สร้างเซอร์ไพรส์ใหญ่รับปี 2569 เมื่อกลุ่มเทเลนอร์ ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จากแถบนอร์ดิก ประกาศขายหุ้นใน บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กว่า 24.95% ซึ่งการถอนตัวครั้งนี้ถือเป็นการสิ้นสุดบทบาทของหนึ่งในนักลงทุนต่างชาติรายสำคัญ ที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการโครงสร้างอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย ตั้งแต่ยุคการแข่งขันเสรี จนถึงยุคควบรวมกิจการ
ปิดดีลขายหุ้นทรู 24.95% มูลค่าแสนล้าน
เทเลนอร์ได้ลงนามในสัญญาขายหุ้นทรูจำนวน 24.95% ให้กับอะไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี ในราคาหุ้นละ 11.70 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 100,900 ล้านบาท หรือราว 32,300 ล้านโครนนอร์เวย์ หรือคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ 120,000 ล้านบาท พร้อมกันนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงทำสัญญา put/call option สำหรับหุ้นส่วนที่เหลืออีก 5.35% ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี ซึ่งหากมีการใช้สิทธิ เทเลนอร์จะได้รับเงินเพิ่มอีกราว 21,900 ล้านบาท
ดีลดังกล่าวทำให้เทเลนอร์ถอนการลงทุนออกจากทรูทั้งหมด และส่งผลให้อะไรซ์ขึ้นแท่นเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของทรูอย่างเต็มตัว
ยุทธศาสตร์ถอนทุนเอเชีย มุ่งโฟกัสนอร์ดิก
การขายหุ้นทรูเป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับพอร์ตเชิงกลยุทธ์ของเทเลนอร์ ซึ่งก่อนหน้านี้เพิ่งปิดดีลขายธุรกิจในปากีสถาน โดยบริษัทต้องการลดสัดส่วนการลงทุนในตลาดเอเชีย เพื่อมุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่มประเทศนอร์ดิก และยกระดับอัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุน (ROCE)
นางเบเนดิกต์ ชิลเบรด ฟาสเมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเทเลนอร์ ระบุว่า การถอนการลงทุนในไทยสะท้อนความสำเร็จของการสร้างมูลค่าในระยะยาว หลังมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่า จากราว 12,000 ล้านโครนนอร์เวย์ ก่อนการควบรวม เป็นประมาณ 39,000 ล้านโครนนอร์เวย์ ในปัจจุบัน
25 ปีจาก TAC สู่ดีลควบรวมประวัติศาสตร์
เทเลนอร์เข้าสู่ตลาดไทยครั้งแรกในปี 2543 ผ่านการถือหุ้นใน โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (TAC) ก่อนพัฒนาเป็นแบรนด์ dtac และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่ของประเทศ มีบทบาทสำคัญในการขยายการเข้าถึงบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในวงกว้าง
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2566 เมื่อ dtac ควบรวมกิจการกับทรู ก่อให้เกิด ทรู คอร์ปอเรชั่น ใหม่ ซึ่งถูกยกให้เป็นดีลควบรวมโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นฐานสำคัญในการลงทุนโครงข่าย 5G และเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง
และในวันที่ 1 มีนาคม 2569 จะครบรอบ 3 ปี การควบรวมกิจการของทรูและดีแทค ซึ่งเดิมได้มีข้อกำหนด จากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.ที่กำหนด เงื่อนไข ในการเห็นชอบควบรวมทรู-ดีแทค มุ่งเน้นการคุ้มครองผู้บริโภคและการแข่งขันที่เป็นธรรม
ได้แก่ การคุมค่าบริการเฉลี่ยให้ลดลงร้อยละ 12 ภายใน 90 วัน, แยกแบรนด์ให้บริการ 3 ปี, คงเงื่อนไขสัญญาเดิม, และเพิ่มทางเลือกแพ็กเกจราคาถูกสำหรับผู้ใช้รายย่อย โดยต้องรายงานข้อมูลคุณภาพ และราคาให้ กสทช. ตรวจสอบ ได้ในทันที
ดังนั้น เมื่อถึงวันที่ 1 มีนาคม นี้ ก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่เห็นแบรนด์ดีแทคอยู่ในตลาดประเทศไทย
อะไรซ์รับไม้ต่อ ปักธงยุทธศาสตร์ดิจิทัลระยะยาว
ฝั่ง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ระบุว่า การเข้าถือหุ้นทรูเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศ โดยอะไรซ์จะสนับสนุนการเติบโตของทรู ทั้งด้านนวัตกรรม ประสบการณ์ลูกค้า และการสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืน
กลุ่ม อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป มีพอร์ตการลงทุนครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ศูนย์ข้อมูล คลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ ไปจนถึงฟินเทค โดยมุ่งผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลในระดับภูมิภาค
นัยต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย
การถอนตัวของเทเลนอร์ไม่เพียงเป็นการปิดฉากแบรนด์ “ดีแทค” อย่างสมบูรณ์ แต่ยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย จากยุคการแข่งขันของผู้เล่นต่างชาติ สู่ยุคการรวมศูนย์ทุน และยุทธศาสตร์ดิจิทัลภายใต้กลุ่มทุนไทยรายใหญ่
ขณะที่ทรูก้าวสู่บทใหม่ภายใต้ผู้ถือหุ้นหลักรายเดียว การแข่งขันในตลาดหลังจากนี้จะขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพการลงทุน โครงข่าย เทคโนโลยีขั้นสูงที่จะใช้มาดึงดูดลูกค้า โดยมีคู่แข่งคนสำคัญคือ AIS
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





