background-default

วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม 2569

Login
Login

'ศุภชัย เจียรวนนท์' และเดิมพันครั้งใหญ่กับ Arise บนโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีใหม่ของไทย

'ศุภชัย เจียรวนนท์' และเดิมพันครั้งใหญ่กับ Arise บนโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีใหม่ของไทย

การตัดสินใจของ “คุณศุภชัย เจียรวนนท์”  ในการลงจากตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของเครือเจริญโภคภัณฑ์เพื่อหันมาขับเคลื่อน Arise Venture Group อย่างเต็มตัว ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญในวงการธุรกิจไทย เพราะนี่ไม่ใช่การลงทุนทางการเงินทั่วไป แต่เป็นการเดิมพันกับโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีระดับประเทศในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของโลกยุคใหม่

หากย้อนดูภาพใหญ่ โลกกำลังเปลี่ยนยุทธศาสตร์อำนาจจากระบบการค้าเสรีและกติกาสากล ไปสู่การสะสมอำนาจผ่านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน

การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ภาษีหรือแรงงานราคาถูกอีกต่อไป แต่ย้ายไปสู่การถือครองศูนย์ข้อมูล คลาวด์ พลังงานชั้นสูง ระบบชำระเงินดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ AI ประเทศที่ควบคุมเทคโนโลยีเหล่านี้ได้จะมีอำนาจต่อรองด้านเศรษฐกิจและการเมืองสูงขึ้น ส่วนประเทศที่ไม่มีจะถูกลดบทบาทเป็นเพียงผู้บริโภคในเศรษฐกิจดิจิทัล

กระแสนี้สะท้อนผ่านเม็ดเงินลงทุนทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านศูนย์ข้อมูล พลังงานสำหรับ AI เซมิคอนดักเตอร์ และระบบการเงินดิจิทัล การประเมินจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศชี้ว่า ในช่วงสิบปีข้างหน้าเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลกจะสูงถึงหลายล้านล้านดอลลาร์ และจะเป็นตัวขับเคลื่อนผลิตภาพใหม่ของเศรษฐกิจโลก แทนที่ยุคโรงงานและการผลิตที่เริ่มถึงจุดอิ่มตัวแล้ว

 

 

การมองภาพใหญ่เช่นนี้คือกรอบการตัดสินใจของ Arise Venture Group ซึ่งเป็นการประกอบธุรกิจที่วางตัวเป็น ecosystem ครบวงจร ตั้งแต่โทรคมนาคม คลาวด์และศูนย์ข้อมูล ดิจิทัลแบงก์ อีคอมเมิร์ซ และการลงทุนในสตาร์ทอัพและเทคโนโลยีเกิดใหม่

โดยมีวิสัยทัศน์ร่วมเพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีให้ประเทศไทยในระดับที่สามารถแข่งขันได้ในภูมิภาค การรวมชั้นโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้เข้าด้วยกันจะเอื้อให้ไทยสามารถใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลแบบ end to end ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่

เบื้องหลังการตัดสินใจนี้ยังสะท้อนมุมมองของนักลงทุนที่มองว่าประเทศไทยยังอยู่ในจุดที่เศรษฐกิจเก่าชะลอตัว ในขณะที่เศรษฐกิจใหม่ยังไม่ถูกสร้างอย่างจริงจัง การย้ายจาก globalisation ที่เน้นประสิทธิภาพ ไปสู่ regionalisation ที่เน้นความยืดหยุ่นและความมั่นค้าทางเทคโนโลยี ทำให้การสร้าง ecosystem แบบครบวงจรกลายเป็นข้อได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ การสร้างศูนย์ข้อมูลและระบบคลาวด์ทำให้สามารถวาง AI เทคโนโลยีใหม่ และกระตุ้นการเติบโตของธุรกิจดิจิทัลในประเทศ

การมีระบบชำระเงินและการเงินดิจิทัลของตนเองจะทำให้วงจรเศรษฐกิจดิจิทัลหมุนเวียนในประเทศได้มากขึ้น ไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานจากต่างชาติทั้งหมด

 

อีกปัจจัยสำคัญคือการแข่งขันระหว่างอำนาจใหญ่ของโลกที่ผลักให้ประเทศขนาดกลางต้องสร้างความสามารถพึ่งพาตนเอง ประเทศในเอเชียตะวันออกเช่นเกาหลีใต้และสิงคโปร์ได้เร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของตนเองในทศวรรษที่ผ่านมา และสามารถผลักดันเศรษฐกิจไปสู่สินค้าและบริการมูลค่าสูง ขณะที่จีนกำลังแปรสภาพจากฐานการผลิตโลกไปสู่เศรษฐกิจการบริโภคและบริการดิจิทัลที่มีความต้องการด้าน AI และบริการคลาวด์อย่างเข้มแข็ง การเปลี่ยนผ่านของโลกเช่นนี้ทำให้การสร้างเทคโนโลยีเป็นเรื่องจำเป็น ไม่ใช่ทางเลือก

ในการประกอบกิจการ Arise Venture Group ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนภายใต้แนวคิดที่ว่า “มองเห็นอนาคตที่ความรู้ ความเมตตา จริยธรรม และเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์มาหลอมรวมกันเพื่อยกระดับศักยภาพของมนุษยชาติ ผ่านการเปิดกว้างให้ทุกคนเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม เราเปลี่ยนความไม่รู้ให้เป็นปัญญา และเปลี่ยนการขาดข้อมูลที่ถูกต้อง สู่ความสมบูรณ์แห่งการเติมเต็มชีวิต บุกเบิกเส้นทางสู่ความเจริญร่วมกัน รวมถึง ความสุขที่ทุกคนเข้าถึงได้ ผ่าน วิถี แห่งปัญญาที่ยั่งยืน ด้วยโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่ ทุกคนจะเข้าถึงได้ อย่างเท่าเทียม”

วิสัยทัศน์เช่นนี้ทำให้เห็นว่าจุดมุ่งหมายที่  Arise Venture Group ต้องการนั้น  ไม่ได้หยุดอยู่ที่การลงทุนเชิงพาณิชย์หรือการเก็งกำไรทางการเงิน แต่กำลังมีความพยายามที่จะสร้างโมเดลเศรษฐกิจแบบใหม่ที่พึ่งพาเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ซึ่งจะนำมาซึ่งการเติบโตของผลิตภาพใหม่ การขยายตัวของบริการดิจิทัล และโอกาสของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ในขณะที่ลดการพึ่งพาการขับเคลื่อนจากภาครัฐและการเมือง

ท้ายที่สุด หากมองผ่านเลนส์ของนักวิเคราะห์ การตัดสินใจของคุณศุภชัยสะท้อนความเชื่อว่า ประเทศไทยสามารถเร่งการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจได้โดยภาคเอกชนผ่านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากกว่านโยบายการคลังหรือการปฏิรูปเชิงโครงสร้างในระบบราชการ และหาก ecosystem นี้ประกอบกันได้สำเร็จ ประเทศไทยจะสามารถประกอบต้นทุนใหม่ของความสามารถทางเทคโนโลยีที่ทัดเทียมหรือมีความน่าสนใจในระดับภูมิภาคได้อย่างแท้จริง