background-default

วันศุกร์ ที่ 23 มกราคม 2569

Login
Login

ผ่าบิ๊กดีลประวัติศาสตร์ เมื่อ “อไรซ์” เดิมพัน “แสนล้าน” รับซื้อหุ้น TRUE ยกพอร์ตจาก “เทเลนอร์”

ผ่าบิ๊กดีลประวัติศาสตร์ เมื่อ “อไรซ์” เดิมพัน “แสนล้าน”  รับซื้อหุ้น TRUE ยกพอร์ตจาก “เทเลนอร์”

การตัดสินใจขายหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE สัดส่วน 24.95% ของกลุ่มเทเลนอร์ (Telenor) ให้กับ บริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด (Arise) ในราคาหุ้นละ 11.70 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 120,000 ล้านบาท ไม่ได้เป็นเพียงดีลซื้อขายหุ้นขนาดใหญ่ระดับประวัติศาสตร์ของตลาดทุนไทยเท่านั้น หากยังเป็น “จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง” ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะยาว

ดีลดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางคำถามจากนักลงทุนจำนวนมาก ทั้งในมิติของแรงจูงใจในการขายของผู้ถือหุ้นต่างชาติ ผลกระทบต่อพื้นฐานธุรกิจของ TRUE ความเหมาะสมของราคาซื้อขาย ตลอดจนทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ของทรูหลังจากโครงสร้างผู้ถือหุ้นเปลี่ยนมืออย่างเป็นทางการ

 

“กรุงเทพธุรกิจ” ชวนถอดรหัสดีลครั้งนี้ในหลากหลายมิติ ทำไม Telenor จึงขาย และเหตุใด Arise จึงกล้าเข้าซื้อ

การถอนการลงทุนของเทเลนอร์ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายในสายตานักลงทุนสถาบัน เนื่องจากบริษัทมีแผนยุทธศาสตร์ชัดเจนมาตั้งแต่ช่วงปี 2021–2022 ที่ต้องการปรับพอร์ต ลดสัดส่วนการลงทุนในตลาดเอเชีย และหันกลับไปโฟกัสตลาดหลักในกลุ่มประเทศนอร์ดิก ซึ่งมีระดับมาร์จิน และผลตอบแทนจากเงินลงทุน (ROCE) สูงกว่า และมีความเสถียรเชิงกฎระเบียบมากกว่า

การขายหุ้น TRUE ครั้งนี้จึงเป็นการ “ล็อกกำไร” หลังจากมูลค่าเงินลงทุนในไทยเติบโตขึ้นมากกว่า 3 เท่า จากผลของการควบรวมกิจการระหว่างทรู และดีแทค ซึ่งช่วยยกระดับโครงสร้างการแข่งขัน ลดแรงกดดันด้านราคา และสร้างเสถียรภาพทางการเงินในระยะยาว

ขณะที่ฝั่งผู้ซื้ออย่าง Arise ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนที่ “ศุภชัย เจียรวนนท์” จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ มองเห็นโอกาสระยะยาวของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย การเข้าถือหุ้น TRUE ไม่ใช่เพียงการลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคมแบบดั้งเดิม

แต่เป็นการปักหมุดเข้าสู่ Sunrise Sector ตั้งแต่ AI, Cloud, Data Center, Digital Platform ไปจนถึง Fintech ซึ่งล้วนต้องพึ่งพาโครงข่ายสื่อสาร และข้อมูลเป็นหัวใจหลักของระบบเศรษฐกิจยุคใหม่

ในเชิงยุทธศาสตร์ ดีลนี้จึงสะท้อนการมองทรูในฐานะ “Digital Infrastructure Platform” มากกว่าการเป็นโอเปอเรเตอร์มือถือเพียงอย่างเดียว

พื้นฐาน TRUE เปลี่ยนไปหรือไม่ หลังผู้ถือหุ้นเปลี่ยนมือ

นักวิเคราะห์จำนวนมากประเมินตรงกันว่า พื้นฐานธุรกิจของ TRUE ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในเชิงโครงสร้าง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบรายได้หลักที่ยังคงมีเสถียรภาพจากโมเดล Subscription ทั้งมือถือ บรอดแบนด์ และบริการดิจิทัล ขณะเดียวกันบริษัทกำลังเร่งทรานส์ฟอร์มจาก Telco ไปสู่การเป็น Platform + AI + Digital Infrastructure ซึ่งเป็น Upside ใหม่ในระยะกลางถึงระยะยาว

ด้าน “วินัยทางการเงิน” TRUE ยังคงยึดกรอบบริหารต้นทุน การลดหนี้ และนโยบายการจ่ายเงินปันผลตามแผนเดิม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน

ขณะที่โครงสร้างตลาดโทรคมนาคมไทยซึ่งเหลือผู้เล่นหลักเพียงสองราย คือ TRUE และ ADVANC ทำให้การแข่งขันด้านราคาลดความรุนแรงลง เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากบริการดิจิทัลแทนการเผาเงินเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด

ไขข้อสงสัยเรื่อง “ราคา 11.70 บาท” และความเชื่อมั่นของตลาด

หนึ่งในประเด็นที่นักลงทุนตั้งคำถามมากที่สุด คือ เหตุใดราคาซื้อขายจึงอยู่ที่ 11.70 บาทต่อหุ้น ซึ่งต่ำกว่าราคาตลาดในวันประกาศดีลที่ประมาณ 12.40 บาท

หากพิจารณาเชิงกระบวนการ ดีลขนาดระดับแสนล้านบาทย่อมต้องใช้เวลาการเจรจา และจัดโครงสร้างธุรกรรมล่วงหน้าหลายเดือน เมื่อย้อนกลับไปดู ราคาหุ้น TRUE ในช่วงก่อนหน้า พบว่าราคาซื้อขายในตลาดเคยอยู่ต่ำกว่าระดับ 11 บาทมาแล้ว จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าราคาดังกล่าวสะท้อนการด้อยค่าของธุรกิจโดยตรง

อีกประเด็นคือ ความกังวลเกี่ยวกับ Synergy ระยะสั้น หลังการถอนตัวของเทเลนอร์ซึ่งเป็นพันธมิตรเชิงเทคโนโลยีระดับโลก อย่างไรก็ตาม “ซิกเว่ เบรกเก้” ยังคงดำรงตำแหน่งประธานคณะผู้บริหาร (Group CEO) ของ TRUE ต่อไป และมีบทบาทควบตำแหน่งใน Arise เพื่อกำกับยุทธศาสตร์ดิจิทัลให้เกิดความต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่านเชิงนโยบาย และเทคโนโลยี

ก้าวต่อไปของ TRUE ในยุคการรวมศูนย์ทุน

ดีลนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากยุคที่ผู้เล่นต่างชาติเป็นกำลังหลักในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย สู่ยุคการรวมศูนย์ทุน และยุทธศาสตร์ดิจิทัลภายใต้กลุ่มทุนไทยรายใหญ่ พร้อมกันนี้ยังถือเป็นการปิดตำนาน “dtac” อย่างเป็นทางการภายในวันที่ 1 มีนาคม 2569 ซึ่งครบกำหนด 3 ปีของการควบรวมกิจการตามเงื่อนไข กสทช. และมีความเป็นไปได้สูงว่าแบรนด์ดีแทคจะหายไปจากตลาดโดยสมบูรณ์

เป้าหมายการเติบโตของ TRUE นับจากนี้จะไม่ได้วัดจากการขยายจำนวนผู้ใช้เพียงอย่างเดียว แต่จะเน้นประสิทธิภาพการดำเนินงาน การใช้ AI และเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อเพิ่ม Productivity ลดต้นทุน และสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้ผู้ถือหุ้น ภายใต้กรอบคิด “Efficiency + Discipline + Dividend”

ประเด็นที่ต้องจับตาคือ การเคลื่อนไหวของราคาหุ้น TRUE ในระยะสั้น ซึ่งอาจเป็นเพียงปฏิกิริยาตลาดต่อการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้น มากกว่าจะสะท้อนมูลค่าพื้นฐานที่แท้จริง ในระยะยาว ความท้าทายอยู่ที่ความสามารถของ TRUE ในการต่อยอดบทบาทสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศอย่างแท้จริง

การที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เปลี่ยนมาเป็นกลุ่มทุนที่เข้าใจระบบนิเวศธุรกิจไทยอย่างลึกซึ้ง และกล้าทุ่มเงินลงทุนส่วนตัวระดับแสนล้านบาท ถือเป็น “สัญญาณความเชื่อมั่น” ต่อศักยภาพของ TRUE และเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์