปัตยกรรมในนครนิวยอร์ก ใช้ Claude Code สร้างเว็บไซต์สำหรับงานสารคดี เว็บไซต์ดังกล่าวพัฒนาเสร็จภายในหนึ่งวัน และมีแผนที่เชิงโต้ตอบที่รวบรวมภาพถ่ายและไฟล์เสียงจากแต่ละเขตของนิวยอร์ก
สตีเฟนสันระบุว่า หลังจากเว็บไซต์พื้นฐานเสร็จ เขาสามารถเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เช่น โหมดแสดงผลสว่าง-มืด หรือปุ่มสุ่มเนื้อหา หากเจอปัญหาที่ Claude Code แก้ไม่ได้ เขาจะใช้เจมิไน (Gemini) แชตบอตเอไอของกูเกิล (Google) เป็นเครื่องมือเสริม
3. แอปพลิเคชันแจ้งเหตุฉุกเฉินจากมุมมองนักกฎหมาย: คริส โรเบิร์ตส์ (Chris Roberts) อายุ 36 ปี ผู้ช่วยอัยการในเซนต์หลุยส์ ใช้ความสนใจด้านความปลอดภัยสาธารณะสร้างแอปพลิเคชันมือถือ ‘AlertAssist’ ผ่าน Claude Code และเคอร์เซอร์ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถส่งข้อความแจ้งเหตุฉุกเฉินไปยังกลุ่มผู้ติดต่อจำนวนมากได้ทันที
โรเบิร์ตส์ ระบุว่า แม้หน้าตาแอปพลิเคชันจะดูเรียบง่ายแต่มันสามารถทำงานได้จริงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
4. ยกระดับการศึกษาด้วยโปรแกรมจำลองตลาดหุ้น: แอนน์ เฮาโบ ดือร์แบร์ก (Anne Haubo Dyhrberg) อายุ 35 ปี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการเงิน มหาวิทยาลัยเดลาแวร์ สามารถสร้างโปรแกรมจำลองการเทรดหุ้นได้ภายใน 2 ชั่วโมง เพื่อนำไปใช้สอนนักศึกษาในภาคเรียนที่กำลังจะถึง
ดือร์แบร์กสร้างสถานการณ์จำลองได้ถึง 5 รูปแบบเพื่อให้เด็กๆ ฝึกแก้ปัญหาในตลาดการเงิน ซึ่งก่อนหน้านี้เธอเคยคิดว่าการสร้างโปรแกรมดังกล่าวเป็นเรื่องที่ยากเกินความสามารถ
5. ระบบบริหารจัดการสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก: โจ แบคัส (Joe Bacus) อายุ 38 ปี เจ้าของธุรกิจงานเชื่อมและโลหะในเซนต์หลุยส์ นำ Claude Code มาสร้างผู้ช่วยเอไอส่วนตัวเพื่อจัดการตารางงานและหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ โดยระบบสามารถเชื่อมต่อกับปฏิทิน, Google Sheets และ Gmail เพื่อออกใบเสนอราคาและติดตามสัญญาจ้างได้โดยอัตโนมัติ ช่วยลดภาระของธุรกิจที่มีพนักงานเพียง 4 คน และไม่มีงบประมาณจ้างทีมธุรการโดยเฉพาะ
รายงานฉบับนี้สะท้อนว่า เครื่องมือเอไอด้านการเขียนโค้ดกำลังถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงานหลากหลายรูปแบบ โดยไม่จำกัดเฉพาะผู้ที่มีพื้นฐานด้านโปรแกรมมิง





